ประสิทธิผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางใจ ต่อการป้องกันภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ
คำสำคัญ:
โปรแกรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางใจ, ภาวะซึมเศร้า, ผู้สูงอายุบทคัดย่อ
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดซ้ำมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางใจต่อการป้องกันภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุ จำนวน 60 คนแบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 30 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย โปรแกรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางใจ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบวัดความซึมเศร้าในผู้สูงอายุไทย (Thai Geriatric Depression Scale: TGDS มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.93 แบบประเมินพลังสุขภาพจิต (RQ ฉบับ 20 ข้อ) มีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.749 และแบบสอบถามการเห็นคุณค่าในตนเอง (Self-Esteem) สำหรับผู้สูงอายุ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.82 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Repeated Measure ANOVA
ผลการวิจัยพบว่า ความเข้มแข็งทางใจ ก่อนการทดลอง หลังการทดลองและการติดตามผล 4 สัปดาห์ โดยมีค่าเฉลี่ย 48.20, 58.70 และ60.10 ตามลำดับ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) การเห็นคุณค่าในตนเอง ก่อนการทดลอง, หลังการทดลองและการติดตามผล 4 สัปดาห์ โดยมีค่าเฉลี่ย จาก 3.73, 4.20 และ 4.60 ตามลำดับ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) ภาวะซึมเศร้า ก่อนการทดลอง, หลังการทดลองและการติดตามผล 4 สัปดาห์ โดยมีค่าเฉลี่ย จาก 17.40, 12.10 และ 10.8 ตามลำดับ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001)
การศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า โปรแกรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางใจมีประสิทธิผลจริงต่อการป้องกันภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ และสามารถใช้เป็นแนวทางในการบูรณาการงานสุขภาพจิตผู้สูงอายุในระบบบริการปฐมภูมิ เพื่อส่งเสริมป้องกันปัญหาสุขภาพจิตและภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต. (2563). หลักสูตรเสริมสร้างพลังใจ อึด ฮึด สู้. สำนักวิชาการสุขภาพจิต. กรมสุขภาพจิต
กระทรวงสาธารณสุข. นนทบุรี.
กลุ่มฟื้นฟูสมรรถภาพสมอง. (2536). แบบทดสอบสมรรถภาพสมองของไทย. สารศิริราช, 45(6), 359-374.
กองตรวจราชการ. (2566). รายงานการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 เขตสุขภาพที่ 3. กระทรวงสาธารณสุข. นนทบุรี.
จุฑารัตน์ ธีรปัญญานนท์. (2561). ผลของโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพจิตตามแนวพุทธต่อภาวะซึมเศร้าใผู้สูงอายุ.
วารสารพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 32(2), 14-27.
นวลอนงค์ ผลบุญ, และศศิธร ธรรมพนิช. (2561). ผลของโปรแกรมส่งเสริมความเข้มแข็งทางใจต่อการเห็น
คุณค่าในตนเองของผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงภาวะซึมเศร้า. วารสารสาธารณสุขศาสตร์, 48(2), 123-136.
ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ. (2567). จำนวนและร้อยละผู้ใช้บริการที่มีความผิดปกติทางจิตและพฤติกรรมและผู้ที่ตั้งใจทำร้ายตนเอง จำแนกตามกลุ่มอายุ. เข้าถึงเมื่อ 5 ตุลาคม 2567, จาก https://shorturl.asia/m8e5p
วรลักษณ์ ไพบูลย์, และชโลธร แสงอรุณ. (2562). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างพลังสุขภาพจิตต่อภาวะ
ซึมเศร้าในผู้สูงอายุ. วารสารพยาบาลสาร, 46(3), 45-58.
ศิริกาญจน์ เรืองฤทธิ์. (2562). ปัจจัยทำนายภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุไทย. วารสารพฤติกรรมศาสตร์, 25(2), 112-125.
ศูนย์เฝ้าระวังป้องกันการฆ่าตัวตาย. (2566). รายงานอัตราการฆ่าตัวตายของประเทศไทย. กรมสุขภาพจิต
กระทรวงสาธารณสุข. นนทบุรี.
ศูนย์สุขภาพจิตที่ 3 กรมสุขภาพจิต. (2566). รายงานผลการดำเนินงานศูนย์สุขภาพจิตที่ 3 ปีงบประมาณ
เข้าถึงเมื่อ 11 ตุลาคม 2567, จาก https://mhc3.dmh.go.th/2566.pdf
สุนีย์ ศรีอุดม. (2563). ผลของกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพจิตชุมชนต่อความเข้มแข็งทางใจและภาวะซึมเศร้าใน
ผู้สูงอายุ. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์, 13(1), 23–34.
สมพร สันติวัฒนกุล. (2560). ผลของโปรแกรมฝึกสติแบบกลุ่มต่อความเครียดและภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ.
วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย, 25(1), 47-60.
Beck, A. T., Rush, A., Shaw, B., & Emery, G. (1979). Cognitive Therapy of Depression. New York: The Guilford Press.
Coopersmith, S. (1984). SEI : Self-Esteem Inventories. California : Consulting Psychologist Press,Inc
Grotberg, E. H. (1999). Countering depression with the five building blocks of resilience. Reaching
Today Youth, 4(1), 66-72.
Grotberg, E. H. (2003). Resilience for Today: Gaining Strength from Adversity. Greenwood:
Praeger Publishers.
Khuannet, P, Dangdomyout, P., & Upasen, R. (2018). The Effect of Resilience Enhancement
Program onSelf-Esteem Patients with Major Depressive Disorders. Journal of Psychiatric and Mental Health, 32(2), 39-51.
Luthar, S. S., Cicchetti, D., & Becker, B. (2000). The construct of resilience: A critical
evaluation and guidelines for future work. Child Development. 71(3), 543-562
Pliendkerd, P. (2014). Depressive disorder: Nurses role in nursing care. Journal of The Royal
Thai Army Nurses, 15(1), 18-20.
Polit, D. F., & Back, C. T. (2004). Nursing research: Principles and method (7th ed.).
Philadelphia : Lippincott.
Program onSuicidal Ideation in Suicidal Attempter. Journal of Psychiatric and Mental
Health, 28(1), 121-131.
Siriphanich, B. (2016). Situation of The Thai Elderly. Foundation of Thai Gerontology
Researchand Development Institute. Bangkok : Printery Ltd.
Wagnild, G. & Young, H. M. (1993). Development and psychometric evaluation of the
Resilience Scale. Journal of Nursing Measurement, 1(2), 165-178.
World Health Organization. (2018). Depression. Retrieved October 11, 2024, from http://www.emro.who.int/health-topics/depression/index.html
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
