การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยวัณโรครายใหม่เชื่อมโยงการดูแลต่อเนื่องถึงชุมชน โรงพยาบาลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน
คำสำคัญ:
วัณโรครายใหม่, การดูแลต่อเนื่อง, การมีส่วนร่วมของชุมชน, การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์การดูแลผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ พัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยวัณโรครายใหม่เชื่อมโยงการดูแลต่อเนื่องถึงชุมชนโดยการมีส่วนร่วมของทีมสหวิชาชีพและภาคีเครือข่าย และประเมินผลลัพธ์ของรูปแบบการดูแล ดำเนินการระหว่างเดือนมกราคม ถึงเดือนกันยายน 2567 รวมระยะเวลา 9 เดือน โดยพัฒนารูปแบบ 3 วงจร วงจรละ 4 สัปดาห์ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ทีมสหวิชาชีพและภาคีเครือข่าย จำนวน 30 คน คัดเลือกแบบเจาะจง และผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ที่ขึ้นทะเบียนรักษาในโรงพยาบาลบ้านธิ ปีงบประมาณ 2567 จำนวน 31 คน เครื่องมือการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง แนวทางการสนทนากลุ่ม แบบบันทึกการสังเกตแบบมีส่วนร่วม แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบประเมินความรู้เกี่ยวกับวัณโรค แบบประเมินพฤติกรรมการดูแลตนเอง แบบบันทึกผลลัพธ์การรักษา และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา Paired t-test Wilcoxon Signed-Rank Test และ Fisher’s exact test ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหาและการวิเคราะห์แบบประเด็น
ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุหรือวัยกลางคนที่มีรายได้น้อย มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์และมีโรคร่วมร้อยละ 54.84 เท่ากัน ผลการรักษาย้อนหลังปีงบประมาณ 2565–2567 มีอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 7.69 สูงกว่าเป้าหมาย (น้อยกว่าร้อยละ 5.00) ผู้ป่วยมีความรู้ด้านการรักษาและการกินยาอยู่ในระดับน้อย การส่งต่อข้อมูลระหว่างโรงพยาบาลกับ รพ.สต. ล่าช้า และชุมชนยังมีการตีตราผู้ป่วย รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) การประเมินแรกรับและจำแนกกลุ่มเสี่ยงสูง 2) การให้สุขศึกษาและตกลงการรับบริการ 3) ระบบติดตามการกินยาโดยญาติและ อสม. 4) การส่งต่อข้อมูลให้ รพ.สต. และชุมชนภายใน 24 ชั่วโมง และ 5) การเฝ้าระวังติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง โดยมีพยาบาลเป็นผู้จัดการรายกรณี ระดับการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นจากระดับน้อย (1.22 คะแนน) เป็นระดับมาก (2.76 คะแนน) หลังใช้รูปแบบ คะแนนความรู้เกี่ยวกับวัณโรคเพิ่มขึ้นจาก 19.31±5.54 เป็น 25.31±3.63 คะแนน (t = 8.23, p < .001) พฤติกรรมการดูแลตนเองเพิ่มขึ้นจากระดับปานกลาง (3.44±0.48 คะแนน) เป็นระดับมาก (4.18±0.30 คะแนน) (t = 10.38, p < .001) ความพึงพอใจของผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจาก 3.34±0.36 เป็น 4.16±0.43 คะแนน (t = 12.60, p < .001) อัตราการรักษาสำเร็จร้อยละ 93.55 อัตราการเสียชีวิตร้อยละ 3.23 ต่ำกว่าเป้าหมาย ไม่พบผู้ป่วยขาดยา ร้อยละการกินยาเฉลี่ย 98.22±1.99 และทีมสหวิชาชีพและภาคีเครือข่ายมีความพึงพอใจในระดับมาก (4.11±0.39 คะแนน) สรุปและอภิปรายผล รูปแบบการดูแลที่พัฒนาขึ้นเปลี่ยนการดูแลจากแบบตั้งรับรายกรณีเป็นการดูแลต่อเนื่องจากโรงพยาบาลถึงบ้านและชุมชน ส่งเสริมความรู้ พฤติกรรมการดูแลตนเอง และผลการรักษาของผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ แต่อัตราการรักษาสำเร็จและอัตราการเสียชีวิตยังไม่แตกต่างจากกลุ่มย้อนหลังอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จึงควรเพิ่มความเข้มข้นของการดูแลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงสูงและติดตามผลในระยะยาว
เอกสารอ้างอิง
กลุ่มระบาดวิทยาและตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน กองวัณโรค กรมควบคุมโรค. สถานการณ์และการดำเนินงานวัณโรคของประเทศไทย. นนทบุรี: กองวัณโรค กรมควบคุมโรค; 2567.
SDG Move. SDG Updates | ส่องสถานการณ์วัณโรคไทย: หนึ่งปัญหาโรคติดต่อ (จากคนสู่คนผ่านทางอากาศ) ที่อยู่กับเรามานาน [อินเทอร์เน็ต]. 2564. เข้าถึงได้จาก: https://www.sdgmove.com/2021/06/24/sdg-updates-tb-communicable-disease-continuing-threat/
สักกรินทร์ นิยมศิลป์. วัณโรค. รายงานสุขภาพคนไทย [อินเทอร์เน็ต]. 2563. เข้าถึงได้จาก: https://www.thaihealthreport.com/th/articles_detail.php?id=62
กองวัณโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. สถานการณ์และผลการดำเนินงานควบคุมวัณโรคของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2562–2566. กรุงเทพฯ: กองวัณโรค กรมควบคุมโรค; 2567.
กองวัณโรค กรมควบคุมโรค. แนวทางการควบคุมวัณโรคประเทศไทย พ.ศ. 2567. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2567.
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. แนวทางการดูแลต่อเนื่อง (Continuing care) [อินเทอร์เน็ต]. ม.ป.ป. เข้าถึงได้จาก: https://www.si.mahidol.ac.th/Th/division/nursing/NDivision/N_OPD/admin/download_files/3_61_1.pdf
นิรมล พิมน้ำเย็น, สมเจตน์ คุ้มใจ, ปราณี ปุณณกันต์, ลดาวัลย์ ใจสุข, วิศิษฏ์ ตั้งสกุลวิชัย. การวิจัยและพัฒนาระบบบริการต้นแบบการช่วยเหลือผู้ป่วยวัณโรคและโรคเรื้อนที่ประสบปัญหาทางสังคมในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย. วารสารวิชาการป้องกันควบคุมโรค สคร.2 พิษณุโลก. 2561;5(1):37-51.
โรงพยาบาลบ้านธิ. ข้อมูลผลการรักษาผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ ปีงบประมาณ 2565–2567 [ข้อมูลจากระบบสารสนเทศโรงพยาบาล ไม่ได้ตีพิมพ์]. ลำพูน: โรงพยาบาลบ้านธิ; 2567.
สว่างศรี วิไลมาตย์. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยวัณโรคในชุมชน อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2563;16(3):116-29.
เชาวฤทธิ์ บุญลี. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยวัณโรคดื้อยา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะเคียนราม อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารวิจัยและพัฒนาสุขภาพศรีสะเกษ. 2567;3(4):49-59.
จิรพร อไผ, สุพรรณี บุตรไสว. พัฒนารูปแบบการดูแลต่อเนื่องสำหรับผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 2565;9(2):225-42.
วิมลรัตน์ ทับทิมคง, ศิริมา ชื่นใจมนต์. การพัฒนารูปแบบการดูแลต่อเนื่องผู้ป่วยระยะกลาง (Intermediate Care) โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ. 2567;9(1):1-15.
Kemmis S, McTaggart R. The action research planner. 3rd ed. Geelong: Deakin University Press; 1988.
ธัญกร ตันหาคร, ปวีณ ภาสุนนท์. Participatory action research for creative entrepreneurship development. Asia Social Issues. 2561;11(2):45-76.
Bloom BS. Taxonomy of educational objectives: the classification of educational goals. Handbook I: cognitive domain. New York: David McKay; 1956.
Orem DE. Nursing: concepts of practice. New York: McGraw-Hill; 1971.
วีระวรรณ เหล่าวิทวัส, เอ็มวิภา แสงชาติ. ปัจจัยที่มีผลต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรครายใหม่และกลับเป็นซ้ำ ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ปีงบประมาณ 2566. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ. 2567;17(1).
Limenh LW, Kasahun AE, Sendekie AK, Misganaw NF, Ayenew AA, Belay HG, et al. Tuberculosis treatment outcomes and associated factors among tuberculosis patients treated at healthcare facilities of Motta Town, Northwest Ethiopia: a five-year retrospective study. Sci Rep. 2024;14:7695.
Oo MM, Liabsuetrakul T, Boonathapat N, Aung HKK, Pungrassami P. Association of health insurance and documentation with stigma and social support among Myanmar migrants with tuberculosis before and during Thailand's policy on border closure due to COVID-19: a cross-sectional study. J Racial Ethn Health Disparities. 2022;9(6):2495-507.
Kongkamol C, Chintrakul A, Horsiritham K, Kiranantawat N, Nirattisaikul S, Sungsiri J, et al. The predictors of voluntary participation in pulmonary tuberculosis screening program: a study in a suburban community of southern Thailand. Front Public Health. 2024;12:1360986.
Cocozza AM, Linh NN, Nathavitharana RR, Ahmad U, Jaramillo E, Gargioni GEM, et al. An assessment of current tuberculosis patient care and support policies in high-burden countries. Int J Tuberc Lung Dis. 2020;24(1):36-42.
Alsdurf H, Benedetti A, Buu TN, Adjobimey M, Cook VJ, Fisher D, et al. Human resource implications of expanding latent tuberculosis patient care activities. Front Med. 2024;10:1265476.

