การพัฒนารูปแบบการป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายสุขภาพในชุมชน ตำบลอีสานเขต อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์
คำสำคัญ:
การป้องกันการพลัดตกหกล้ม, ผู้สูงอายุ, ภาคีเครือข่ายสุขภาพบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายสุขภาพในชุมชน ตำบลอีสานเขต อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยประยุกต์ใช้แนวคิดวิจัยเชิงปฏิบัติการของเคมมิสและแม็คแท็กการ์ท กลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) ภาคีเครือข่าย 30 คน คัดเลือกแบบเจาะจง และ 2) ผู้สูงอายุ 301 คน สุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม แบบประเมินความเสี่ยงการพลัดตกหกล้ม และแนวทางการสนทนากลุ่ม ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างตุลาคม 2568 ถึงมีนาคม 2569 ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา วิเคราะห์เปรียบเทียบผลการพัฒนารูปแบบด้วยสถิติ paired t-test กำหนดค่านัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัย พบว่า รูปแบบการป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ 6 องค์ประกอบหลัก “6P Model” ได้แก่ P1:การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย P2:การประเมินและคัดกรองความเสี่ยง P3:โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพป้องกันการหกล้ม P4:การปรับสภาพแวดล้อม P5:กระบวนการมีส่วนร่วมแบบต่อเนื่อง และ P6:การติดตามและประเมินผล หลังการพัฒนารูปแบบกลุ่มตัวอย่างมีระดับความรู้ และพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากการพลัดตกหกล้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value<0.001) และจากการประเมินความเสี่ยงการพลัดตกหกล้ม Thai – FRAT พบว่า มีโอกาสเสี่ยงการพลัดตกหกล้มลดลงจากร้อยละ 42.20 เป็นร้อยละ 23.60 และการประเมิน TUGT พบว่า มีโอกาสเสี่ยงการพลัดตกหกล้มลดลงจากร้อยละ 52.50 เป็นร้อยละ 27.90
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการผู้สูงอายุ.(2567). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2566. กรุงเทพฯ: กรมกิจการผู้สูงอายุ; 2567.
กรมกิจการผู้สูงอายุ.(2566). สถิติของผู้สูงอายุของประเทศไทย. [อินเทอร์เน็ต].2566.เข้าถึงได้จาก http://www.dop.go.th/th/know/side/1/1/275.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ.(2567). การสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567. กรุงเทพฯ: กองสถิติสังคม สำนักงานสถิติแห่งชาติ. 2567.
ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา.(2566). รายงานการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2566. นครราชสีมา: ศูนย์อนามัยที่ 9; 2566.
World Health Organization.(2008). WHO Global Report on Falls Prevention in Older Age. WHO Press: Geneva. 2008.
โรงพยาบาลบุรีรัมย์.(2568). โครงการเสริมสร้างกระดูกแข็งแรงทั่วไทยสัญจร ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 [อินเทอร์เน็ต]. 2568. เข้าถึงได้จาก https://pr.moph.go.th/online/index/news.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์.(2567). รายงานผลการคัดกรองผู้สูงอายุ งานส่งเสริมสุขภาพ ประจำปีงบประมาณ 2567 บุรีรัมย์: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์. 2567.
Kemmis S, McTaggart R.(1988). The action research planner. 3rd ed. Geelong (Victoria): Deakin University Press; 1988.
Daniel WW.(2010). Biostatistics: A foundation for analysis in the health sciences. 9th ed. Hoboken (NJ): Wiley; 2010.
Bloom BS.(1971). Taxonomy of educational objectives: The classification of educational goals. New York: David McKay; 1971
Best JW.(1977). Research in education. 3rd ed. Englewood Cliffs (NJ): Prentice-Hall; 1977.
ลัดดา เถียมวงศ์, และคณะ. แนวทางการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุที่อาศัยในชุมชน. วารสารพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ ผู้สูงอายุ. 2547;5(2):23-35.
กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือการคัดกรองและประเมินสุขภาพผู้สูงอายุ พ.ศ. 2564. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2564.
Sanon, J. DEVELOPMENT OF A FALL PREVENTION MODEL FOR THE ELDERLY IN THALE CHUPSORN SUBDISTRICT, MUEANG LOPBURI DISTRICT, LOPBURI PROVINCE. Primary Health Care Journal. 2025;40(1):1-10.
ทิพวรรณ โคตรสีเขียว, ดิษฐพล ใจซื่อ, กาญจนา จันทะนุย และพิสมัย ศรีทำนา. การพัฒนารูปแบบการป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายสุขภาพในชุมชน จังหวัดมหาสารคาม. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น. 2567;6(4):1-17.
สดุดี ภูห้องไสย และกัญญา จันทร์พล.การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันภาวะพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุในชุมชน. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ. 2568;18(3):252-265.

