การจัดการน้ำและเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน ในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร
คำสำคัญ:
พื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร, ประปาหมู่บ้าน, การเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ, ผู้ดูแลระบบผลิตน้ำประปา, คณะกรรมการบริหารกิจการและการบำรุงรักษาระบบประปาหมู่บ้านบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจรูปแบบการจัดการและการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร โดยเก็บข้อมูลจากผู้ดูแลระบบประปาจำนวน 65 คน ผ่านแบบสอบถาม และนำมาวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 83.08 อายุ 40–59 ปี ร้อยละ 66.15 ระดับการศึกษาประถมศึกษา ร้อยละ 30.77 เป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ร้อยละ 90.77 มีบทบาทดูแลระบบประปาหมู่บ้านโดยตรง ร้อยละ 32.20 การจัดการส่วนใหญ่ดำเนินการโดยคณะกรรมการหมู่บ้าน ร้อยละ 53.85 ให้บริการไม่เกิน 5 หมู่บ้าน ร้อยละ 86.15 ครอบคลุมมากกว่า 200 ครัวเรือน ร้อยละ 60.00 และส่วนใหญ่มีผู้ใช้น้ำไม่เกิน 1,000 คน ด้านโครงสร้างพบว่าใช้แหล่งน้ำบาดาล ร้อยละ 61.54 ระบบสูบน้ำและท่อส่งอยู่ในสภาพดี ร้อยละ 92.31 และ 90.77 ตามลำดับ และนิยมใช้หอถังสูงในระบบประปา ร้อยละ 84.62 ระบบควบคุมคุณภาพน้ำประปายังมีไม่เพียงพอ เช่น เครื่องวัดค่า pH ขาดแคลนถึงร้อยละ 92.31 เครื่องตรวจวัดค่าคลอรีนอิสระคงเหลือมีเพียงร้อยละ 10.77 ด้านบุคลากรส่วนใหญ่มีเพียงพอร้อยละ 84.62 แต่ยังขาดความชำนาญทางเทคนิคร้อยละ 58.46 และส่วนใหญ่มีประสบการณ์เพียง 1–3 ปี ร้อยละ 56.92 ด้านการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำดิบ มีการเฝ้าระวังร้อยละ 70.77 มีแผนพัฒนาบุคลากร ร้อยละ 56.92 ด้านการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำยังพบการปนเปื้อนโคลิฟอร์มแบคทีเรียสูงถึงร้อยละ 89.23 สรุปได้ว่าระบบประปาหมู่บ้านในพื้นที่ห่างไกลยังมีข้อจำกัดด้านบุคลากร อุปกรณ์ และการควบคุมคุณภาพ จำเป็นต้องเร่งเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร พัฒนาระบบบำบัด และเพิ่มการเฝ้าระวัง เพื่อความปลอดภัยและความยั่งยืนของน้ำดื่ม
เอกสารอ้างอิง
กรมอนามัย, สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ. (2561). รายงานสถานการณ์คุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านในประเทศไทย. กรมอนามัย.
กรมอนามัย. (2566). รายงานโครงการสำรวจและพัฒนาระบบน้ำชุมชนในพื้นที่ทุรกันดาร.
กรมอนามัย.
ทิพวรรณ ประเสริฐสินธุ์, ประเสริฐ ไวยะกา, สุนทรี กรโอชาเลิศ, และวิภาวรรณ ปุ๊คำปวง. (2560). คุณภาพน้ำประปาภูเขาในพื้นที่ชนบทภาคเหนือ. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 47(2), 115–125.
วิไลลักษณ์ สงวนสัตย์. (2563). การจัดการระบบประปาหมู่บ้านในภาคเหนือของประเทศไทย [วิทยานิพนธ์ปริญญาโท, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่].
สามารถ ใจเตี้ย, สิวลี รัตนปัญญา, จันจิราภรณ์ สท้านไตรภพ, นภารัตน์ จิวาลักษณ์, ณัทธร สุขสีทอง, ศศิกัญญ์ นำบุญจิตต์, ฉัตรศิริ วิภาวิน, อัจฉรา คำฟั่น, สุทธิชัย ศิรินวล, และประเวท ยาแปง. (2565). คุณภาพน้ำและข้อเสนอเชิงนโยบายการจัดการระบบประปาหมู่บ้านในภาวะภัยแล้ง: กรณีศึกษาเทศบาลตำบลทุ่งหัวช้าง อำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน. วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต, 10(3), 323–332.
สามารถ ใจเตี้ย, และสิวลี รัตนปัญญา. (2566). การจัดการระบบประปาหมู่บ้านในภาวะภัยแล้งในพื้นที่ชุมชนลุ่มน้ำลี้ตอนบน จังหวัดลำพูน: สภาพปัญหา บทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และข้อเสนอแนะ. วารสารสังคมศาสตร์บูรณาการ มหาวิทยาลัยมหิดล, 10(1), 51–64.
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ. (2564). รายงานการจัดการระบบประปาหมู่บ้านในประเทศไทย. สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ.
สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2 ลำปาง. (2562). รายงานการตรวจสอบคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านในพื้นที่ภาคเหนือ. ลำปาง: สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2.
Daniel, W. W. (2010). Biostatistics: A foundation for analysis in the health sciences (9th ed.). NJ: Wiley.
UNICEF & World Health Organization (WHO). (2021). Progress on household drinking water, sanitation and hygiene 2000–2020: Five years into the SDGs. World Health Organizationn and UNICEF. Retrieved August 21, 2025, from https://washdata.org
United Nations. (2023). World water development report 2023: Water and sustainable development. Retrieved August 23, 2025, from https://www.un.org/en/global-issues/water
World Bank. (2020). Quality unknown: The invisible water crisis. World Bank Washington. Retrieved August 20, 2025, from https://www.worldbank.org/en/news/feature/2019/08/20/quality-unknown
World Economic Forum. (2024). Water crisis in Southeast Asia: Challenges and solutions. Retrieved August 26, 2025, from https://www.weforum.org
World Health Organization. (2017). Guidelines for drinking-water quality: Fourth edition incorporating the first addendum. World Health Organization. Retrieved August 20, 2025, from https://www.who.int/publications/i/item/9789241549950