การศึกษานำร่องวิธีการเตรียมน้ำยา Coombs Control Cells จากตัวอย่างเลือดใหม่ เพื่อใช้ในงานตรวจประจำวันทางห้องปฏิบัติการธนาคารเลือด

ผู้แต่ง

  • พลวรรต ทองสุข สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ คณะสหเวชศาสตร์ วิทยาลัยนครราชสีมา
  • วรพรรณ ยิ่งศิวะพัฒน์ สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ คณะสหเวชศาสตร์ วิทยาลัยนครราชสีมา
  • สุพัตรา พูนขุนทด สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ คณะสหเวชศาสตร์ วิทยาลัยนครราชสีมา
  • กิตติพงษ์ มาตรสันต์ สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ คณะสหเวชศาสตร์ วิทยาลัยนครราชสีมา

บทคัดย่อ

          ในงานตรวจประจำวันทางธนาคารเลือดที่มีหาหมู่เลือดและจัดเตรียมเลือดที่เข้าได้กับผู้ป่วยและการตรวจวินิจฉัยโรคเลือดที่มีการทำลายของเม็ดเลือดแดงซึ่งเกิดจากสาเหตุต่างๆ ซึ่งจำเป็นจะต้องใช้ Coombs Control Cells (CCC) เป็นเซลล์ควบคุมคุณภาพของการตรวจ วัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้เพื่อทดลองเตรียม IgG sensitized Red Blood Cells ไว้ใช้เองในห้องปฏิบัติการโดยใช้ anti-D (IgG)  และนำมาเปรียบเทียบกับเซลล์มาตรฐานจากศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เริ่มจากนำเลือดหมู่เลือดโออาร์เอชบวกที่มีอายุไม่เกิน 3 วัน มาปั่นล้างและเตรียมเป็น Pack Red Cells ความเข้มข้น 10% ในน้ำเกลือ (10% PRC)  แล้วนำมา sensitized โดยการเจืองจางน้ำยา anti-D แบบการเจือจาง2เท่าตามลำดับ ตั้งแต่ 1:2 ถึง 1:512  แล้วหยด 10% PRC ลงไปในหลอด anti-D ที่เจือจางแล้วทุกหลอด จากนั้นเขย่าและปั่นอ่านที่อุณหภูมิห้อง เพื่อหาค่าไตเตอร์ที่เหมาะสมที่สุด จากนั้นนำ sensitized RBC ไปทดสอบกับ Anti-Human Globulin (AHG) โดยวิธี Direct Antiglobulin Test (DAT) เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของ CCC ที่เตรียมใช้เอง ผลการทดสอบความแรงของน้ำยา AHG ด้วยวิธีหลอดทดลองมาตรฐานที่ 37°C กับ sensitized RBC ที่เตรียมได้ พบว่าสามารถให้ปฏิกิริยาที่ชัดเจนและแรงยิ่งขึ้นกว่าการทดสอบที่อุณหภูมิห้อง ซึ่งปฏิกิริยาแสดงให้เห็นได้แม้มีการเจือจางน้ำยา AHG ในระดับ 1:128 ยังคงให้ผลบวก ซึ่งแสดงว่า sensitized RBCs ที่เตรียมได้ในการศึกษาครั้งนี้มีคุณภาพดี และมีอายุเก็บไว้ใช้ได้นานถึง 15 วัน จึงทำให้ sensitized RBCs ที่เตรียมมีความเหมาะสมน่าจะนำมาใช้แทน CCC มาตรฐานในห้องปฏิบัติการได้  

เอกสารอ้างอิง

ดุษฎีภูรีกุล, นุชนาฎ เปรมประยูร, สาริกา เมฆฉาย และอุดม ติ่งต้อ. (2561). ความสัมพันธ์ ของผู้บริจาคโลหิตที่มี DAT บวกกับ autoimmune diseases. ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย.

ปาริชาติเพิ่มพิกุล. (2561). Direct Antiglobulin Test ที่มีผลบวกในผู้บริจาคเลือด. พิมพ์ครั้งที่ 4. ภาควิชาเวชศาสตร์การธนาคารเลือด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล.

อังสนา โยธินารักษ์. (2562). การเตรียมตัวอย่างเลือดที่ให้ผลบวกสำหรับ Direct Antiglobulin Test เพื่อใช้ในการเรียนการสอนภาคปฏิบัติการในวิชาวิทยาศาสตร์การบริการโลหิต คณะ เทคนิคการแพทย์มหาวิทยาลัยรังสิต. การประชุมวิชาการระดับชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต ประจำปีการศึกษา 2562, 26 เมษายน 2562 ณ มหาวิทยาลัยรังสิต จังหวัดปทุมธานี, น. 64- 75.

อภิวันท์ พิพัฒน์วนิชกุล และคณะ (2559). การตรวจพบ Direct Antiglobulin Test ที่ให้ผล เป็นบวกในโลหิตบริจาคและการตรวจติดตามผู้บริจาคโลหิตที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย. การประชุมวิชาการงานบริการโลหิตระดับชาติ ครั้งที่ 23 ประจำปี พ.ศ. 2559. ฝ่ายตรวจคัดกรองโลหิต ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย.

Silva, C.D., Araújo, R.D., Machado, B.A., Fior, T., Mattiello, J.M., Meinhart, M., Laurenlisiê, B., Pasqualotti, A., & Lilian Castilho. (2020). Association of positive direct antiglobulin test (DAT) with nonreactive eluate and drug-induced immune hemolytic anemia (DIHA). Transfusion and Apheresis Science. 60 (1), pp. 103015.

Roback, J.D., Coombs, M.R., Grossman, B.J., and Hillyer, C.D. (2008). Antiglobulin test. Technical manual (16th ed.). Bethesda, Maryland United States: AABB.

Samuel R. Theis and Muhammad F. Hashmi. (2021). Coombs Test. Retrieved from https://www.ncbi.nlm. nih.gov/books/NBK547707/

Zantek, N. D., Koepsell, S. A., Tharp, D. R. and Cohn, C. S. (2012). The direct antiglobulin test: A critical step in the evaluation of hemolysis. American Journal of Hematology. 87, pp. 707-709.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-09-13

รูปแบบการอ้างอิง

ทองสุข พ., ยิ่งศิวะพัฒน์ ว., พูนขุนทด ส., & มาตรสันต์ ก. (2022). การศึกษานำร่องวิธีการเตรียมน้ำยา Coombs Control Cells จากตัวอย่างเลือดใหม่ เพื่อใช้ในงานตรวจประจำวันทางห้องปฏิบัติการธนาคารเลือด. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยนครราชสีมา, 1(1), 21–27. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/jhsnmc/article/view/403

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย