ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ที่รับบริการใน คลินิกโรคเรื้อรัง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบกปุย ตำบลลำภี อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา

ผู้แต่ง

  • นางมุทิตา ทวีรัตน์

คำสำคัญ:

การรับรู้ด้านสุขภาพ, พฤติกรรมสุขภาพ, ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงพรรณนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับพฤติกรรมสุขภาพ การรับรู้ด้านสุขภาพ และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กันในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในคลินิกโรคเรื้อรัง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบกปุย จังหวัดพังงา กลุ่มตัวอย่าง 97 คน คัดเลือกจากประชากร 120 คน โดยสุ่มแบบมีระบบตามสูตรของ Daniel เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม 3 ส่วน วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ผลการวิจัย พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (77.32%) อายุเฉลี่ย ( =58.84, S.D.=9.53) ปี สถานภาพสมรสคู่ (73.30%) ระดับการศึกษาประถมศึกษา (67.01%) อาชีพเกษตรกรรม (71.13%) รายได้เฉลี่ย ( =8,900, S.D.=6,200) บาท/เดือน ระยะเวลาการป่วยเฉลี่ย ( =7, S.D.=5) ปี และมีคู่สมรสเป็นผู้ดูแลหลัก (41.24% )การรับรู้ด้านสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับสูง (64.95%) (X̄=2.65, S.D.=0.480) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า การรับรู้ประโยชน์ของการป้องกันมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ( =2.72, S.D.=0.515) และการรับรู้อุปสรรคมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ( =1.53, S.D.=0.631) พฤติกรรมสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับสูง (75.26%) ( =2.72, S.D.=0.515) โดยด้านการป้องกันภาวะแทรกซ้อนมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ( =2.72, S.D.=0.515) และด้านการรับประทานยาและพบแพทย์ตามนัดมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ( =2.48, S.D.=0.597) การวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่าการรับรู้ด้านสุขภาพโดยรวมมีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r=0.318, p=0.002) โดยการรับรู้ความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน (r=0.390, P-value<0.001) การรับรู้ความรุนแรง (r=0.476, p<0.001) และการรับรู้ประโยชน์ของการป้องกัน (r=0.486, P-value <0.001) ล้วนมีความสัมพันธ์ทางบวก ในขณะที่การรับรู้อุปสรรคมีความสัมพันธ์ทางลบ (r=-0.418, P-value <0.001) ผู้วิจัยจึงเสนอแนะให้พัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างการรับรู้ประโยชน์และลดการรับรู้อุปสรรคของผู้ป่วย เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมและลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

เอกสารอ้างอิง

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2565). แนวทางการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในระดับปฐมภูมิ. กระทรวงสาธารณสุข.

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2566). แนวทางการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง. กระทรวงสาธารณสุข.

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2564). แนวทางการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพผู้ป่วยโรคเรื้อรัง.

กระทรวงสาธารณสุข.

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2566). รายงานสถานการณ์โรคความดันโลหิตสูงในประเทศไทย.

กระทรวงสาธารณสุข.

จันทร์เพ็ญ พวงดอกไม้. (2567). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการควบคุมความดันโลหิตของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ได้ ในคลินิกโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลพญาแมน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนอร์ทเทิร์น, 5(4). https://he03.tci-thaijo.org/index.php/scintc/article/view/3760

จิราภรณ์ อริยสิทธิ์. (2566). ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมสุขภาพของ

ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง. Region 3 Medical and Public Health Journal, 20(3), 117–123. https://thaidj.org/index.php/smj/article/view/13180

เจษฎากร โนอิน, และ นิรัชรา ลิลละฮ์กุล. (2567). ความสัมพันธ์ของปัจจัยส่วนบุคคล ความรู้ และการรับรู้

กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูง. วารสารสหเวชศาสตร์และสุขภาพชุมชน, 1(2). https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JAHSCH/article/view/274553

ณิชาภัทร วัดบุญเลี้ยง. (2561). โรคความดันโลหิตสูง: การพยาบาลและการดูแลตนเอง. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหิดล.

เทพพนม เมืองแมน, และ สวิง สุวรรณ. (2540). พฤติกรรมองค์การ (พิมพ์ครั้งที่ 2 ฉบับปรับปรุงใหม่).

ไทยวัฒนาพานิช.

เนตร์พัณณา ยาวิราช. (2547). การจัดการสมัยใหม่ (พิมพ์ครั้งที่ 3). เซ็นทรัลเอ็กซเพรส.

นลินี หนูห่วง. (2566). ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 8(4). https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/268805

ไพบูลย์ เทวรักษ์. (2537). จิตวิทยา: ศึกษาพฤติกรรมภายนอกและภายใน. เอส.ดี.เพรส.

วิรีรัตน์ เวโยบุตร, และ อพิณยา วงศ์พิริยะโยธาร. (2568). The relationships between health beliefs, perceived self-efficacy, and coronary artery disease prevention behaviors among patients with uncontrolled hypertension. Journal of Thailand Nursing and Midwifery Council, 40(2). https://doi.org/10.60099/jtnmc.v40i02.271781

สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. (2558). แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2558. สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย.

สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. (2562). แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2562. สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย.

สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. (2565). แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2565. สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย.

สิทธิโชค วรานุสันติกูล. (2546). จิตวิทยาสังคม: ทฤษฎีและการประยุกต์. ซีเอ็ดยูเคชั่น.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา. (2569). รายงานข้อมูลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง จังหวัดพังงา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566–2568. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา.ระบบ Health Data Center (HDC). สืบค้น เมื่อ 10 พฤษภาคม 2569 เข้าจาก https://hdc.moph.go.th/pna/public/standard-report-detail/29eec762c9591d1f8092da14c7462361?subcatalogId=b2b59e64c4e6c92d4b1ec16a599d882b

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา. (2569). อัตราการป่วยตายด้วยโรคความดันโลหิตสูง. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา.ระบบ Health Data Center (HDC). สืบค้น เมื่อ 10 พฤษภาคม 2569 เข้าจาก

https://hdc.moph.go.th/pna/public/standard-report-detail/e46c73b57c9eeb2f07759a9e9bc50fb3?subcatalogId=6a1fdf282fd28180eed7d1cfe0155e11

สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2562). แนวทางการดูแลรักษา

โรคความดันโลหิตสูง. กระทรวงสาธารณสุข.

Bandura, A. (1986). Social foundations of thought and action: A social cognitive theory. Prentice-Hall.

Becker, M. H. (1974). The health belief model and personal health behavior. Health Education Monographs, 2(4), 324–473.

Best, J. W. (1977). Research in evaluation (3rd ed.). Prentice-Hall.

Daniel, W. W. (2010). Biostatistics: Basic concepts and methodology for the health sciences (9th ed.). John Wiley & Sons.

Islam, M. R., Hossain, M. S., Molla, M. M., Zahan, T., Shill, L. K., & Islam, M. A. (2025). Role of the health belief model in the management of hypertension: A systematic review. Cureus, 17(1), e94139. https://doi.org/10.7759/cureus.94139

Joint National Committee. (2003). The seventh report of the Joint National Committee on prevention, detection, evaluation, and treatment of high blood pressure (JNC 7). National Institutes of Health. https://www.nhlbi.nih.gov/files/docs/guidelines/jnc7full.pdf

Nestel, P. J. (2019). Dietary fat and blood pressure. Current Hypertension Reports, 21(2), 17. https://doi.org/10.1007/s11906-019-0918-y

Rosenstock, I. M. (1974). Historical origins of the health belief model. Health Education Monographs, 2(4), 354–386.

World Health Organization. (2023). Hypertension. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/hypertension

World Health Organization. (2024). Ageing and health. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/ageing-and-health

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

30-09-2026

รูปแบบการอ้างอิง

ทวีรัตน์ น. (2026). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ที่รับบริการใน คลินิกโรคเรื้อรัง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบกปุย ตำบลลำภี อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนอร์ทเทิร์น , 7(3), 303–316. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/scintc/article/view/6463