พฤติกรรมสุขภาพและปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมสุขภาพของบุคลากรสาธารณสุข โรงพยาบาลถลาง จังหวัดภูเก็ต
คำสำคัญ:
ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, พฤติกรรมสุขภาพ, บุคลากรสาธารณสุขบทคัดย่อ
บทคัดย่อ
การวิจัยแบบภาคตัดขวางเชิงพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์และมีผลต่อพฤติกรรมสุขภาพของบุคลากรสาธารณสุขโรงพยาบาลถลาง กลุ่มประชากรคือ บุคลากรสาธารณสุขโรงพยาบาลถลาง จังหวัดภูเก็ต ปีงบประมาณ 2568 จำนวน 392 คน โดยใช้สูตรการคำนวณกลุ่มตัวอย่างที่ทราบจำนวนประชากรที่แน่นอนของ Daniel ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 215 ราย ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลคือ แบบสอบถามประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ คุณลักษณะส่วนบุคคล ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ การตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน และนำไปทดลองใช้เพื่อวิเคราะห์ค่าความเชื่อมั่นโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟ่าครอนบาคและคูเดอร์ริชาร์ดสัน 20 เท่ากับ 0.87 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันและการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอนผลการวิจัยพบว่า ความรอบรู้ด้านสุขภาพของบุคลากรสาธารณสุขโรงพยาบาลถลาง มีค่าเฉลี่ยในระดับสูง (80%) และพฤติกรรมสุขภาพของบุคลากรสาธารณสุขโรงพยาบาลถลาง จังหวัดภูเก็ต มีค่าเฉลี่ยในระดับสูง (81.39%) ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ พบว่า ความรอบรู้ด้านสุขภาพที่มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมสุขภาพของบุคลากรสาธารณสุขโรงพยาบาลถลาง จังหวัดภูเก็ต อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r=0.433, P-value<0.001) ปัจจัยที่สามารถทำนายพฤติกรรมสุขภาพของบุคลากรสาธารณสุขโรงพยาบาลถลาง จังหวัดภูเก็ต ประกอบด้วย การจัดการตนเองให้มีความปลอดภัย (P-value<0.001) การรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ (P-value<0.001) การสื่อสารเพิ่มความเชี่ยวชาญ (P-value=0.017) การเข้าถึงข้อมูลทางสุขภาพและบริการสุขภาพ (0.018) ตามลำดับ สามารถทำนายได้ร้อยละ 32.6 (R2 =0.326)
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. (2554). การเสริมสร้างและประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรม. นนทบุรี: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
นวพรรณ จิณแพทย์. (2551). พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (สาธารณสุขศาสตร์) สาขาวิชาเอกสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.
นาฏยา คลี่เกษร. (2567). ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของบุคลากรในโรงพยาบาลระนอง. วารสารสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ); 38(1): 57-65.
โรงพยาบาลถลาง. (2568). รายงานสรุปโครงการ ชีวีสดใส ใส่ใจสุขภาพเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลถลาง ประจำปี 2566-2568. เอกสารอัดสำเนา.
พิทยา ไพบูลย์ศิริ. (2561). ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ 3อ2ส. ของผู้บริหารภาครัฐ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย; 8(1): 97-107.
สุจิตรา คุ้มฉาย. (2556). แนวทางการสร้างเสริมสุขภาพของบุคลากรโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก.
สุนันทินี ศรีประจันทร์. (2562). ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น. เข้าถึงได้จาก http://203.157.71.148/hpc7data/Res/ResFile.
Best, John W. (1977). Research is Evaluation. (3rd ed). Englewod cliffs: N.J. Prentice Hall.
Bloom, B.S. (1975). Taxonomt of Education. David McKay Company Inc., New York.
Cronbach. (1997). Essentials of Psychological Testing. New york: Harper and Row.
Daniel W.W. (2010). Biostatistics: Basic Concepts and Methodology for the Health Sciences. (9thed). New York: John Wiley & Sons.
Nutbeam, D. (2000). Health Literacy as a public health goal: a challenge for contemporary health education and communication strategies into health 21st century. Health Promotion International. 15(8) printed in Great Britain.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
