ความสัมพันธ์ระหว่างพลาสมาหลังงดอาหาร และค่าน้ำตาลสะสมในเลือด ต่อการคาดการณ์ระดับน้ำตาลเฉลี่ย ในผู้ป่วยเบาหวาน โรงพยาบาลปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช

ผู้แต่ง

  • ปิยากร ชุมศรี กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลปากพนัง

คำสำคัญ:

โรคเบาหวาน, พลาสมาหลังงดอาหาร, ค่าน้ำตาลสะสมในเลือด, ระดับน้ำตาลเฉลี่ย

บทคัดย่อ

          การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับพลาสมาหลังงดอาหาร (Fasting Plasma Glucose: FPG) กับค่าน้ำตาลสะสมในเลือด (Hemoglobin A1c: HbA1c) ในผู้ป่วยเบาหวาน จำนวน 160 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลคือ แบบเก็บข้อมูลที่สร้างขึ้นเอง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าเฉลี่ย และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลเฉลี่ย (Estimated Average Glucose: eAG) โดยการวิเคราะห์สมการถดถอยเชิงพหุ  

          ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชายร้อยละ 51.88 กลุ่มผู้สูงอายุ ร้อยละ 46.87 เป็นเบาหวานประเภทที่สอง ร้อยละ 94.37 ระยะเวลาเป็นโรคมากกว่าสิบปี ร้อยละ 57.50 ระดับน้ำตาลในพลาสมาหลังงดอาหารเกินเกณฑ์ (>126 mg/dL) ร้อยละ 43.75 ระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีค่า HbA1c มากกว่า 6.5% ร้อยละ 74.37 ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ พบว่า ตัวแปรที่สามารถพยากรณ์ค่า eAG อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p<0.05 ได้แก่ FPG, HbA1c และ ดัชนีมวลกาย (Body mass Index: BMI)  ดังนั้น ควรส่งเสริมการพัฒนากิจกรรมปรับพฤติกรรมสุขภาพ โดยเฉพาะการควบคุม BMI  และการใช้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ HbA1c และ FPG ร่วมกับค่าน้ำตาลเฉลี่ยเพื่อการวางแผนการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานแบบเฉพาะรายได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมโรค. (2563). รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรังของประเทศไทย ประจำปี 2563. กระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2567 จาก https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1165320210105035614.pdf

ยุทธชัย ผันแกน. (2567). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือด ของผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่ 2 โรงพยาบาลหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ.ชัยภูมิเวชสาร2567;44(1):89-97

โรงพยาบาลปากพนัง. (2567). ข้อมูลบริการทางห้องปฏิบัติการในผู้ป่วยเบาหวาน. นครศรีธรรมราช

ศิริพร ฉิมชาติ, ศรัณย์พงษ์ วัชรวงศ์ไพศาล, และอรุณี พวงมณี. (2563). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 30(2), 112–124.

สุภัทตรา บัวงาม และถวัลย์ ฤกษ์งาม. (2562). ความสัมพันธ์ระหว่างค่าน้ำตาลในพลาสมาหลังงดอาหาร ค่าน้ำตาลสะสมในเลือด และค่าประมาณการน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานที่มีฮีโมโกลบินผิดปกติของโรงพยาบาลสิรินธร. วารสารเทคนิคการแพทย์, 47(1), 6882–6895. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jmt-amtt/article/view/154103

Ahmed, N. U., Alam, M. M., Sultana, F., & Hossain, M. S. (2019). Glycemic control and self-care behaviors among type 2 diabetic patients in Bangladesh. BMC Endocrine Disorders, 19(1), 15. https://doi.org/10.1186/s12902-019-0334-3

Ali, N., Awan, A. G., & Ahmad, M. (2020). Factors associated with poor glycemic control among type 2 diabetes patients in Malaysia. Journal of Diabetes Research and Clinical Metabolism, 9, 1–7. https://doi.org/10.7243/2050-0866-9-1

American Diabetes Association. (2023). Standards of medical care in diabetes—2023. Diabetes Care, 46(Supplement 1), S1-S194. https://doi.org/10.2337/dc23-Sint

American Diabetes Association. (2024). Standards of medical care in diabetes—2024. Diabetes Care, 47(Supplement 1), S1–S300. https://doi.org/10.2337/dc24-S001

Health Data Center. (2566). อัตราป่วยรายใหม่ของโรคเบาหวานต่อแสนประชากรในปีงบประมาณ จังหวัดนครศรีธรรมราช อำเภอปากพนัง ปีงบประมาณ 2566. สืบค้นเมื่อ 24 ตุลาคม 2567, จาก https://hdcservice.moph.go.th/hdc/reports/report.php?&cat_id=6a1fdf282fd28180eed7d1cfe0155e11&id=eeeab22e386d32e7f5f5ecefebce0001

Health Data Center. (2566). อัตราป่วยรายใหม่ของโรคเบาหวานต่อแสนประชากรในปีงบประมาณ จังหวัดนครศรีธรรมราช ปีงบประมาณ 2566. สืบค้นเมื่อ 24 ตุลาคม 2567, จาก https://hdcservice.moph.go.th/hdc/reports/report.php?&cat_id=6a1fdf282fd28180eed7d1cfe0155e11&id=eeeab22e386d32e7f5f5ecefebce0001#

Inzucchi, S. E., Bergenstal, R. M., Buse, J. B., et al. (2015). Management of hyperglycemia in type 2 diabetes: A patient centered approach. Diabetes Care, 38(1), 140–149.

Kautzky Willer, A., et al. (2016). Gender based differences in glycaemic control and hypoglycaemia prevalence in patients with type 2 diabetes: Results from pooled RCT data. Diabetes, Obesity and Metabolism. https://doi.org/10.1111/dom.12449

Nathan, D. M., Kuenen, J., Borg, R., Zheng, H., Schoenfeld, D., & Heine, R. J. (2021). Translating the A1C assay into estimated average glucose values. Diabetes Care, 31(8), 1473-1478. https://doi.org/10.2337/dc08-0545

Nathan, D. M., Kuenen, J., Borg, R., Zheng, H., Schoenfeld, D., & Heine, R. J., et al. (2008). Translating the A1C assay into estimated average glucose values. Diabetes Care, 31(8), 1473–1478

Rattanachai, R., Srisawas, A., & Jirakulsom, K. (2022). Relationship between fasting plasma glucose and hemoglobin A1c levels in predicting diabetes control in type 2 diabetic patients at a regional hospital. Journal of Diabetes Research, 2022, Article 3897543. https://doi.org/10.1155/2022/3897543

World Health Organization. (2021). Global report on diabetes. Geneva: WHO

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-23

รูปแบบการอ้างอิง

ชุมศรี ป. . (2025). ความสัมพันธ์ระหว่างพลาสมาหลังงดอาหาร และค่าน้ำตาลสะสมในเลือด ต่อการคาดการณ์ระดับน้ำตาลเฉลี่ย ในผู้ป่วยเบาหวาน โรงพยาบาลปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช . วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยนครราชสีมา, 4(2), 1–13. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/jhsnmc/article/view/4527

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย