พฤติกรรมการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนของวัยรุ่นในมหาวิทยาลัย
คำสำคัญ:
ความรู้, ทัศนคติ, พฤติกรรม, การใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบทคัดย่อ
การใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนปัจจุบันเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย ผู้บริโภคควรมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง การวิจัยเชิงสำรวจครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรม และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนของวัยรุ่น กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษา จำนวน 201 คน สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multistage sampling) เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่นด้านความรู้ เท่ากับ 0.82 ด้านทัศนคติ เท่ากับ 0.89 ด้านพฤติกรรมการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจน เท่ากับ 0.81 วิเคราะห์เชิงพรรณนา ความถี่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานค่าร้อยละ ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด วิเคราะห์ปัจจัยที่สัมพันธ์ด้วยการทดสอบ Chi-square หรือ Fisher’s Exact ระดับนัยสําคัญที่ 0.05
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างเพศหญิง ร้อยละ 100 อายุ 21-23 ปี ร้อยละ 63.2 มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ปกติ ร้อยละ 43.8 เงินที่ได้รับต่อเดือน 3,000-6,000 บาท ร้อยละ 58.7 แหล่งที่มาของเงินที่ได้รับ คือจากผู้ปกครอง ร้อยละ 88.1 ส่วนใหญ่ไม่มีโรคประจำตัว ร้อยละ 85.3 เคยใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจน ร้อยละ 57.7 มีคิดว่าจะใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจน ร้อยละ 59.62 ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่า ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนมีความสัมพันธ์เชิงกับทัศนคติต่อการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจน อย่างมีระดับนัยสำคัญทางสถิติ (p <0.02) ดังนั้นจึงควรส่งเสริมความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในกลุ่มวัยรุ่นเพื่อให้มีพฤติกรรมการใช้อย่างถูกต้องและไม่เกิดอันตรายต่อสุขภาพ
เอกสารอ้างอิง
ณัฎฐิณี ธีรกุลกิตติพงศ์, อาลักษณ์ ทิพยรัตน์, สุธาบดี ม่วงมี, และนภาภรณ์ เอื้อวงศ์ญาติ. (2564). การวิจัยทางคลินิกและการพัฒนาสูตรตำรับเซรั่มเข้มข้นจากสารสกัดสมุนไพรในการป้องกันผมร่วง กระตุ้นการงอกของผม และเพิ่มการสร้างเม็ดสีให้ผมเส้นขาวในผู้สูงอายุ [รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์]. มหาวิทยาลัยบูรพา
นฤนันท์ วุฒิสินธุ์, ดาราพรรณ เส้งซิว, และวิภาดา ไชยา. (2560). การสำรวจการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนในจังหวัดเชียงราย. วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต, 5(3), 45–54.
ปรียาพร คงพันธุ์วิจิตร. (2556). พฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร [ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ]. สืบค้นจาก http://mba.swu.ac.th/article
พรรณธร สุจารีย์. (2567). ปัจจัยที่มีผลต่อการซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนของประชากรในกรุงเทพมหานคร [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ภัทรา รอดดำรงค์, และสุจิตรา รอดสมบุญ. (2559). ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์อาหารเสริมความงามคอลลาเจนผ่านทางเฟซบุ๊ก. วารสารการตลาดและการจัดการ, 3(2), 104-118.
วรินญา ปัญญาแก้ว. (2558). การศึกษาผลของการรับประทานคอลลาเจนเสริมต่อความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นของผิว [สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์]. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา. (2564). รายงานจำนวนนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ปีการศึกษา 2564 สืบค้นจาก http://apro.nrru.ac.th
Asserin, J., Lati, E., Shioya, T., & Prawitt, J. (2015). The effect of oral collagen peptide supplementation on skin moisture and the dermal collagen network: Evidence from an ex vivo model and randomized, placebo-controlled clinical trials. Journal of Cosmetic Dermatology, 14(4), 291-301. https://doi.org/10.1111/jocd.12174
Bloom, B. S., Hastings, J. T., & Madaus, G. F. (1975). Evaluation to improve learning. McGraw-Hill.
Bolke, L., Schlippe, G., Gerß, J., & Voss, W. (2019). A collagen supplement improves skin hydration, elasticity, roughness, and density: Results of a randomized, placebo-controlled, blind study. Nutrients, 11(10), Article 2494. https://doi.org/10.3390/nu11102494
Choi, F. D., Sung, C. T., Juhasz, M. L., & Mesinkovsk, N. A. (2019). Oral collagen supplementation: A systematic review of dermatological applications. Journal of Drugs in Dermatology, 18(1), 9-16.
García-Coronado, J. M., Martínez-Olvera, L., Elizondo-Omaña, R. E., Acosta-Olivo, C. A., Vilchez-Cavazos, F., Simental-Mendía, L. E., & Simental-Mendía, M. (2019). Effect of collagen supplementation on osteoarthritis symptoms: A meta-analysis of randomized placebo-controlled trials. International Orthopaedics, 43(3), 531-538. https://doi.org/10.1007/s00264-018-4211-5
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Orem, D. E. (2001). Nursing: Concepts of practice (6th ed.). Mosby.