การประเมินประสิทธิภาพและศักยภาพความยั่งยืนของระบบสุขภาพ อำเภองาว ในการลดปัจจัยเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
คำสำคัญ:
ประสิทธิภาพระบบสุขภาพ, ความยั่งยืน, โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง, เครือข่ายสุขภาพระดับอำเภอบทคัดย่อ
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบสุขภาพอำเภองาวในการดำเนินงานลดปัจจัยเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง วิเคราะห์ศักยภาพความยั่งยืนของระบบสุขภาพ และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประสิทธิภาพกับศักยภาพความยั่งยืนของระบบสุขภาพในการจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยใช้วิธีดำเนินการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยบุคลากรสาธารณสุข และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในอำเภองาว จำนวน 353 คน และผู้ให้ข้อมูลสำคัญในการวิจัยเชิงคุณภาพ จำนวน 45 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามที่มีค่าความเที่ยงตรง (IOC) ระหว่าง 0.67 - 1.00 และค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.92 ร่วมกับแบบสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน
ผลการวิจัยพบว่า ประสิทธิภาพของระบบสุขภาพอำเภองาวในภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยมิติด้านผลผลิต (Output) และด้านกระบวนการ (Process) มีประสิทธิภาพโดดเด่นที่สุด อันเป็นผลมาจากความเข้มแข็งของกลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) และการบูรณาการงานเชิงรุกที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงการคัดกรองได้อย่างครอบคลุม สำหรับศักยภาพความยั่งยืนของระบบสุขภาพในภาพรวมพบว่าอยู่ในระดับมากเช่นกัน โดยเฉพาะมิติการมีส่วนร่วมที่แสดงถึงพลังของเครือข่ายภาคประชาชนและ อสม. ในพื้นที่อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามมิติทรัพยากรด้านงบประมาณและกำลังคนยังคงเป็นข้อจำกัดที่อยู่ในระดับปานกลาง นอกจากนี้ ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ประสิทธิภาพของระบบสุขภาพมีความสัมพันธ์ทางบวกกับศักยภาพความยั่งยืนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ในระดับสูง (r = .714) โดยมิติด้านกระบวนการมีความสัมพันธ์กับความยั่งยืนมากที่สุด (r = .782) งานวิจัยนี้จึงมีข้อเสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดันนโยบายพัฒนาภาวะผู้นำแบบสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการรักษาความยั่งยืนของการจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในระดับอำเภอต่อไป
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข. (2567). นโยบายกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2567–2568. สืบค้นจาก
จิราภรณ์ กระจายศรี. (2567). ประสิทธิภาพการบริหารจัดการคลินิกโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในสถานบริการปฐมภูมิ
ในเขตสุขภาพที่ 1 ตามเกณฑ์ NCD Clinic Plus. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 33(1), 45–58.
ธัญญลักษณ์ วงศ์มณี. (2567). ผลของบริการโค้ชสุขภาพโดยภาคีเครือข่ายต่อความรอบรู้สุขภาพและพฤติกรรม
นพพร ศรีผัด และคณะ. (2563). การประเมินคลินิก NCD คุณภาพ เขตสุขภาพที่ 1. เชียงรายเวชสาร, 12(3),
-22.
ประวิทย์ ผสมทรัพย์. (2566). การพัฒนาเครือข่ายสุขภาพอำเภอผ่านกลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ระดับอำเภอ (พชอ.) เพื่อจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในพื้นที่ภาคเหนือ. วารสารสุขภาพภาคประชาชน,
(2), 112–125.
พงษ์สะพรั่ง สุวรรณสว่าง. (2567). ปัจจัยพยากรณ์ความสำเร็จและความยั่งยืนของระบบสุขภาพระดับอำเภอ
ในการจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 18(1), 45–60.
วรรณรัตน์ ลาวัลย์ชนะชัย. (2565). นโยบายสาธารณะและการจัดการโรคไม่ติดต่อ: การสร้างความยั่งยืนโดย
ชุมชน. ขอนแก่น: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ศิริวรรณ เสรีรัตน์. (2566). ทฤษฎีองค์การและการจัดการ. กรุงเทพฯ: ธรรมสาร.
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.). (2566). รายงานการประเมินผลนโยบายภาษีโซเดียมและพฤติกรรม
สมเกียรติ พลจันทร์ และคณะ. (2566). การประเมินผลการดำเนินงานลดปัจจัยเสี่ยง NCDs ในระดับปฐมภูมิ
ด้วยโปรแกรมอาสาสมัครโค้ชสุขภาพ. วารสารพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 41(4), 1–15.
สมนึก ลิ้มเลิศมนตรี. (2566). การประยุกต์ใช้ทฤษฎีการสะกิดพฤติกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค
โซเดียมของคนภาคเหนือ. วารสารวิจัยสุขภาพ, 16(3), 89–104.
อมรพรรณ นิพัทธ์ศานต์. (2565). บทบาทของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ในการ
จัดการทรัพยากรสุขภาพอย่างยั่งยืน. วารสารวิชาการสถาบันพระบรมราชชนก, 9(1), 120–135.
อรพรรณ ประทุม. (2565). ผลของการสนับสนุนทางสังคมจากครอบครัวต่อระดับความดันโลหิตและพฤติกรรม
Bertalanffy, L. von. (1968). General System Theory: Foundations, Development, Applications.
New York: George Braziller.
Nation Thailand. (2025, June 16). Thailand pushes NCDs law as over 1000 die daily from ….
The Nation Thailand. Retrieved from https://www.nationthailand.com
Patton, M. Q. (2015). Qualitative Research & Evaluation Methods (4th ed.). Thousand Oaks,
CA: Sage.
Senge, P. M. (2006). The Fifth Discipline: The Art & Practice of The Learning Organization.
New York: Doubleday Business.
World Health Organization. (2024ก). Noncommunicable diseases (Fact sheet). Retrieved from
https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/noncommunicable-diseases
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
