การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองโดยการมีส่วนร่วม เครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอตาลสุม จังหวัดอุบลราชธานี
คำสำคัญ:
รูปแบบ, การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง , การมีส่วนร่วม , เครือข่ายบริการสุขภาพบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองโดยการมีส่วนร่วม เครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอตาลสุม จังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการพัฒนากระบวนการประกอบด้วย ทีมสหวิชาชีพเครือข่ายสุขภาพอำเภอตาลสุม บุคลากรจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเครือข่ายอำเภอตาลสุม ผู้ป่วยระยะสุดท้าย ผู้ดูแล (CG) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ผู้นำชุมชน และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รวม 60 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินผล คือ ผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ขึ้นทะเบียนในเครือข่ายสุขภาพอำเภอตาลสุม จำนวน 30 คน โดยการประยุกต์ใช้หลักการวิจัยเชิงปฏิบัติการตามแนวคิดของ Kemmis และ McTaggart จำนวน 2 วงรอบ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น จำนวน 12 สัปดาห์ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2566 ถึงเดือน ตุลาคม 2566 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการรวบรวม จัดหมวดหมู่ วิเคราะห์เนื้อหา และเปรียบเทียบผลต่างค่าเฉลี่ยของคะแนนก่อนและหลังการทดลองใช้รูปแบบที่พัฒนาขึ้นโดยใช้สถิติ paired t-test
ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองโดยการมีส่วนร่วม เครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอตาลสุม จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบด้วย 1) เชื่อมระบบการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองแบบไร้รอยต่อ 2) สร้างและพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง โดยการจัดอบรมจิตอาสา อสม.และผู้ดูแลผู้ป่วย 3) เสริมสร้างองค์ความรู้ในการดูแลที่ทันสมัย โดยให้ความรู้แก่บุคลากร ผู้ป่วย ผู้ดูแลผู้ป่วย และเครือข่ายชุมชนในการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองและระยะท้ายอย่างครอบคลุมและทันสมัย 4) ใช้หลัก “บวร” (บ้าน วัด ราชการ) บูรณาการการทำงานร่วมกับชุมชนอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง 5) จัดตั้งศูนย์อุปกรณ์ในชุมชน และหลังการทดลองกลุ่มตัวอย่างมีผลต่างค่าเฉลี่ยของคะแนนการดูแลของญาติ ความพึงพอใจ การปฏิบัติตามรูปแบบการดูแลแบบประคับประคอง และการดูแลตามกรอบ 7 Aspects of Care สูงกว่าการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
เอกสารอ้างอิง
สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2560). แผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข) พ.ศ. 2560–2579. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.
วณิชา พึ่งชมพู. (2557). การพัฒนาการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายในประเทศไทย. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 32(4), 6–14.
กิตติธร นิลมานัต. (2555). การพยาบาลผู้ป่วยระยะสุดท้าย: แนวคิดและการปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (2557). แนวทางการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคอง. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข.
จุฬารัตน์ สุริยาทัย, และคณะ. (2566). การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายในชุมชนโดยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายสุขภาพ. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 32(1), 120–131.
World Health Organization. (2002). National cancer control programmes: Policies and managerial guidelines. Geneva: World Health Organization.
วรรษมน บูรณรัช. (2557). ทัศนะการปรับตัวและรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้ป่วยโรคร้ายแรงระยะสุดท้ายภายใต้การดูแลแบบประคับประคอง. วารสารสังคมศาสตร์การแพทย์, 9(2), 101–115.
เครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอตาลสุม (2565) สถานการณ์ความเจ็บป่วยในกลุ่มผู้ป่วยระยะท้ายมีความซับซ้อน. โรงพยาบาลตาลสุม
Kemmis, S., & McTaggart, R. (1992). The action research planner (3rd ed.). Victoria: Deakin University Press.
ศรีเวียง ไพโรจน์กุล. (2557). การจัดการรายกรณีสำหรับผู้ป่วยระยะท้ายในชุมชน. ขอนแก่น: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
นฤมล บุญนิวารวัฒน์, และคณะ. (2566). การพัฒนาแนวปฏิบัติทางการพยาบาลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคองต่อเนื่องในชุมชน. วารสารพยาบาลศาสตร์, 41(3), 85–98.
Watson, J. (2008). Nursing: The philosophy and science of caring (Revised ed.). Boulder, CO: University Press of Colorado.
Cohen, J. M., & Uphoff, N. T. (1981). Rural development participation: Concepts and measures for project design, implementation and evaluation. Ithaca, NY: Cornell University Press.
กัญญารัตน์ กันยะกาญจน์, และคณะ. (2562). รูปแบบการดูแลระยะยาวแบบบูรณาการสำหรับผู้สูงอายุในชุมชน. วารสารการพยาบาลสาธารณสุข, 33(2), 45–58.
Green, J., & Tones, K. (2010). Health promotion: Planning and strategies (2nd ed.). London: Sage Publications.

