ประสิทธิผลของนวัตกรรมแปรงแล้วดูด version 2 ต่อความสะอาดภายในช่องปากและความวิตกกังวลในการทำความสะอาดช่องปากในผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิง

ผู้แต่ง

  • กนกรัตน์ สีพรม นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี, คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • กรรธิมา จันทร์นาม นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี, คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • กัณฐิกา คงดี นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี, คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • เกริกพล คําแพงศรี นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี, คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • จุฑามาศ ไชยสร นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี, คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • นารีนารถ วงศ์งาม นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี, คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • ประภัสสร ภูมิลุน นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี, คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • ณัฐดนัย แสงอินทร์คุ้ม นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
  • ธนานนท์ กองกุล นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
  • นที ศรีเนตร นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
  • ศิริวรรณ บุตรหิน วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • อัจฉรา คํามะทิตย์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • นพรัตน์ ธรรมวงษา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
  • อุมาพร ท่อแก้ว โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย

คำสำคัญ:

ผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิง, ผู้ดูเเล, นวัตกรรมแปรงแล้วดูด Version 2

บทคัดย่อ

การวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของนวัตกรรมแปรงแล้วดูด version 2 ต่อความสะอาดภายในช่องปากและความวิตกกังวลในการทำความสะอาดช่องปากกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิง 15 ราย และผู้ดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิง 8 ราย เลือกตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ นวัตกรรมแปรงแล้วดูด Version 2 แบบประเมินความสะอาดภายในช่องปาก แบบสอบถามความวิตกกังวล แบบประเมินคุณภาพนวัตกรรม และประเมินความพึงพอใจ ได้ค่าความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ระหว่าง .67-1.00 และค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาคเท่ากับ .812 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ร้อยละ และสถิติ Wilcoxon Signed Rank test ผลการวิจัยพบว่า

1. หลังใช้นวัตกรรม ผู้ป่วยมีคะแนนความสะอาดในช่องปากเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับที่ระดับ .001 (z=-3.42, p-value <.001)

2. หลังใช้นวัตกรรม ผู้ป่วยและผู้ดูแลมีคะแนนความวิตกกังวลลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (z=-3.42, p-value <.01) และ (z=-1.79, p-value <.001)

3. ด้านคุณภาพนวัตกรรม ผู้ป่วยส่วนมากร้อยละ 66.67 ให้คะแนนคุณภาพของนวัตกรรมในระดับสูง ขณะที่ผู้ดูแลร้อยละ 62.50 ให้ทั้งคะแนนในระดับปานกลางถึงสูงขึ้นไป

4. ผู้ป่วยมีความพึงพอใจและมีความต้องการนำไปใช้ในชีวิตจริงในระดับมาก ร้อยละ 60.00 และร้อยละ 53.30 ส่วนผู้ดูแลมีพึงพอใจในระดับปานกลาง ร้อยละ 75.0 และมีความต้องการนำไปใช้ในชีวิตจริงในระดับมากร้อยละ 87.5

สามารถนำนวัตกรรมแปรงแล้วดูดไปใช้ในการดูแลความสะอาดช่องปากของผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงเพื่อความสะอาดของช่องปากและลดความวิตกกังวลจากการแปรงฟันทั้งต่อผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิง

เอกสารอ้างอิง

นัชนพ รัตนเดชสกุล. (2565). แปรงสีฟันพร้อมตัวล็อคท่อดูดน้ำลายสำหรับผู้ป่วยติดเตียง. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 31(5), 896-902. https://www.thaidj.org/index.php/JHS/article/download/12791/10583/ 21381

นิโลบล เอี่ยมเย็น. (2562). ประสิทธิผลของการทำความสะอาดลิ้นร่วมกับการใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อปอดอักเสบจากการสูดสำลักในกลุ่ม ผู้สูงอายุติดเตียง. https://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/bitstream /123456789/5189 /3/NilobonAiemyen.pdf

ณปภา ประยูรวงษ์. (2565). สถานการณ์แนวโน้มและการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุกลุ่มติดเตียงประเทศไทย. วารสารศาสตร์สาธารณสุขและนวัตกรรม, 2(2), 14-25. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/ J-PHIN/article/view/250018

อรรณพร ผาเจริญ. (2565). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของประชากรก่อนสูงวัย (50 - 59 ปี) ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร]. https://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/5180

อรุณ จิรวัฒน์กุล. (2556). การคำนวณขนาดตัวอย่างเพื่อการวิจัย [เอกสารประกอบการสอน]. http://www.thaidepression.com/ อรุณ จิรวัฒน์กุล. (2562). การวิเคราะห์และแปลผลคะแนนแบบวัด ADL. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 28(5). 770-771. https://cdn.fbsbx.com/v/t59.2708-

อุไร คำมาก, ยุวดี บุตรเอก, ปราณปริยา อุทัย, กนิษฐา สุวรรณรัตน์ และ ดวงกมล เคนตู้. (2565). การดูแลสุขภาพ ช่องปากผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเพื่อป้องกันภาวะปอดอักเสบ: หลักฐานเชิงประจักษ์. วารสารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, 7(1), 46-56. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TUHJ/article/view/253007

Asiri, F. Y. I., Tennant, M., & Kruger, E. (2022). Oral health status, oral health behaviors, and oral health care utilization among persons with disabilities in Saudi Arabia. International Journal of Environmental Research and Public Health, 19(24), 16633. https://www.mdpi.com/ 1660-4601/19/24/16633

Chansirikan, S., Sasat, S., Lapbenjakul, S., Suthatworawut, A., Khemthong, S., and Pheunrum, S. (2016). Long Term Care Manual for Family Physician Team. Bangkok: CyberPrint Group. (In Thai)

Faul, F., Erdfelder, E., Lang, A. G., & Buchner, A. (2007). G*Power 3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behavior Research Methods, 39(2), 175-191. https://doi.org/10.3758/BF03193146

Vucelić, V., Bratić, V., Negovetić Vranić, D., Tambić Andrašević, A., Degoricija, V., Mihaljević, Z., ... & Brailo, V. (2024). Understanding and Practices of Oral Hygiene in the Intensive Care Units: Perspectives of Medical Staff at Two University Hospital Centers. Acta stomatologica Croatica: International journal of oral sciences and dental medicine, 58(1), 85-93. https://hrcak.srce.hr/315360

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-20

รูปแบบการอ้างอิง

สีพรม ก., จันทร์นาม ก., คงดี ก., คําแพงศรี เ., ไชยสร จ., วงศ์งาม น., ภูมิลุน ป., แสงอินทร์คุ้ม ณ., กองกุล ธ., ศรีเนตร น., บุตรหิน ศ., คํามะทิตย์ อ., ธรรมวงษา น., & ท่อแก้ว อ. (2026). ประสิทธิผลของนวัตกรรมแปรงแล้วดูด version 2 ต่อความสะอาดภายในช่องปากและความวิตกกังวลในการทำความสะอาดช่องปากในผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิง. วารสารวิจัยนวัตกรรมและหลักฐานเชิงประจักษ์ทางสุขภาพ, 5(1), e3537. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/PBRI/article/view/3537

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย