ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่คุมระดับน้ำตาลไม่ได้ สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี ตำบลปูยุดอำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
คำสำคัญ:
ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2, ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, พฤติกรรมการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดบทคัดย่อ
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงพรรณนามีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่คุมระดับน้ำตาลไม่ได้ ประชากรคือผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในพื้นที่สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี ตำบลปูยุด อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี จำนวน 321 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตร Daniel ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 193 คน และสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสัมภาษณ์ ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ คุณลักษณะส่วนบุคคล ความรอบรู้ด้านสุขภาพ และพฤติกรรมการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด แบบสัมภาษณ์ผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน และทดลองใช้กับกลุ่มที่มีลักษณะใกล้เคียงกับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน พบว่ามีค่าความเชื่อมั่นของแบบสัมภาษณ์ทั้งฉบับเท่ากับ 0.820 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
ผลการวิจัยพบว่า ความรอบรู้ด้านสุขภาพโดยรวมมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับสูง (Mean = 4.12, S.D. = 0.269) และพฤติกรรมการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดโดยรวมมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับสูง (Mean = 3.82, S.D. = 0.318) ความรอบรู้ด้านสุขภาพโดยรวมมีความสัมพันธ์ทางบวกระดับปานกลางกับพฤติกรรมการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (r = 0.450, P-value <0.001) เมื่อพิจารณาความรอบรู้ด้านสุขภาพรายด้าน พบว่า ด้านการเข้าถึงข้อมูลทางสุขภาพและบริการสุขภาพมีความสัมพันธ์ทางบวกระดับปานกลาง (r = 0.483, P-value < 0.001) รองลงมา ได้แก่ ด้านการตัดสินใจเลือกปฏิบัติที่ถูกต้อง (r = 0.313, P-value < 0.001) ด้านความรู้ความเข้าใจ (r = 0.310, P-value < 0.001) ด้านการจัดการตนเองให้มีความปลอดภัย (r = 0.247, P-value < 0.001) และด้านการสื่อสารเพิ่มความเชี่ยวชาญ (r = 0.149, P-value=0.039) ตามลำดับ ส่วนด้านการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศมีความสัมพันธ์ทางบวกระดับต่ำมาก แต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (r = 0.069, P-value=0.340)
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข. (2566). ระบบคลังข้อมูลสุขภาพ (Health Data Center: HDC). สืบค้นเมื่อ 8 พฤษภาคม 2569 จาก https://hdc.moph.go.th/ptn/public/data-exchange-list
ฐญา ธนบดีวิวัฒ และรุจิรา ไชยรงศรี. (2567). การพัฒนารูปแบบการจัดการตนเองในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ โรงพยาบาลนาดูน จังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ, 5(1), 498–512.
ณัฐราช ยะราช และสมชาย จาดศรี. (2564). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานในโรงพยาบาลจุน. รายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการระดับชาติ พะเยาวิจัย ครั้งที่ 10, 2034–2046. มหาวิทยาลัยพะเยา.
ปิยนาฏ แซ่ก๋ง. (2566). ความรอบรู้ด้านสุขภาพกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลนาบอน. วารสารวิชาการเพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิและสาธารณสุข, 1(3), 59–72.
ศิริพร ชุนฉาย, นพนัฐ จำปาเทศ, กมลทิพย์ ขลังธรรมเนียม, รัชนี นามจันทรา, และอภิรัตน์ อำภามณี. (2565). ความรอบรู้ด้านสุขภาพ และพฤติกรรมสุขภาพตาม 3อ.2ส. ของผู้ป่วยโรคเบาหวานร่วมกับโรคความดันโลหิตสูง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 38(2), 235–245.
American Diabetes Association Professional Practice Committee. (2024). Facilitating positive health behaviors and well-being to improve health outcomes: Standards of Care in Diabetes—2024. Diabetes Care, 47(Suppl. 1), S77–S110.
Nutbeam, D. (2000). Health literacy as a public health goal: A challenge for contemporary health education and communication strategies into the 21st century. Health Promotion International, 15(3), 259–267. https://doi.org/10.1093/heapro/15.3.259
World Health Organization. (2024). Diabetes. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/diabetes
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
