ประสิทธิผลของโปรแกรมการดูแลต่อเนื่องแบบบูรณาการ ต่อผลลัพธ์การดูแลแบบประคับประคองและความพึงพอใจของผู้ดูแลผู้ป่วยประคับประคองระยะท้าย อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
คำสำคัญ:
ประสิทธิผล, โปรแกรมการดูแลต่อเนื่องแบบบูรณาการ, การดูแลแบบประคับประคอง, ผู้ดูแลบทคัดย่อ
บทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดผลก่อนและหลังการทดลอง วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการดูแลต่อเนื่องแบบบูรณาการ ต่อผลลัพธ์การดูแลแบบประคับประคองและความพึงพอใจของผู้ดูแลผู้ป่วยประคับประคองระยะท้าย อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ดูแลผู้ป่วย คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจงตามเกณฑ์ที่กำหนด จำนวน 60 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่แบบสอบถามข้อมูลคุณลักษณะส่วนบุคคลและแบบบันทึกการติดตามเยี่ยมให้การพยาบาลทางโทรศัพท์ ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้อง เท่ากับ 1.00 และแบบประเมินผลลัพธ์ในการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองสำหรับใช้ถามผู้ดูแลของผู้ป่วย (POS-C) และแบบประเมินความพึงพอใจของครอบครัวต่อการดูแลแบบประคับประคอง (FAMCARE-2) ฉบับภาษาไทย มีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ .81 และ .94 ตามลำดับ กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการดูแลต่อเนื่องแบบบูรณาการ มีระยะเวลา 8 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามมาตรฐานของหน่วยบริการ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา และทดสอบสมมติฐานด้วย Paired t-test และ Independent t-test ผลการวิจัยพบว่า หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีผลลัพธ์การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองดีขึ้น กว่าก่อนทดลอง (P-value < 0.001) และดีกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value < 0.001) รวมทั้งมีความ พึงพอใจต่อการดูแลแบบประคับประคอง สูงกว่าก่อนทดลอง (P-value < 0.001) และสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value <0.001) สรุปได้ว่า โปรแกรมการดูแลต่อเนื่องแบบบูรณาการ มีประสิทธิผลช่วยให้ผลลัพธ์การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองระยะท้ายดีขึ้นและผู้ดูแลมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการดูแลเพิ่มมากขึ้น สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองระยะท้ายในหน่วยบริการสุขภาพได้
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข. (2567). ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์ Service plan: Palliative care. https://hdc.moph.go.th/center/public/standard-reportdetail/a67ee74a4c0ff3c775b591be4ec80086
จินตพักตร์ จันทะโคตร, ทัศนีย์ รวิวรกุล, พัชราภรณ์ เกิดมงคล, และ พิชัย จันทร์ศรีวงศ์. (2564). ผลของโปรแกรมการพยาบาลสนับสนุนและให้ความรู้สำหรับญาติผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ได้รับเคมีบำบัดแบบผู้ป่วยนอก. วารสารการพยาบาลและการศึกษา, 14(2); 11-24.
ชุลินดา ทิพย์เกษร และ อังคนา จงเจริญ. (2565). ผลของโปรแกรมการพยาบาลจัดการรายกรณีสำหรับผู้ป่วยระยะท้ายต่อการรับรู้คุณภาพการดูแลแบบประคับประคองและความพึงพอใจของผู้ดูแลหลัก หอผู้ป่วยอายุรกรรม. วารสารการปฏิบัติการพยาบาลและการผดุงครรภ์ไทย, 9(1), 21-34.
โรงพยาบาลเชียงแสน. (2567). รายงานผลการดำเนินงานการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง โรงพยาบาลเชียงแสน ปีงบประมาณ 2567. เอกสารเผยแพร่ปี 2567.
โรงพยาบาลเชียงแสน. (2568). ทะเบียนรายชื่อผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นผู้ป่วยประคับประคองระยะท้ายทุกกลุ่มโรค โรงพยาบาลเชียงแสน. เอกสารเผยแพร่ปี 2568.
ลดารัตน์ สาภินันท์ และคณะ. (2559). ความเชื่อมั่นและความเที่ยงตรงของแบบประเมินความพึงพอใจของครอบครัวต่อการดูแลแบบประคับประคอง (FAMCARE 2) ฉบับภาษาไทย” (Reliability and validity of Thai translation of the FAMCARE 2 scale). คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
วรรณา ฉายอรุณ, ทรงเดช ประเสริฐศรี, และ มนพร ชาติชำนิ. (2567). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วย
มะเร็งระยะท้ายแบบไร้รอยต่อในชุมชน. วารสารพยาบาลทหารบก, 43(4), 1085-1094.
ศิริพร เสมสาร, สุชิรา ชัยวิบูลย์ธรรม, และ พิชัย จันทร์ศรีวงศ์. (2561). ผลของโปรแกรมส่งเสริมความสามารถของญาติผู้ดูแลต่อผลลัพธ์ด้านญาติผู้ดูแลและด้านผู้ป่วยในการดูแลผู้ป่วยเรื้อรังระยะท้าย. วารสารการปฏิบัติการพยาบาลและการผดุงครรภ์ไทย, 5(1):112-125.
สุคนธ์ทิพย์ บุญยัง และกาญจนา วิสัย (2563). ผลลัพธ์การดูแลแบบประคับประคองผู้ป่วยระยะท้ายความเครียดและภาวะซึมเศร้าของผู้ดูแลหลักหลังใช้แนวปฏิบัติการดูแลประคับประคองที่บ้านในเครือข่ายสุขภาพปฐมภูมิอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่. วารสารสาธารณสุขล้านนา, 16(2), 104-117.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย (2567). กลุ่มรายงานมาตรฐาน ข้อมูลเพื่อตอบสนอง Service Plan สาขา Intermediate & Palliative Care. https://cri.hdc.moph.go.th/hdc/reports/page.php?cat_id=b08560518ca0ebcaf2016dab69fb38b5
Burns, N. & Grove, S. K. (2005). The Practice of nursing research: Conduct, critique, and utilization
(5th ed.). The United States of America: Elsevier Saunders.
Johansson, T, Chambers, R.L., Curtis, T., Pask, S., Greenley, S., Brittain, M., et al. (2024). The effectiveness of out-of-hours palliative care telephone advice lines: A rapid systematic review. Palliat Med, 38(6), 625-643.
Oechsle, K., Ullrich, A., Marx, G., Benze, G., Heine, J., Dickel, M. L., et al. (2019). Psychological burden in family caregivers of patients with advanced cancer at initiation of specialist inpatient palliative care .BMC Palliative Care, 18(102): 1-14.
Orem, D. E. (2001). Nursing Concepts of Practice. 6th ed. St. Louis: Mosby.
Piamjariyakul, U., Smothers, A., Wang, K., Shafique, S., Wen, S., Petitte, T., Young, S., et al. (2024). Palliative care for patients with heart failure and family caregivers in rural Appalachia: a randomized controlled. trial Family palliative care telephone intervention for patients with advanced illness. BMC Palliative Car, 23, 199-212.
Sapinan, L. (2013). Manual for Palliative care outcome scale: POS. Chiang Mai: Klang Veing
Publisher. (in Thai).
World Health Organization. (2018). Palliative care [Internet]. Retrieved 20 July 2025.
From https://www.who.int/news-room/ fact-sheets/detail/palliative-care.
World Health Organization. (2019). Definition of Palliative care. Retrieved 20 July 2025.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
