Old ISSN: 2773-8671 (Online)
New ISSN: 3057-1960 (Online)
บรรณาธิการ : นายแพทย์สมิทธิ์ สร้อยมาดี

(VCHPK Health and Public Health Sciences Journal)
Old ISSN: 2773-8671 (Online)
New ISSN: 3057-1960 (Online)
นโยบายการเผยแพร่ - จุดมุ่งหมายและขอบเขต
เพื่อเผยแพร่วิทยาการความก้าวหน้าและผลงานทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและสาธารณสุข วิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ การพยาบาล วิทยาศาสตร์ประยุกต์ พฤติกรรมสุขภาพ อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม พิษวิทยา สาธารณสุขชุมชน ทันตสาธารณสุข เภสัชสาธารณสุข และสังคมศาสตร์ทางการแพทย์ทั้งของบุคลากรในโรงพยาบาล อาจารย์ นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป
บทความที่จะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและสาธารณสุข วชิระภูเก็ต จะต้องไม่เคยถูกนำไปตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารอื่นใดมาก่อน และไม่ได้อยู่ในระหว่างการพิจารณาลงวารสารใด ๆ พร้อมทั้งได้รับการพิจารณาจากผู้ประเมินอิสระ (Peer Reviewers) ก่อน เพื่อให้วารสารมีคุณภาพในระดับสากล และนำไปอ้างอิงได้
วาระการตีพิมพ์
วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและสาธารณสุข วชิระภูเก็ต มีวาระการตีพิมพ์เผยแพร่ ปีละ 2 ฉบับ ได้แก่
o ฉบับที่ 1 (เดือน มกราคม – มิถุนายน)
o ฉบับที่ 2 (เดือน กรกฎาคม – ธันวาคม)
หลักเกณฑ์และคำแนะนำในการเตรียมต้นฉบับ
วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและสาธารณสุข วชิระภูเก็ต เป็นวารสารวิชาการที่มีมาตรฐานตามเกณฑ์วารสารวิชาการระดับชาติ จัดพิมพ์เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรทางการแพทย์ นักวิชาการ นักวิจัย นิสิต นักศึกษา ตลอดจนผู้ที่สนใจ ได้ศึกษาค้นคว้าวิจัยและเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ ตลอดจนเป็นพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นทางวิชาการ บทความที่จะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและสาธารณสุข วชิระภูเก็ต จะต้องไม่เคยถูกนำไปตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารอื่นใดมาก่อน และไม่ได้อยู่ในระหว่างการพิจารณาลงวารสารใด ๆ พร้อมทั้งได้รับการพิจารณาจากผู้ประเมินอิสระ (Peer Reviewers) ก่อน เพื่อให้วารสารมีคุณภาพในระดับสากล และนำไปอ้างอิงได้ การเตรียมต้นฉบับที่จะมาลงตีพิมพ์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้
ขอบเขตการรับตีพิมพ์บทความ
วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและสาธารณสุข วชิระภูเก็ต เป็นวารสารสาขาวิทยาศาสตร์และสาธารณสุขครอบคลุมวิทยาการ ดังนี้ วิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ การพยาบาล วิทยาศาสตร์ประยุกต์ พฤติกรรมสุขภาพ อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมพิษวิทยาสาธารณสุขชุมชนทันตสาธารณสุขเภสัชสาธารณสุขและสังคมศาสตร์ทางการแพทย์
นโยบายการการประเมินบทความ
บทความวิจัยและบทความทุกประเภทที่ตีพิมพ์ใน วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและสาธารณสุข วชิระภูเก็ต จะได้รับพิจารณากลุ่นกรองจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวข้อง กระบวนการกลุ่นกรองจะใช้แบบปกปิดสองทางโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่ประเมินบทความอย่างน้อยสองในสามคน การเลือกผู้ทรงคุณวุฒิมีความสำคัญต่อกระบวนการตีพิมพ์ซึ่งจะพิจารณาจากปัจจัยหลายประการ รวมถึงความเชี่ยวชาญ ชื่อเสียง คำแนะนำที่เฉพาะเจาะจง ผลประโยชน์ทับซ้อน และผลงานที่ผ่านมา ความรวดเร็ว ความละเอียดถี่ถ้วน การใช้ดุลพินิจผลอย่างมีเหตุผล และความเป็นกัลยาณมิตร กระบวนการประเมินจะไม่ควรมีการติดต่อกันโดยตรงระหว่างผู้เขียนและผู้ประเมินบทความซึ่งบรรณาธิการจะเป็นสื่อกลางในการสื่อสาร
กระบวนการประเมินบทความ (Peer Review Process)
กระบวนการพิจารณาบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและสาธารณสุข วชิระภูเก็ต ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้
1.การตรวจสอบบทความเบื้องต้นโดยกองบรรณาธิการ (1 สัปดาห์):
บทความที่ถูกส่งเข้ามาจะได้รับการตรวจสอบความสมบูรณ์โดยกองบรรณาธิการ ดังนี้
หากบทความดังกล่าวมีรูปแบบไม่เป็นไปตามที่วารสารฯ กำหนด หรือมีอัตราการซ้ำซ้อนสูงกว่าที่วารสารฯ กำหนด กองบรรณาธิการจะไม่รับบทความดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาซึ่งจะแจ้งผู้ประพันธ์ให้รับทราบต่อไป
2.การพิจารณาความถูกต้อง-เหมาะสม โดยผู้ทรงคุณวุฒิ (1-2 สัปดาห์):
บทความที่ผ่านการพิจารณาขั้นที่ 1 แล้ว กองบรรณาธิการจะพิจารณาคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 2 ถึง 3 คน เพื่อพิจารณาบทความดังกล่าวในรูปแบบ Double-Blind ก่อนดำเนินการทาบทาม และจัดส่งบทความแก่ผู้ทรงคุณวุฒิต่อไป โดยระดับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิจะประกอบด้วย
2.1 สมควรได้รับการตีพิมพ์ (Accept)
2.2 สมควรได้รับการตีพิมพ์ โดยต้องมีการปรับแก้ไขเล็กน้อย (Accept with minor revision)
2.3 สมควรได้รับการตีพิมพ์ โดยต้องมีการปรับแก้ไขอย่างมาก (Accept with major revision)
2.4ไม่สมควรได้รับการตีพิมพ์ (Reject)
3.การพิจารณาผลการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (1 สัปดาห์):
เมื่อกองบรรณาธิการได้รับผลการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิครบถ้วนแล้ว จะดำเนินการพิจารณาและสรุปผลอีกครั้ง โดยบทความที่จะได้รับการตีพิมพ์ ต้องได้รับผลเป็น Accept หรือ Accept with minor revision ส่วนบทความที่ได้รับผลเป็น Accept with major revision บรรณาธิการจะเป็นผู้พิจารณาชี้ขาด และบทความที่ได้รับผลเป็น Reject จะไม่ได้รับการอนุมัติให้ตีพิมพ์ใน วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและสาธารณสุข วชิระภูเก็ต
4.การปรับแก้(1-3 สัปดาห์):
บทความที่ได้รับการอนุมัติให้ตีพิมพ์ กองบรรณาธิการจะแจ้งให้ผู้เขียนดำเนินการปรับแก้ตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิ และความคิดเห็นเพิ่มเติมจากกองบรรณาธิการ (ถ้ามี) โดยผู้เขียนต้องดำเนินการแก้ไขให้ครบถ้วน และชี้แจงการปรับแก้ แล้วส่งบทความที่ปรับแก้แล้ว และเอกสารชี้แจงการปรับแก้กลับมายังกองบรรณาธิการภายในเวลาที่กำหนด
5.การพิจารณาบทความฉบับปรับแก้ (1 สัปดาห์):
เมื่อกองบรรณาธิการได้รับบทความที่ปรับแก้แล้ว จะดำเนินการพิจารณาความถูกต้องอีกครั้ง หากบทความดังกล่าวได้รับการแก้ไขครบถ้วน จะรับรองการตีพิมพ์ และนำเข้าสู่กระบวนการจัดอาร์ตเวิร์คต่อไป
