ผลการพัฒนาโปรแกรมความรอบรู้ด้านสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางใน โรงพยาบาลโคกโพธิ์ไชย อำเภอโคกโพธิ์ไชย จังหวัดขอนแก่น

ผู้แต่ง

  • เบญจวรรณ รัตนวรรณ พยาบาลวิชาชีพชํานาญการ โรงพยาบาลโคกโพธิ์ไชย

คำสำคัญ:

ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, พฤติกรรมการดูแลตนเอง, ค่าฮีมาโตคริต, น้ำหนักทารกแรกเกิด, หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจาง

บทคัดย่อ

      การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมความรอบรู้ด้านสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจาง ร่วมกับศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ พฤติกรรมการดูแลตนเอง และระดับค่าฮีมาโตคริตหลังเข้าร่วมโปรแกรม กับน้ำหนักแรกเกิดของทารก การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-experimental Research) แบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลอง (One-group pretest-posttest design) ร่วมกับการวิจัยเชิงความสัมพันธ์ (Correlational Research) กลุ่มตัวอย่างเป็นหญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการฝากครรภ์ ณ โรงพยาบาลโคกโพธิ์ไชย จังหวัดขอนแก่น และตรวจพบภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (Hct < 33 Vol%) ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2565 ถึง 31 มีนาคม 2567 กลุ่มตัวอย่างจำนวน 34 คน เครื่องมือดำเนินการทดลอง คือ โปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจาง ระยะเวลาดำเนินการ 8 สัปดาห์ถึงหลังคลอด 1 สัปดาห์ เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบสอบถามความรอบรู้ด้านสุขภาพ แบบสอบถามพฤติกรรมการดูแลตนเอง แบบบันทึกค่าฮีมาโตคริต และแบบบันทึกน้ำหนักแรกเกิดของทารก โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (ร้อยละ, ค่าเฉลี่ย, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Paired Sample t-test, Cohen's d และ Fisher's Exact Test กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

      ผลการศึกษา: พบว่าระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ระดับพฤติกรรมการดูแลตนเอง และระดับค่าฮีมาโตคริต (Hct) หลังเข้าร่วมโปรแกรมของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 หาความสัมพันธ์กับน้ำหนักแรกเกิดของทารก จำแนกตามน้ำหนักแรกเกิดของทารก (< 2,500 กรัม และ ≥ 2,500 กรัม) พบว่า ระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพและระดับพฤติกรรมการดูแลตนเองหลังการทดลองมีความสัมพันธ์กับน้ำหนักทารกแรกคลอดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = .018 และ p = .002 ตามลำดับ)

เอกสารอ้างอิง

Shi, H., Chen, L., Wang, Y., Sun, M., Yim, S. F., & Chang, A. M. (2022). Severity of anemia during pregnancy and maternal and fetal outcomes: A retrospective cohort study. BMC Pregnancy and Childbirth, 22(1), 1–10.

Mir MK, Yousaf S, Ilyas A, Tahir S. Maternal anemia is a risk factor for low birth weight babies at term. Pakistan J Med Heal Sci 2016;10(3): 741–3.

World Health Organization (2023). Accelerating anaemia reduction: a comprehensive framework for action [Internet].2023 [cited 2023 Jan 10]. Available from: https://iris.who.int/handle/10665/367661.

กระทรวงสาธารณสุข. รายงานสถานการณ์ภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ ประเทศไทย ปีงบประมาณ 2560–2562 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: ระบบคลังข้อมูลสุขภาพ (HDC) กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; 2563 [เข้าถึงเมื่อ 2 ต.ค. 2565]. เข้าถึงได้จาก: https://hdcservice.moph.go.th/

กระทรวงสาธารณสุข. แผนพัฒนาการสาธารณสุข ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560–2564). นนทบุรี: สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข; 2560.

Nutbeam, D. (2000). Health literacy as a public health goal: A challenge for contemporary health education and communication strategies into the 21st century. Health Promotion International, 15(3), 259–267.

Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed.). Prentice-Hall.

Bloom, B. S. (1968). Learning for mastery. Center for the Study of Evaluation of Instructional Programs, University of California. Boudewijn, B., Steunenberg, B.

บุญใจ ศรีสถิตนรากูร. (2553). วิทยาการวิจัยทางการพยาบาลศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 5).ยูเนี่ยนไทม์ส.

Best J. W.(1981), Research in Education, 4th Edition , New Delhi, Prentice Hall Of India Pvt. Ltd. อ้างอิงใน สุมัทนา กลางคาร และ วรพจน์ พรหมสัตยพรต, 2553

ดวงหทัย เกตุทอง. (2562). การใช้โปรแกรมเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่หญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการที่คลินิกพัฒนารูปแบบและนวัตกรรมบริการสุขภาพสตรี. สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง กรมอนามัย.

สมาพร สุรเตมีย์กุล, และเกศินี สราญฤทธิชัย. (2564). ผลของโปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมต่อการปฏิบัติตัวและระดับฮีมาโตคริตของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ, 44(4), 41–54.

Orem, D. E. (2001). Nursing: Concepts of practice (6th ed.). Mosby.

อัจฉราวดี มั่งจิตร. (2564). ผลของโปรแกรมการสนับสนุนและให้ความรู้ต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในโรงพยาบาลแก่งคอย จังหวัดสระบุรี. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 30(2), 310–321.

ศิริกนก กลั่นขจร. (2560). บทบาทพยาบาลในการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก. วารสารพยาบาลทหารบก, 18(ฉบับพิเศษ), 25–34.

นงเยาว์ สุวานิช. (2564). ประสิทธิผลของโปรแกรมความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับหญิงตั้งครรภ์ต่อน้ำหนักทารกแรกเกิด. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน, 7(3), 45–56

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-10-31

รูปแบบการอ้างอิง

รัตนวรรณ เ. . (2026). ผลการพัฒนาโปรแกรมความรอบรู้ด้านสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางใน โรงพยาบาลโคกโพธิ์ไชย อำเภอโคกโพธิ์ไชย จังหวัดขอนแก่น. วารสารการศึกษา-สุขภาพและการจัดการสิ่งแวดล้อม, 11(5), 166–175. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/ech/article/view/6388