ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการตรวจพบโรคนิ่วในท่อไต โรงพยาบาลสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช

ผู้แต่ง

  • ธนาพร กีรติตระกูล

คำสำคัญ:

โรคนิ่วในท่อไต, โรคในทางเดินปัสสาวะ, รังสีวินิจฉัยนิ่วในท่อไต

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการตรวจพบโรคนิ่วในท่อไตของผู้ป่วยโรงพยาบาลสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยที่เข้ารับการตรวจวินิจฉัยด้วยการตรวจทางรังสีระบบทางเดินปัสสาวะในโรงพยาบาลสิชล เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วยแบบสอบถามข้อมูลทั่วไป ข้อมูลด้านการแพทย์ และพฤติกรรมสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การทดสอบไคสแควร์ และการวิเคราะห์ถดถอยโลจิสติกพหุคูณ  

ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 60.00 มีอายุเฉลี่ย 55.24 ปี (S.D. = 12.73) และตรวจพบโรคนิ่วในท่อไตร้อยละ 81.43 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคนิ่วในท่อไตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ได้แก่ ประวัติการเจ็บป่วยทางเดินปัสสาวะ ประวัติครอบครัวเป็นโรคนิ่วท่อไต อาการปัสสาวะขัด พฤติกรรมการกลั้นปัสสาวะ และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อวิเคราะห์ด้วยการถดถอยโลจิสติกพหุคูณ พบว่า พฤติกรรมการกลั้นปัสสาวะและการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยพยากรณ์การตรวจพบโรคนิ่วในท่อไตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยผู้ที่มีพฤติกรรมกลั้นปัสสาวะมีโอกาสตรวจพบโรคนิ่วในท่อไตมากกว่าผู้ที่ไม่กลั้นปัสสาวะประมาณ 9.85 เท่า และผู้ที่มีประวัติการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีโอกาสตรวจพบโรคนิ่วในท่อไตมากกว่าผู้ที่ไม่ดื่มประมาณ 9.97 เท่า ผลการศึกษานี้สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ในการพัฒนาแนวทางการป้องกันโรคนิ่วในท่อไตในพื้นที่สิชลต่อไป

 

เอกสารอ้างอิง

เอกสารอ้างอิง

กรมการแพทย์. (2565). แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ [Guideline]. กรมการแพทย์. https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1308820220905025852.pdf

กรมการแพทย์. (2563). แนวทางการดูแลรักษาโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ. กระทรวงสาธารณสุข.

กระทรวงสาธารณสุข.(2566.รายงานสถิติการเจ็บป่วยของประชากรไทย พ.ศ. 2562–2566 [Annual morbidity report]. สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์, กระทรวงสาธารณสุข. https://apps doe.moph.go.th/boeeng/annual/Annual/Annual_Report_2565.pdf

ชมพูนุช ธงทอง.(2564). ความชุกของโรคนิ่วในท่อไตที่ตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ระบบทางเดินปัสสาวะแบบไม่ใช้สารทึบรังสี ในโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา. วารสารวิชาการแพทย์และสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 3 18 (3):17-187. https://thaidj.org/index.php/smj/article/view/10536

โรงพยาบาลสิชล. (2566). รายงานสถานการณ์โรคนิ่วในท่อไตในพื้นที่อำเภอสิชล ประจำปี 2566

โรงพยาบาลสิชล. (2567). ข้อมูลบริการผู้ป่วยนิ่วท่อไต ประจำปี 2564-2566

สุนทรา เลี้ยงเชวงวงศ์. (2563). การศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคนิ่วไตและอาการเตือนของโรคนิ่วไต และอำนาจการทำนายปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคนิ่วไตในผู้ป่วยโรคนิ่วไตและกลุ่มเปรียบเทียบ. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี, 31(2), 138–157

Akram, M., & Somani, B. (2025). Epidemiology and Management of Kidney Stone Disease - Current Insights. Research and reports in urology, 17, 449–459. https://doi.org/10.2147/RRU.S517758

Chen S, Ma X, Guo L, Wang S, Wu J, Wu L,Zhang T and Gao H (2025) The global, regional, and national burden of pediatric stone disease: 1990–2021 and projections for the next two decades.Front. Pediatr. 13:1529407.doi: 10.3389/fped.2025.1529407

European Association of Urology, 2023. EAU Guidelines on Urolithiasis 2023 (full guideline). European Association of Urology. Retrived on 7 December, 2025 from https://d56bochluxqnz.cloudfront.net/documents/full-guideline/EAU-Guidelines-on-Urolithiasis-2023.pdf

Ferraro, P. M., Taylor, E. N., Gambaro, G., & Curhan, G. C. (2017). Alcohol consumption and the risk of kidney stones. The Journal of Urology, 197(2), 405–410. https://doi.org/10.1016/j.juro.2016.08.095

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308

Lin, B. B., Lin, M. E., Huang, R. H., et al. (2020). Dietary and lifestyle factors for primary prevention of nephrolithiasis: A systematic review and meta-analysis. BMC Nephrology, 21(267). https://doi.org/10.1186/s12882-020-01925-3

Sorokin, I., Mamoulakis, C., Miyazawa, K., Rodgers, A., Talati, J., & Lotan, Y. (2017). Epidemiology of stone disease across the world. World Journal of Urology, 35(9), 1301–1320. https://doi.org/10.1007/s00345-017-2008-6

Zhao, Z., Ji, Z., Li, Y., & Lin, J. (2023). Insights into risk factors for urolithiasis: A Mendelian randomization study. BMC Urology, 23, Article 1. https://doi.org/10.1186/s12894-023-01243-4

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

27-02-2026

รูปแบบการอ้างอิง

กีรติตระกูล ธ. . (2026). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการตรวจพบโรคนิ่วในท่อไต โรงพยาบาลสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนอร์ทเทิร์น, 7(1), 1–14. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/scintc/article/view/5372