การพัฒนารูปแบบการดูแลประคับประคองแบบบูรณาการจากโรงพยาบาลสู่บ้านเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต อย่างเป็นองค์รวมโดยการมีส่วนร่วมของทีมสหวิชาชีพและครอบครัว อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม
คำสำคัญ:
การดูแลแบบประคับประคอง, การดูแลจากโรงพยาบาลสู่บ้าน, การมีส่วนร่วมของทีมสหวิชาชีพและครอบครัว, คุณภาพชีวิตแบบองค์รวมบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi Experiment Research)นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสถานการณ์และความต้องการการดูแลแบบประคับประคองในระบบการดูแลจากโรงพยาบาลสู่บ้าน (2) พัฒนารูปแบบการดูแลประคับประคองแบบบูรณาการจากโรงพยาบาลสู่บ้านเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตอย่างเป็นองค์รวมโดยการมีส่วนร่วมของทีมสหวิชาชีพและครอบครัว และ(3)ประเมินประสิทธิผลของรูปแบบที่พัฒนาขึ้น ดำเนินการในพื้นที่อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม ผู้ให้ข้อมูลเชิงคุณภาพคัดเลือกแบบเจาะจงรวม 60 คนและกลุ่มตัวอย่างในการประเมินประสิทธิผล ประกอบด้วย ผู้ป่วยประคับประคอง 12 คน ผู้ดูแลหลัก 12 คน อาสาสมัครสาธารณสุข/Caregiver 12 คน และทีมสหวิชาชีพ 24 คน เครื่องมือวิจัย ประกอบด้วย แนวทางการสัมภาษณ์เชิงลึก แนวทางการสนทนากลุ่ม แบบประเมิน Palliative Performance Scale (PPS) ,Edmonton Symptom Assessment System (ESAS), Palliative care Outcome Scale ( POS) ,และแบบประเมินการทำงานของทีมสหวิชาชีพตามกรอบ Donabedien วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา และWilcoxon signed-rank test สำหรับเปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังใช้รูปแบบ โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ .05
ผลการวิจัยพบว่า สถานการณ์และความต้องการการดูแลแบบประคับประคองในระบบการดูแลจากโรงพยาบาลสู่บ้านประกอบด้วยประเด็นสำคัญ 6ประเด็น รูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีองค์ประกอบ 3 ด้านตามกรอบ Donabedian ได้แก่ โครงสร้าง กระบวนการ และผลลัพธ์ โดยผู้ทรงคุณวุฒิประเมินว่ามีความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการนำไปใช้อยู่ในระดับมาก ภายหลังการนำรูปแบบไปใช้ ผู้ป่วยมีคะแนนอาการจากแบบประเมิน ESASและคะแนนผลลัพธ์การดูแล(POS)ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05) สะท้อนว่าภาระอาการ ปัญหาและความทุกข์ทรมานลดลงและผลลัพธิ์การดูแลดีขึ้น ขณะที่คะแนน PPS ไม่แตกต่าง ผลการสัมภาษณ์ผู้ดูแล พบว่า ผู้ดูแลสะท้อนว่าภาระการดูแลลดลง มีความมั่นใจในการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น และได้รับการสนับสนุนจากทีมสหวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ทีมสหวิชาชีพสะท้อนว่าการทำงานมีความเป็นระบบ การสื่อสาร และความต่อเนื่องระหว่างโรงพยาบาลกับชุมชนดี
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Palliative care [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2020 [cited 2026 Aug 6]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/palliative-care
Radbruch L, De Lima L, Knaul FM, Wenk R, Ali Z, Bhatnagar S, et al. Redefining palliative care - a new consensus-based definition. J Pain Symptom Manage. 2020;60(4):754-764. doi:10.1016/j.jpainsymman.2020.04.027.
พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550. ราชกิจจานุเบกษา. 2550;124(ตอนที่ 16 ก):1-18.
กรมการแพทย์. คู่มือการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองและระยะท้าย (สำหรับบุคลากรทางการแพทย์). กรุงเทพฯ: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์; 2563.
