Opinions of public health personnel in Khon Kaen Province on the quality criteria and standards in providing primary health care services in 8 areas according to the Primary Health Care Service Quality Standards Manual 2023 (revised edition)
Keywords:
Public health personnel’s opinions, quality criteria and standards in providing primary health care services in 8 areas, according to the quality manual for primary health care standards 2023Abstract
This study aimed to study the level of opinions of public health personnel in Khon Kaen Province on the quality criteria and standards of primary health care services in 8 areas according to the Primary Health Care Service Quality Standards Manual 2023 (revised edition). The staff in 123 primary health care units in Khon Kaen Province, all affiliations, totaling 246 people.
The results of the study found that The study results found that aspect 1, management, had the highest average score of 4.29, aspect 2, personnel arrangement and service potential, had the highest average score of 4.56, aspect 3, location, service unit location, buildings, locations, and environment, had the highest average score of 4.24, aspect 4, information system, providing complete treatment information to service recipients, had the highest average score of 3.42, aspect 5, primary health care system, had the highest average score of 3.36, aspect 6, medical and public health laboratory system, had the highest average score of 3.42, aspect 7, pharmaceutical service arrangement and health consumer protection (B.C.P.) had the highest average score of 4.42, aspect 8, infection prevention and control system, infectious waste management, had the highest average score of 4.45
References
คู่มือแนวทางการพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลติดดาว (รพ.สต.ติดดาว) ปี 2564
คู่มือแนวทางการตรวจประเมินเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการประจำ หน่วยบริการปฐมภูมิ และ หน่วยบริการร่วมให้บริการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 (สปสช.)
คู่มือคุณภาพมาตรฐานบริการสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2566 ของสำนักสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิกระทรวงสาธารณสุข
ประสิทธิ์ชัย มั่งจิตร, เอกสารประกอบการประชุม การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานระบบบริการปฐมภูมิและ การถ่ายโอนภารกิจ สอน./รพ.สต.ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น [อินเตอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 20 มิถุนายน 2566]. เข้าถึงได้จาก: http://www.primarycarecluster2017ประกาศคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ เรื่อง หน้าที่ของหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วย บริการปฐมภูมิในการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานในการให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2565
ประกาศคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ เรื่อง มาตรการควบคุมและตรวจสอบคุณภาพและ มาตรฐานในการให้บริการสุขภาพปฐมภูมิของหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ พ.ศ. 2565
ประกาศคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ เรื่อง การให้ข้อมูลการบริการสุขภาพปฐมภูมิและ การให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิของผู้รับบริการเพื่อให้ตัดสินใจในการเลือกรับบริการหรือเข้าสู่ระบบการส่งต่อ พ.ศ. 2565
ประกาศคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ เรื่อง การจัดทำระบบข้อมูลการให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ ของหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ พ.ศ. 2565
ประชาภรณ์ ทัพโพธิ์. (2557) ปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลจังหวัดนครปฐม. วารสารวิชาการ Veridian E-Joumal.; 7(2): 482
สาโรจน์ ประพรมมา. ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรสาธารณสุขใน พื้นที่อำเภอ ภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข. 2560; 11(1): 58-61
นพดล นพมณี. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างความพร้อมและการรับรู้ กับทัศนคติในการพัฒนาตามเกณฑ์มาตรฐาน รพ.สต. ติดดาว. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและการสาธารณสุขชุมชน.3(1): 49-55.
สำนักสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือคุณภาพมาตรฐานบริการสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2566. กรุงเทพฯ: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์.
สุทิศา อาภาเภสัช.( 2563) ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาระบบบริการในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลของจังหวัด สุพรรณบุรี, วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน.6(3): 92.
ศุราภรณ์ สามประดิษฐ์, คชาพล นิ่มเดช, ศิวาภรณ์ โภคภิรมย์ และ สุนทร แก้วอำไพ.(2563). รพ.สต. ติดดาว : ภาระหรือโอกาสการพัฒนางานเภสัชกรรมปฐมภูมิในชุมชน, วารสารสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพ. 3(3): 16-26.
อุไรวรรณ ชัยชนะวิโรจน์ และชญาภา วันทุม, (2560).การทดสอบความตรงตามเนื้อหาของเครื่องมือวิจัย วารสาร การพยาบาลและสุขภาพ.11(2): 105-111.

