ผลของการฝึกเสริมด้วยโปรแกรมการฝึกความอ่อนตัวและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่มีต่อความสามารถในการทุ่มลูกฟุตบอลของนักฟุตบอลชายทีมมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ

Main Article Content

พิทักษ์ชัย ทางทอง
กุลวุฒิ แสนศักดิ์
ธนวัฒน์ เกียรติเจริญศิริ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลของการฝึกเสริมด้วยโปรแกรมการฝึกความอ่อนตัวและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่มีต่อความสามารถในการทุ่มลูกฟุตบอลของนักฟุตบอลชาย ทีมมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักกีฬาฟุตบอลชาย มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ จำนวน 30 คน มีอายุระหว่าง 18 ปี จำนวน 5 คน อายุ 19 ปี จำนวน 7 คน อายุ 20 ปี จำนวน 9 คน อายุ 21 ปี จำนวน 7 คน และอายุ 22 ปี จำนวน 2 คน โดยวิธีการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive selection) และทำการแบ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 15 คน ด้วยวิธีการจับคู่ (Matching) โดยใช้ผลจากการทดสอบวัดความสามารถในการทุ่มลูกฟุตบอลก่อนการฝึกมาทำการแบ่งกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย โปรแกรมการฝึกความอ่อนตัวจำนวน 7 โปรแกรม โปรแกรมการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อจำนวน 7 โปรแกรม และแบบฝึกการทุ่มลูกฟุตบอลจำนวน 2 แบบฝึก ซึ่งออกแบบเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพทางกายตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย โดยที่กลุ่มทดลองฝึกเสริมด้วยโปรแกรมการฝึกความอ่อนตัวและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ กลุ่มควบคุมฝึกซ้อมด้วยโปรแกรมการฝึกซ้อมตามปกติ โดยทำการฝึก 8 สัปดาห์ ๆ ละ 3 วัน คือ วันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ มีการทดสอบความสามารถในการทุ่มลูกฟุตบอล ก่อนการฝึก หลังการฝึก 4 สัปดาห์ และหลังการฝึก 8 สัปดาห์ นำผลที่ได้มาทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติโดยการหาค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบค่า “ที”วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำ (One-way analysis of variance with repeated measures) ถ้าพบความแตกต่างจึงเปรียบเทียบความแตกต่างเป็นรายคู่ โดยวิธีการของแอล เอส ดี (LSD) ทดสอบความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05ผลการวิจัยพบว่า 


1) หลังการฝึก 4 สัปดาห์ และหลังการฝึก 8 สัปดาห์ กลุ่มทดลองมีความสามารถในการทุ่มลูกฟุตบอลดีกว่าก่อนการฝึก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 


2) หลังการฝึก 4 สัปดาห์ และหลังการฝึก 8 สัปดาห์ กลุ่มทดลองมีความสามารถในการทุ่มลูกฟุตบอลดีกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ทางทอง พ. ., แสนศักดิ์ ก. ., & เกียรติเจริญศิริ ธ. . (2025). ผลของการฝึกเสริมด้วยโปรแกรมการฝึกความอ่อนตัวและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่มีต่อความสามารถในการทุ่มลูกฟุตบอลของนักฟุตบอลชายทีมมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ . วารสารวิทยาศาสตร์การกีฬาและนวัตกรรมสุขภาพ กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย, 4(4), 110–118. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/SPSC_Network/article/view/4253
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Alter, M. J. (1998). Sport stretch. Illinois: Human Kinetics.

Alter, M. J. (2004). Science of flexibility. Illinois: Human Kinetics.

Apawattanasakul, T. (2009). Scientific principles of sports training. Bangkok: Chulalongkorn University Press.

Department of Physical Education. (2013). Dynamic stretching for athletes. Bangkok: Ministry of Tourism and Sports Division.

FIFA. (2022). Global football report [Online]. Retrieved August 1, 2024, from: https://www.fifa.com

Intharachai, K. (2004). The effects of flexibility and muscular strength training on throwing distance in football. Master’s thesis.

Bangkok: Kasetsart University.

Koetkaew, F. (1977). Physical education. Bangkok: Watthana Phanit Publishing.

McCurdy, K., Walker, J., Armstrong, R., & Langford, G. (2014). Relationship between selected measures of strength and hip and knee excursion during unilateral and bilateral landings in women. The Journal of Strength & Conditioning Research, 28(9), 2429-2436.

Phutichan, P. (1992). Exercise physiology (2nd ed.). Bangkok: Odeon Store. (in Thai)

Paramatthakorn, P. & Paramatthakorn, A. (1996). Sports science (3rd ed.). Bangkok: Thaiwattanapanit.

Silamat, S. (2004). Principles of sports training for coaches. Bangkok: Chulalongkorn University Press.

Sports Authority of Thailand. (2006). National Level Basic Futsal Coaching Course. Bangkok: Sports Personnel Development

Stretch. Illinois: Human Kinetics.

Thongnam, P. (2016). Football. Surin: Surin Rajabhat University.