Kelley AS, Morrison RS. Palliative care for the seriously ill. N Engl J Med. 2015;373(8):747-55. doi:10.1056/NEJMra1404684.
Gomes B, Calanzani N, Curiale V, McCrone P, Higginson IJ. Effectiveness and cost-effectiveness of home palliative care services for adults with advanced illness and their caregivers. Cochrane Database Syst Rev. 2013;(6):CD007760. doi:10.1002/14651858.CD007760.pub2.
Kavalieratos D, Corbelli J, Zhang D, Dionne-Odom JN, Ernecoff NC, Hanmer J, et al. Association between palliative care and patient and caregiver outcomes: a systematic review and meta-analysis. JAMA. 2016;316(20):2104-14. doi:10.1001/jama.2016.16840.
Ferrell BR, Temel JS, Temin S, Alesi ER, Balboni TA, Basch EM, et al. Integration of palliative care into standard oncology care: American Society of Clinical Oncology clinical practice guideline update. J Clin Oncol. 2017;35(1):96-112. doi:10.1200/JCO.2016.70.1474.
กิตติกร นิลมานัต, มลธิรา อุดชุมพิสัย, ภัทรสิริ พจมานพงศ์, นิภา นิยมไทย. การดูแลแบบประคับประคองอย่างต่อเนื่องจากโรงพยาบาลสู่บ้านในบริบทภาคใต้. วารสารสภาการพยาบาล. 2562;34(2):76-93.
เสริมสุข ธัญญะวัน, อุดมศักดิ์ บุญส่งทรัพย์, ปวีณา ใจชัย. การพัฒนารูปแบบการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคอง โรงพยาบาลเลย. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2566;20(3):163-76.
เพ็ญศรี จาบประไพ, บุญสืบ โสโสม, สุนันทา เตโช. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายแบบประคับประคอง: การดูแลแบบไร้รอยต่อเครือข่ายโรงพยาบาลพระพุทธบาท. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2564;30(6):1101-11.
โรงพยาบาลเรณูนคร. รายงานผลการดำเนินงานดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ปีงบประมาณ 2566-2568. นครพนม: โรงพยาบาลเรณูนคร; 2568.
Donabedian A. Evaluating the quality of medical care. Milbank Mem Fund Q. 1966;44(3 Pt 2):166-206.
Chewaskulyong B, Sapinun L, Downing GM, Intaratat P, Lesperance M, Leautrakul S, et al. Reliability and validity of the Thai translation (Thai PPS Adult Suandok) of the Palliative Performance Scale (PPSv2). Palliat Med. 2012;26(8):1034-41. doi:10.1177/0269216311424633.
Bruera E, Kuehn N, Miller MJ, Selmser P, Macmillan K. The Edmonton Symptom Assessment System (ESAS): a simple method for the assessment of palliative care patients. J Palliat Care. 1991;7(2):6-9.
Hearn J, Higginson IJ. Development and validation of a core outcome measure for palliative care: the Palliative Care Outcome Scale. Qual Health Care. 1999;8(4):219-27. doi:10.1136/qshc.8.4.219.
Polit DF, Beck CT. The content validity index: are you sure you know what is being reported? Critique and recommendations. Res Nurs Health. 2006;29(5):489-97. doi:10.1002/nur.20147.
Ferrell BR, Twaddle ML, Melnick A, Meier DE. National Consensus Project clinical practice guidelines for quality palliative care, 4th edition. J Palliat Med. 2018;21(12):1684-89. doi:10.1089/jpm.2018.0431.
วราภรณ์ อ่อนอนงค์, เยาวรัตน์ มัชฌิม. โปรแกรมการดูแลระยะท้ายเพื่อส่งเสริมการตายดีในผู้ป่วยมะเร็ง: ทบทวนวรรณกรรม. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์. 2562;39(1):158-169.
มะลิ เนื่องวงษา, นิศมา แสนศรี, อักษ์ศรา กะการดี, นันท์ชญาน์ นฤนาทธนาเสฏฐ์. การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง โรงพยาบาลมหาสารคาม. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2567;21(1):216-230.

