ความชุกและปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะจอประสาทตาจากเบาหวานในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เข้ารับการตรวจคัดกรอง ณ โรงพยาบาลร้อยเอ็ด

ผู้แต่ง

  • พันธกานต์ ศุภเศรษฐ์สิริ กลุ่มงานจักษุวิทยา โรงพยาบาลร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด

คำสำคัญ:

ภาวะจอประสาทตาจากเบาหวาน, โรคเบาหวานชนิดที่ 2, ความชุก, ปัจจัยเสี่ยง, โรงพยาบาลร้อยเอ็ด

บทคัดย่อ

     การวิจัยเชิงสำรวจแบบภาคตัดขวางโดยการทบทวนเวชระเบียนย้อนหลังนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุกและวิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะจอประสาทตาจากเบาหวานในกลุ่มประชากรผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เข้ารับการตรวจคัดกรอง ณ โรงพยาบาลร้อยเอ็ด โดยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิจากเวชระเบียนของผู้ป่วยที่มารับบริการตรวจคัดกรองจอประสาทตาระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคมพุทธศักราช 2568 จำนวนทั้งสิ้น 326 ราย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติประกอบด้วยสถิติเชิงพรรณนาเพื่ออธิบายลักษณะทั่วไปการทดสอบไคสแควร์เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างและการวิเคราะห์ความถดถอยโลจิสติกพหุคูณเพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยงอิสระ

     ผลการศึกษาพบว่าความชุกของภาวะจอประสาทตาจากเบาหวานในกลุ่มตัวอย่างคิดเป็นร้อยละ 23.6 ปัจจัยทางคลินิกที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดภาวะจอประสาทตาจากเบาหวานอย่างเป็นอิสระและเพิ่มความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติได้แก่อัตราการกรองของไตที่ลดลงหรือมีค่าน้อยกว่า 60 มิลลิลิตรต่อนาทีต่อพื้นที่ผิวกาย (aOR 2.19 95% CI 1.19 ถึง 4.02) ในขณะที่ปัจจัยด้านอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปเป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (aOR 0.39 95% CI 0.21 ถึง 0.73) สรุปได้ว่าประชากรผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะการทำงานของไตบกพร่องมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะจอประสาทตาจากเบาหวาน หน่วยบริการสาธารณสุขจึงควรพัฒนาระบบคัดกรองเชิงรุกแบบบูรณาการและติดตามดูแลการทำงานของอวัยวะเป้าหมายทั้งไตและตาร่วมกันอย่างใกล้ชิดในผู้ป่วยกลุ่มนี้เพื่อป้องกันการสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร

เอกสารอ้างอิง

GBD 2021 Diabetes Collaborators.(2023). Global, regional, and national burden of diabetes from 1990 to 2021, with projections of prevalence to 2050: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2021. Lancet. 2023;402(10397):203-34.

Morya S, D'souza C, V. P R, et al.(2024). Diabetic Retinopathy: A Review on Its Pathophysiology and Novel Treatment Modalities. Cureus. 2024;16(1):e52399.

กรมควบคุมโรค.(2566). แผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อของประเทศไทย พ.ศ. 2566–2570. นนทบุรี: กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.

Teo ZL, Tham YC, Yu M, Cheng CY, Wong TY, Sabanayagam C.(2021). Global prevalence of diabetic retinopathy and projection of burden through 2045: systematic review and meta-analysis. Ophthalmology. 2021;128(10):1427-38.

American Diabetes Association Professional Practice Committee.(2024). Retinopathy, neuropathy, and foot care: Standards of Care in Diabetes—2024. Diabetes Care. 2024;47(Suppl 1):S231-43.

Xuan J, Wang L, Fan L, Ji S. (2022). Systematic review and meta-analysis of the related factors for diabetic retinopathy. Ann Palliat Med. 2022;11(7):2368-81.

Euswas N, Phonnopparat N, Morasert K, Thakhampaeng P, Kaewsanit A, Mungthin M, et al.(2021). National trends in the prevalence of diabetic retinopathy among Thai patients with type 2 diabetes and its associated factors from 2014 to 2018. PLoS One. 2021;16(1):e0245801.

Li H, Zhang X, Chen L, Zhang M, Lu W.(2023). Research progress on the pathogenesis of diabetic retinopathy. BMC Ophthalmol. 2023;23(1):111.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-30

รูปแบบการอ้างอิง

ศุภเศรษฐ์สิริ พ. . (2026). ความชุกและปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะจอประสาทตาจากเบาหวานในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เข้ารับการตรวจคัดกรอง ณ โรงพยาบาลร้อยเอ็ด. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 11(2), 233–240. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/ech/article/view/5569