ผลของโปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพต่อปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง คลินิกโรคเรื้อรัง โรงพยาบาลเชียงยืน
คำสำคัญ:
ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ, ปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด, ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงบทคัดย่อ
การศึกษานี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง แบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลัง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพต่อปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่ได้รับการประเมินโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดที่มีโอกาสเสี่ยงระดับสูงและสูงมาก ที่เข้ารับบริการคลินิกโรคเรื้อรัง โรงพยาบาลเชียงยืน ระหว่างเดือนตุลาคม 2566 ถึงเดือนกันยายน 2567 จำนวน 43 ราย อายุระหว่าง 15-60 ปี รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป วิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณา ได้แก่ จำนวนร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบคะแนนโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในคนไทย (Thai CV Risk Score) และคะแนนพฤติกรรมสุขภาพ โดยใช้สถิติทดสอบ Wilcoxon signed rank เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของค่าน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) และค่าเฉลี่ยความดันโลหิต (Blood pressure) โดยใช้สถิติทดสอบ Friedman Test
ผลการศึกษาพบว่า หลังการทดลองกลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ย Thai CV Risk ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p< 0.001) คะแนนพฤติกรรมสุขภาพเพิ่มขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p< 0.001) ค่าเฉลี่ยความดันโลหิต พบว่าระดับความดันโลหิตซิสโตลิค (Systolic Blood pressure) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p< 0.001) ค่าเฉลี่ยของ HbA1c ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p< 0.001)
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. (2023). World health statistics 2023: Monitoring health for the SDGs, sustainable development goals. https://www.who.int/publications/i/item/9789240074323
เริงฤดี ปธานวนิช. (บรรณาธิการ). (2568). รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 พ.ศ. 2567-2568. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล.
คณะกรรมการยกร่างแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อของประเทศไทย 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570). (2567). แผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อของประเทศไทย (พ.ศ. 2566 - 2570). สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิตแอนดีดีไซด์ กรุงเทพมหานคร.
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. (2015). Thai CV risk score. มหาวิทยาลัยมหิดล. https://www.rama.mahidol.ac.th/cardio_vascular_risk/thai_cv_risk_score/
Miller, W. R., & Rollnick, S. (1991). Motivational interviewing: Preparing people to change addictive behavior. Guilford Press.
Papus, M., Dima, A. L., Viprey, M., Schott, A.-M., Schneider, M. P., & Novais, T. (2022). Motivational interviewing to support medication adherence in adults with chronic conditions: Systematic review of randomized controlled trials. Patient Education and Counseling, 105(11), 3186–3203.
ปนัดดา ใจมา, และ พิมพ์ใจ อุ่นบ้าน. (2567). ประสิทธิผลของโปรแกรมการสนทนาสร้างแรงจูงใจเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวาน. วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข, 4(3), e267206. tci-thaijo.org
กัญญาพัชร บัณฑิตถาวร, ชาลี ศิริพิทักษ์ชัย, และนฤมล จำปาบุญ. (2566). ผลของการใช้กระบวนการสัมภาษณ์สร้างแรงจูงใจ ต่อพฤติกรรมสุขภาพและความดันโลหิตของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง. วารสารการพัฒนาสุขภาพชุมชน มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 11(4), 359-371.
เทอดศักดิ์ เดชคง. (2563). ผลของโปรแกรมการสนทนาแบบสร้างแรงจูงใจต่อค่าซีสโตลิคและไดแอสโตลิคในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง. วารสารวิชาการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, 16(3), 59-68.
เทอดศักดิ์ เดชคง. (2565). แนวปฏิบัติการสนทนาสร้างแรงจูงใจเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ. สำนักวิชาการสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข.
Prochaska, J. O., & DiClemente, C. C. (1992). In search of how people change: Applications to addictive behaviors. American Psychologist, 47(9), 1102–1114.
นฤมล พระใหญ่, สิทธิพร ครามานนท์, และภาสกร คุ้มศิริ. (2564). การสัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจ: บทความฟื้นฟูวิชาการ. วารสารคลินิกจิตวิทยา, 52(1), 62–74.
ประคอง อินทรสมบัติ. (2539). การประเมินภาวะสุขภาพในผู้สูงอายุ. รามาธิบดีพยาบาลสาร, 2(3), 44-56.
ปิยะพร โชคเหรียญสุขชัย, และสุรัตน์ อนันทสุข. (2569). การพัฒนารูปแบบการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีความดันโลหิตสูงร่วมด้วยในหน่วยบริการปฐมภูมิ จังหวัดปทุมธานี. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(1), 973-985.
มนัสนันท์ คำคง, ปนัดดา ชำนาญเพาะ, และ จริยา พงสุวรรณ. (2567). การพัฒนารูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจของตำรวจภูธรในจังหวัดหนึ่งของภาคใต้. วารสารการพยาบาลและการศึกษา, 17(2), 25-38.
ภัคจิรา นุ้ยเกตุ, และนงณภัทร รุ่งเนย. (2569). การพัฒนารูปแบบการสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของกลุ่มเสี่ยงในหน่วยบริการปฐมภูมิ. วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล, 32(2), 40-58.
Bulto, L.N., Roseleur J., Noonan, S, Pinero de Plaza, M.A., Champion, S.,Dafny, H.A., Pearson, V., Nesbitt, K.,Gebremichael, L.G., Beleigoli, A., Gulyani, A., Schultz, T., Hines, S., Clark, R.A., and Hendriks, J.M. (2024). Effectiveness of nurse-led interventions versus usual care on blood pressure management: A systematic review and meta-analysis. European Journal of Cardiovascular Nursing, 23(1), 21–35.

