ผลของโปรแกรมการเยี่ยมบ้านร่วมกับแอปพลิเคชั่นไลน์ต่อความคิดฆ่าตัวตายของผู้ป่วยจิตเภท
บทคัดย่อ
การฆ่าตัวตายเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ โดยผู้ป่วยจิตเภทถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดความคิดฆ่าตัวตายสูง งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการเยี่ยมบ้านร่วมกับแอปพลิเคชันไลน์ต่อความคิดฆ่าตัวตาย และพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยจิตเภท การวิจัยเป็นแบบกึ่งทดลอง (Quasi-experimental research) ดำเนินการระหว่างเดือนมิถุนายน ถึง ตุลาคม 2567 กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยจิตเภทที่รักษาที่คลินิกสุขภาพจิต โรงพยาบาลบ้านนา จังหวัดนครนายก จำนวน 30 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 15 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการเยี่ยมบ้านร่วมกับ แอปพลิเคชันไลน์เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามปกติ เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบประเมินความคิดฆ่าตัวตาย SSI-Thai Version 2014 และแบบประเมินพฤติกรรมการดูแลตนเอง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ะ Paired T-test และ Independent T-test
ผลการวิจัย พบว่า ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ หลังการทดลองและการติดตามผล 1 เดือน กลุ่มทดลองมีค่าคะแนนเฉลี่ยความคิดฆ่าตัวตายลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีค่าคะแนนเฉลี่ยความคิดฆ่าตัวตาย ต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนพฤติกรรมการดูแลตนเองของกลุ่มทดลองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 และสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
สรุปได้ว่า โปรแกรมการเยี่ยมบ้านร่วมกับแอปพลิเคชันไลน์ มีประสิทธิผลในการลดความคิดฆ่าตัวตายและเสริมสร้างพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยจิตเภท จึงควรนำไปประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการฆ่าตัวตายและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้นได้
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต. (2564). รายงานประจำปี 2564. กรุงเทพฯ: กรมสุขภาพจิต.
ชนัดดา แนบเกษร. (2560). เอกสารประกอบคำสอนรายวิชา 10650360: การพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต 2.
ชลบุรี: คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.
ชุติมา อินทรพงศ์. (2561). ผลของโปรแกรมการเยี่ยมบ้านต่อการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคจิตเภท
(วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหิดล.
เฉลิมศักดิ์ บุญประเสริฐ. (2560). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้แอปพลิเคชันไลน์ของผู้สูงอายุ
(วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
นรรัตน์ สมเพชร, ชิดชนก เรือนก้อน, & อัญชลี เพิ่มสุวรรณ. (2550). ผลการเตือนทางโทรศัพท์ต่อความร่วมมือใน
การใช้ยาลดความดันโลหิตของผู้ป่วยนอก. สงขลานครินทร์เวชสาร, 25(2), 89–97.
พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์. (2540). การแปลและการพัฒนาแบบประเมินอาการทางจิต BPRS ฉบับภาษาไทย.
กรุงเทพฯ: คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มาโนช หล่อตระกูล, & ปราโมทย์ สุคนิชย์ (บ.ก.). (2558). จิตเวชศาสตร์ รามาธิบดี (พิมพ์ครั้งที่ 4).
กรุงเทพฯ: ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล.
มยุรี กลับวงษ์. (2552). การพัฒนาแบบประเมินพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยจิตเภท
(วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มยุรี กลับวงษ์. (2552). การสร้างแบบประเมินพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคจิตเภท: เครื่องมือวัด
พฤติกรรมการดูแลตนเองและทฤษฎี Orem.
ศูนย์เฝ้าระวังการฆ่าตัวตาย โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์. (2565). รายงานสถานการณ์การฆ่าตัวตาย
ประเทศไทย. ขอนแก่น: กระทรวงสาธารณสุข.
