การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน บ้านอาเยาะ ตำบลบัวโคก อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์
คำสำคัญ:
รูปแบบการดูแลโรคเบาหวาน, การมีส่วนร่วมของชุมชนบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน บ้านอาเยาะ ตำบลบัวโคก อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ โดยใช้เทคนิค วงจร PAOR พื้นที่วิจัยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) คือ บ้านอาเยาะ ตำบลบัวโคก อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ที่มีอัตราป่วยโรคเบาหวานสูงที่สุดในเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโสมน ปี 2566 กลุ่มตัวอย่าง ใช้วิธีการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) และสมัครใจเข้าร่วมการวิจัย ประกอบด้วย 3 กลุ่ม คือ ผู้ป่วยเบาหวานกับผู้ดูแลผู้ป่วยเบาหวาน และกลุ่มภาคีเครือข่ายสุขภาพชุมชน จำนวน 74 คน ทำการวิจัยระหว่าง 1 กันยายน 2568 – 15 ธันวาคม 2568 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แนวคำถามในการสัมภาษณ์เชิงลึก (In -depth Interviews) แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) และเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ดูแลผู้ป่วยเบาหวาน และกลุ่มภาคีเครือข่ายสุขภาพชุมชน เก็บข้อมูลโดยทีมนักวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สถิติที่ใช้ คือ สถิติพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติวิเคราะห์ ใช้การวิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยโดยสถิติ Paired t-test
ผลการวิจัย พบว่า หลังการวิจัย ผู้ป่วยเบาหวาน มีความรู้ มีการปฏิบัติตัว ได้รับการสนับสนุน และมีความพึงพอใจในการพัฒนารูปแบบการดูแลเพิ่มมากขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.05) ค่าระดับน้ำตาลในเลือดผู้ป่วยเบาหวาน (ค่า Dtx) ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.001) ผู้ดูแลผู้ป่วยเบาหวาน มีความรู้ และให้การสนับสนุนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.001) และ ภาคีเครือข่ายสุขภาพชุมชนมีความรู้ และให้การสนับสนุนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.001)
เอกสารอ้างอิง
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย. (2567). World Diabetes Day Thailand 2019 Together Fight Diabetes. ค้นเมือ 5 มิถุนายน 2567, จาก https://www.dmthai.org/index.php/knowledge/for-normal-person.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์. (2567). อัตราป่วย อัตราตาย ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง. ค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2567, จาก https://srn.hdc.moph.go.th/hdc/reports.
สรัลรัตน์ พันธ์สินทวีสุข. (2551). การพัฒนาความสามารถการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ป่วย เบาหวาน ชนิดที่ 2 โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในศูนย์สุขภาพชุมชนบานผือ ตำบลพระลับ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น. วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารสาธารณสุข บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
วิรัช ฎามะมา. (2563) .การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิด ที่ 2 ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดงมูลเหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์.วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและการสาธารณสุขชุมชน, 3(2), 2593-110.
นวพร ทุมแถว. (2564).การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลขอนแป้น ตำบลคอแลน อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี.วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
นิตยา บุตรอำคา และคณะ. (2567).การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โดยการมีส่วนร่วมในชุมชน ด้วยกลไก 3 หมอ อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร.ยโสธร:สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร.
จิราภรณ์ ฉัตรศุภกุลและปนัดดา ภูบรรทัด. (2566). การพัฒนารูปแบบการดูแลแบบบูรณาการสาหรับป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมไม่ดี เครือข่ายสุขภาพอำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์. กาฬสินธุ์: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์.
Henk, A., van Dam, F.G., van der Horst, K., Lut, K. and Richard, M.R. (2004). The Role Of Coping Styles Stress buffering and glycemic control. Retrieved June 5, 2012, from http://care.diabetesjournals.org/content.

