การพัฒนาระบบสนับสนุนสุขภาพจิตสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภทในชุมชน โดยการสร้างเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัว อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร
คำสำคัญ:
ระบบสนับสนุนสุขภาพจิต, ผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภท, การมีส่วนร่วมของครอบครัว, ภาระในการดูแล, การรับรู้สมรรถนะแห่งตนบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ1) ศึกษาสถานการณ์ภาระในการดูแลและความต้องการการสนับสนุนของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภทในชุมชน และ 2) พัฒนาระบบสนับสนุนสุขภาพจิตสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภทในชุมชนโดยการสร้างเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัว โดยวิเคราะห์ข้อมูลแบบผสมผสานเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 40 คน ประกอบด้วย ผู้ดูแลหลัก 10 คน สมาชิกครอบครัว 5 คน ผู้ป่วยจิตเภทที่มีอาการคงที่ 5 คน อาสาสมัครสาธารณสุข 10 คน และบุคลากรสาธารณสุข 10 คน ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบมีโครงสร้าง สังเคราะห์ข้อมูล ร่วมกับแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง จัดประชุมเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม 2 ครั้ง และตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน วิเคราะห์ข้อมูลโดย การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย พบว่าผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภทในชุมชนมีภาระการดูแลหนักใน 4 มิติ ได้แก่ ด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และการเงิน ผู้ดูแลมีความต้องการการสนับสนุนครบทั้ง 4 ด้านตามแนวคิดของ House ได้แก่ ด้านอารมณ์ ด้านข้อมูล ด้านวัตถุหรือเครื่องมือ และด้านการประเมิน ระยะที่ 2 ได้รูปแบบระบบสนับสนุนสุขภาพจิต (Family Participation-Based Mental Health Support System: FP-MHSS) ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ หลักการและแนวคิด เป้าหมาย กลไกการขับเคลื่อน และกระบวนการดำเนินงาน พร้อมกิจกรรมสนับสนุน 4 ด้าน ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินความเหมาะสมในภาพรวมระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.70, SD = 0.41) และความเป็นไปได้ระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.38, SD = 0.53)
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต.(2567). รายงานประจำปีกรมสุขภาพจิต ปีงบประมาณ 2567. กรุงเทพฯ: กรมสุขภาพจิต; 2567.
World Health Organization.(2021). Guidance on community mental health services: Promoting person-centred and rights-based approaches. Geneva: WHO; 2021.
Zarit SH, Reever KE, Bach-Peterson J.(1980). Relatives of the impaired elderly: Correlates of feelings of burden. Gerontologist. 1980;20(6):649-55.
Schulz R, Sherwood PR.(2008). Physical and mental health effects of family caregiving. Am J Nurs. 2008;108(9 Suppl):23-7.
พิณณรัฐ ศรีหารักษา.(2566). การดูแลผู้ป่วยจิตเภทที่เสี่ยงต่อการก่อความรุนแรงโดยการใช้การจัดการรายกรณีแบบมีส่วนร่วมในชุมชน อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษา การแพทย์ และสุขภาพ. 2566;8(1):436-47.
Bowen M.(1978). Family therapy in clinical practice. New York: Jason Aronson; 1978.
Goldenberg H, Goldenberg I.(2020). Family therapy: An overview. 10th ed. Boston: Cengage Learning; 2020.
Kuhlthau KA, Bloom S, Van Cleave J, Knapp AA, Romm D, Klatka K, et al.(2011). Evidence for family-centered care for children with special health care needs: A systematic review. Acad Pediatr. 2011;11(2):136-43.
House JS.(1981). Work stress and social support. Reading: Addison-Wesley; 1981.
ศิวาการ นามปัญญา.(2566). การพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยจิตเภทในชุมชนแบบครอบครัวและภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโคกสว่าง อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ ปี 2566. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษา การแพทย์ และสุขภาพ. 2566;9(4):191-7.
โกศล เจริญศรี.(2566). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรงโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2566;8(2):286-96.
สวิตตา ธงยศ.(2567). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติดที่มีพฤติกรรมรุนแรงโดยใช้รูปแบบการจัดการโรคเรื้อรัง. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2567;9(2):388-95.
พรนิภา ไมตรีแพน, รัฐบัณฑิต ไมตรีแพน.(2567). การพัฒนารูปแบบประสบการณ์การดูแลตนเองของผู้ป่วยจิตเวชไม่ป่วยซ้ำโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รพ.สต.บ้านหนองบัวสันตุ. Academic Journal of Mahasarakham Provincial Public Health Office. 2567;8(17):152-64.
สุจิตรา ยะวร, ชยพล ยะวร.(2566). การพัฒนารูปแบบการบำบัดผู้ติดสุราที่มีภาวะซึมเศร้าด้วยกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนโดยครอบครัวบำบัดและการเสริมสร้างแรงจูงใจ อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2566;20(1):12-27.
Bandura A.(1977). Self-efficacy: Toward a unifying theory of behavioral change. Psychol Rev. 1977;84(2):191-215.
กนกศรี จาดเงิน, ศิพัฒน์กร เชื่อภักดี.(2563). การพัฒนากระบวนการดูแลผู้ป่วยจิตเวชในชุมชนโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายสุขภาพชุมชนตำบลบางปะกง. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2563;5(2):78-85.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร.(2568). รายงานสถิติผู้ป่วยโรคทางจิตเวช อำเภอเมืองสกลนคร ปีงบประมาณ 2568. สกลนคร: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร; 2568.
Polit DF, Beck CT.(2006). The content validity index: Are you sure you know what's being reported? Critique and recommendations. Res Nurs Health. 2006;29(5):489-97.
Lincoln YS, Guba EG.(1985). Naturalistic inquiry. Newbury Park: SAGE Publications; 1985.
Likert R.(1932). A technique for the measurement of attitudes. Arch Psychol. 1932;22(140):1-55.
Adelman RD, Tmanova LL, Delgado D, Dion S, Lachs MS. Caregiver burden: A clinical review. JAMA. 2014;311(10):1052-60.
Magliano L, Fiorillo A, De Rosa C, Malangone C, Maj M.(2005). Family burden in long-term diseases: A comparative study in schizophrenia vs. physical disorders. Soc Sci Med. 2005;61(2):313-22.
Zauszniewski JA, Bekhet AK, Suresky MJ.(2010). Resilience in family members of persons with serious mental illness. Nurs Clin North Am. 2010;45(4):613-26.
Pharoah F, Mari J, Rathbone J, Wong W.(2010). Family intervention for schizophrenia. Cochrane Database Syst Rev. 2010;(12):CD000088.