ศุภศิลป์ กุลจิตต์เจือวงศ์. (2556). ไลน์รูปแบบการสื่อสารบนความสร้างสรรค์ของสมาร์ทโฟน: ข้อดีและข้อจำกัด
ของแอปพลิเคชัน LINE - Communicating format on the creativity of Smartphone: Benefits
and limits of application. วารสารนักบริหาร (Executive Journal), 33(4), 42–54.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครนายก. (2566). รายงานสถานการณ์สุขภาพจิตจังหวัดนครนายก. นครนายก:
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครนายก.
อรพรรณ ลือบุญธวัชชัย. (2554). การพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์
แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัมพรพรรณ ธีรานุตร. (2552). คู่มือการดูแลผู้ป่วยเรื้อรังที่บ้าน. ขอนแก่น: คณะพยาบาลศาสตร์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
อินทิรา ปัทมินทร. (2542). บทความฟื้นฟูวิชาการการใช้จินตนาการในการคลายเครียด. วารสารสุขภาพจิตแห่ง
ประเทศไทย, 7(3), 191–193.
วีระโชติ ลาภผลอำไพ, & พีรยศ ภมรศิลปะธรรม. (2562). การพัฒนาโปรแกรมประยุกต์บนมือถือระบบ
แอนดรอยด์ในการจัดการยาต้านไวรัสเอชไอวีด้วยตนเอง. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 27(4),
–750.
วัลยา ธรรมพนิชวัฒน์. (2553). ทฤษฎีการควบคุมตนเอง: แนวคิดและการประยุกต์ใช้ในการพยาบาลเด็ก
และครอบครัว. วารสารสภาการพยาบาล, 25(4), 23–33.
โรงพยาบาลบ้านนา. (2566). รายงานการดำเนินงานด้านสุขภาพจิตและจิตเวช โรงพยาบาลบ้านนา.
นครนายก: โรงพยาบาลบ้านนา.
โสภิตา รัตนพงศ์, & คณะ. (2562). การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการบำบัดจิตสังคมในผู้ป่วยโรค
ซึมเศร้า. วารสารการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช, 33(2), 45–59.
Beck, A. T., Kovacs, M., & Weissman, A. (1979). Assessment of suicidal intention: The Scale
for Suicide Ideation. Journal of Consulting and Clinical Psychology, 47(2), 343–352.
https://doi.org/10.1037/0022-006X.47.2.343
Ben-Zeev, D., Brian, R. M., Wang, R., Wang, W., Campbell, A. T., Aung, M. H., Kasckow, J.,
Zickmund, S., Rotondi, A., Mrkva, A., Gurklis, J., Fox, L., & Haas, G. (2016). Development of
telehealth dialogues for monitoring suicidal patients with schizophrenia: Consumer feedback. Community Mental Health Journal, 52(3), 324–332.
https://doi.org/10.1007/s10597-015-9946-y
Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed.).
Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum.
Julious, S. A. (2005). Sample size of 12 per group rule of thumb for a pilot study.
Pharmaceutical Statistics, 4(4), 287–291.
King, I. M. (2000). A theory for nursing: Systems, concepts, process. Albany: Delmar.
Luxton, D. D., June, J. D., & Kinn, J. T. (2011). Technology-based suicide prevention:
Current applications and future directions. Telemedicine and e-Health, 17(1), 50–54. https://doi.org/10.1089/tmj.2010.0091
M. H. (2018). CrossCheck: Integrating self-report, behavioral sensing, and smartphone use
to identify digital indicators of psychotic relapse. Psychiatric Rehabilitation Journal,
(3), 197–205. https://doi.org/10.1037/prj0000307
Naslund, J. A., Aschbrenner, K. A., Barre, L., & Bartels, S. J. (2017). Feasibility of popular
m-health technologies for activity tracking among individuals with serious mental
illness. Telemedicine and e-Health, 23(5), 366–369.
https://doi.org/10.1089/tmj.2016.0189
Polit, D. F., & Beck, C. T. (2017). Nursing research: Generating and assessing evidence for
nursing practice (10th ed.). Wolters Kluwer.
World Health Organization. (2018). Suicide data. https://www.who.int/news-room/fact- sheets/detail/suicide.
Yamane, T. (1967). Statistics: An introductory analysis (2nd ed.). New York: Harper and Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.