บทความวิจัยควรจัดลำดับเนื้อหาอย่างเป็นระบบและครบถ้วนตามหลักวิชาการ เพื่อให้การนำเสนอผลงานวิจัยมีความชัดเจน สมบูรณ์ และเป็นมาตรฐาน โดยประกอบด้วยส่วนสำคัญดังต่อไปนี้
1. ชื่อเรื่อง (Title)
ชื่อเรื่องควรสั้น กระชับ ชัดเจน และสะท้อนสาระสำคัญของงานวิจัยได้อย่างตรงประเด็น โดยไม่ควรใช้คำย่อ ทั้งนี้ต้องระบุชื่อเรื่องทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
2. ผู้ประพันธ์ (Author)
ระบุชื่อผู้ประพันธ์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พร้อมหน่วยงานหรือสถาบันต้นสังกัดของผู้ประพันธ์แต่ละคนอย่างครบถ้วน รวมทั้งอีเมล (E-mail address) ของผู้นิพนธ์หลัก (corresponding author) สำหรับการติดต่อประสานงานกับกองบรรณาธิการ ในกรณีที่มีผู้ประพันธ์หลายคน ต้องแสดงรายละเอียดของผู้ประพันธ์ทุกคนอย่างชัดเจน
3. บทคัดย่อ (Abstract)
บทคัดย่อต้องจัดทำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยสรุปสาระสำคัญของงานวิจัยอย่างครบถ้วน กระชับ และเข้าใจง่าย ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์การวิจัย วิธีดำเนินการวิจัย ผลการวิจัย และข้อสรุปที่สำคัญ ความยาวไม่เกิน 250 คำ หรือประมาณ 15 บรรทัด และควรหลีกเลี่ยงการใช้คำย่อที่ไม่เป็นสากล
4. คำสำคัญ (Keywords)
ระบุคำสำคัญทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยจัดไว้ท้ายบทคัดย่อของแต่ละภาษา จำนวนไม่เกิน 5 คำ และควรเลือกคำที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญของการวิจัย
5. บทนำ (Introduction)
นำเสนอความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาการวิจัย ทบทวนแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแสดงช่องว่างขององค์ความรู้ เหตุผลของการวิจัย และวัตถุประสงค์ของการวิจัยอย่างชัดเจน
6. วิธีดำเนินการวิจัย (Methodology)
อธิบายรูปแบบการวิจัย ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล ตลอดจนสถิติหรือวิธีการที่ใช้ในการวิเคราะห์ ทั้งนี้ควรนำเสนออย่างชัดเจนเพียงพอให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของงานวิจัยได้
7. ผลการวิจัย (Results)
นำเสนอผลการวิจัยตามลำดับของวัตถุประสงค์การวิจัยอย่างชัดเจน อาจใช้ตาราง แผนภูมิ หรือรูปภาพประกอบตามความเหมาะสม โดยหลีกเลี่ยงการตีความหรืออภิปรายผลปะปนกับการรายงานผล
8. อภิปรายผล (Discussion)
อธิบายและตีความผลการวิจัยโดยเชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์การวิจัย แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งวิเคราะห์เหตุผลของผลที่ค้นพบ ความสอดคล้องหรือความแตกต่างจากงานวิจัยก่อนหน้า และคุณค่าทางวิชาการของผลการวิจัย
9. สรุปผลและข้อเสนอแนะ (Conclusion and Recommendations)
สรุปสาระสำคัญของผลการวิจัยให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย และเสนอข้อเสนอแนะสำหรับการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ รวมถึงข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป
10. เอกสารอ้างอิง (References)
รายการเอกสารอ้างอิงต้องเป็นแหล่งข้อมูลที่ได้รับการเผยแพร่อย่างเป็นทางการและเป็นที่ยอมรับในวงวิชาการ โดยวารสารกำหนดให้จัดทำรายการเอกสารอ้างอิงตามหลักเกณฑ์ของ APA 7th edition (American Psychological Association, 7th ed.)
รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาได้ที่: https://apastyle.apa.org/style-grammar-guidelines/references
11. ตาราง แผนภูมิ แผนภาพ และรูปภาพ (Tables, Charts, Figures, and Illustrations)
ตาราง แผนภูมิ แผนภาพ รูปภาพ หรือสื่อประกอบอื่น ๆ ต้องมีหมายเลขและชื่อกำกับอย่างชัดเจน โดยจัดทำเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษอย่างสอดคล้องกันทั้งบทความ และต้องมีความสัมพันธ์กับเนื้อหาที่นำเสนออย่างเหมาะสม
บทความวิชาการควรจัดลำดับเนื้อหาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดความชัดเจนทางวิชาการและความต่อเนื่องของการนำเสนอ โดยประกอบด้วยส่วนสำคัญดังต่อไปนี้
1. ชื่อเรื่อง (Title)
ชื่อเรื่องควรมีความกระชับ ชัดเจน และสะท้อนสาระสำคัญของบทความอย่างตรงประเด็น โดยหลีกเลี่ยงการใช้คำย่อ ทั้งนี้ต้องจัดทำเป็นทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
2. ผู้ประพันธ์ (Author)
ระบุชื่อผู้ประพันธ์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พร้อมระบุหน่วยงานหรือสถาบันต้นสังกัดอย่างครบถ้วน รวมถึงอีเมล (E-mail address) ของผู้นิพนธ์หลัก (corresponding author) สำหรับการติดต่อ ทั้งนี้ หากมีผู้ประพันธ์มากกว่าหนึ่งคน ต้องแสดงรายละเอียดของผู้ประพันธ์ทุกคนอย่างชัดเจน
3. บทคัดย่อ (Abstract)
บทคัดย่อต้องจัดทำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยสรุปสาระสำคัญของบทความอย่างครบถ้วนและกระชับ ครอบคลุมประเด็นหลัก ได้แก่ ความเป็นมา วัตถุประสงค์ และสาระสำคัญของเนื้อหา โดยเรียบเรียงอย่างต่อเนื่อง ความยาวไม่เกิน 250 คำ หรือประมาณ 15 บรรทัด และควรหลีกเลี่ยงการใช้คำย่อที่ไม่เป็นสากล
4. คำสำคัญ (Keywords)
ระบุคำสำคัญทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยจัดไว้ท้ายบทคัดย่อของแต่ละภาษา จำนวนไม่เกิน 5 คำ
5. บทนำ (Introduction)
นำเสนอความเป็นมาและความสำคัญของประเด็นทางวิชาการที่ศึกษา รวมถึงการทบทวนแนวคิดหรือข้อถกเถียงที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งแสดงเหตุผลและความจำเป็นของการศึกษา และระบุวัตถุประสงค์ของบทความอย่างชัดเจน
6. เนื้อหา (Content)
เป็นส่วนสำคัญของบทความที่นำเสนอการวิเคราะห์ อธิบาย หรือสังเคราะห์องค์ความรู้ตามหลักวิชาการ โดยสามารถแบ่งเป็นหัวข้อย่อยตามความเหมาะสม เพื่อให้เกิดความเป็นระบบและความชัดเจนในการนำเสนอ
7. บทสรุป (Conclusion)
สรุปสาระสำคัญของบทความอย่างกระชับ สะท้อนผลของการวิเคราะห์ และอาจเสนอข้อเสนอแนะหรือแนวทางสำหรับการศึกษาหรือการวิจัยในอนาคต
8. เอกสารอ้างอิง (References)
รายการเอกสารอ้างอิงต้องมาจากแหล่งข้อมูลที่ได้รับการเผยแพร่อย่างเป็นทางการและเป็นที่ยอมรับในวงวิชาการ โดยกำหนดให้ใช้รูปแบบการอ้างอิงตามหลักเกณฑ์ของ APA 7th edition (American Psychological Association, 7th ed.)
สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://apastyle.apa.org/style-grammar-guidelines/references
9. ตาราง แผนภูมิ แผนภาพ และรูปภาพ (Tables, Charts, Figures, and Illustrations)
ชื่อของตาราง แผนภูมิ แผนภาพ รูปภาพ หรือสื่อประกอบอื่น ๆ ต้องมีความชัดเจน สอดคล้องกับเนื้อหา และจัดทำเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษอย่างเหมาะสมและเป็นรูปแบบเดียวกันทั้งบทความ
ตัวอย่างการอ้างอิงแบบ APA 7th
1) ตัวอย่าง “อ้างอิงในเนื้อหา” (In-text citation)
หมายเหตุ: APA 7 ใช้ “ผู้แต่ง-ปี” ในเนื้อหา และใช้รูปแบบรายชื่อผู้แต่งในรายการอ้างอิงตามชนิดเอกสาร
2) ตัวอย่าง “รายการอ้างอิงท้ายเรื่อง” (Reference list)
(ก) บทความวารสาร (Journal article)
รูปแบบ: ผู้แต่ง. (ปี). ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร, ปีที่(ฉบับที่), หน้า–หน้า. https://doi.org/xxxxx
ตัวอย่าง:
(ข) หนังสือ (Book)
รูปแบบ: ผู้แต่ง. (ปี). ชื่อหนังสือ (พิมพ์ครั้งที่ ถ้ามี). สำนักพิมพ์.
ตัวอย่าง:
(ค) เว็บไซต์/รายงานองค์กร (Webpage/Report)
รูปแบบ: องค์กร/ผู้แต่ง. (ปี, เดือน วัน ถ้ามี). ชื่อหน้า/รายงาน. ชื่อเว็บไซต์ (ถ้าแยกจากองค์กร). URL
ตัวอย่าง:
(ง) เอกสารภาษาไทย (ตัวอย่างแนวทาง APA 7)
รูปแบบ: หน่วยงาน. (ปี). ชื่อเอกสาร/รายงาน. สำนักพิมพ์/หน่วยงาน. URL (ถ้ามี)
ตัวอย่าง:
การเรียกเก็บค่าธรรมการตีพิมพ์
วารสารไม่ได้มีการเก็บค่าธรรมเนียมการ
ตีพิมพ์ใดๆ ในทุกขั้นตอน
วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและสาธารณสุข วชิระภูเก็ต (VCHPK) ให้สิทธิ์การเข้าถึงแบบเสรีต่อผลงานวิชาการ โดยผู้อ่านสามารถอ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา และเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาของบทความได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งหมดนี้เป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์
บทความทั้งหมดสามารถเข้าถึงได้ฟรีทันทีหลังการเผยแพร่ ภายใต้ สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-Non Commercial-No Derivatives 4.0 International License ซึ่งอนุญาตให้ทำซ้ำบทความเพื่อการใช้งานที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ โดยต้องให้เครดิตแก่ผู้เขียนอย่างเหมาะสม
ผู้เขียนทุกท่านที่ส่งบทความเพื่อตีพิมพ์กับ VCHPK ต้องยอมรับเงื่อนไขเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตีพิมพ์
บทความที่ตีพิมพ์ในวารสาร VCHPK ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร และต้องไม่เผยแพร่ในสิ่งพิมพ์อื่นก่อนการตีพิมพ์ใน VCHPK
กองบรรณาธิการจะส่งลิงก์บทความที่ตีพิมพ์ให้ผู้เขียน และสามารถดาวน์โหลดหรือสั่งพิมพ์บทความได้ที่เว็บไซต์ของ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต
อนุญาตให้ผู้อ่านสามารถใช้งานเนื้อหา รูปภาพ หรือข้อมูลของบทความเพื่อการศึกษา การอ้างอิง และการวิจัยได้ โดย ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ
บทความทั้งหมดเผยแพร่ภายใต้ Creative Commons Attribution-Non Commercial-No Derivatives 4.0 International License
📜 This work is licensed under a Creative Commons Attribution-Non Commercial-No Derivatives 4.0 International License.
เจ้าของและการบริหารจัดการ
ศูนย์วิจัยและพัฒนา โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต กระทรวงสาธารณสุข
เลขที่ 353 ถนนเยาวราช ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000
โทรศัพท์: +6676 361234 ต่อ 6624
Email: journal.vchpk@gmail.com
บรรณาธิการ: นายแพทย์สมิทธิ์ สร้อยมาดี
ผู้ประสานงาน: ดร.เรืองสิทธิ์ เนตรนวลใย (netnuanyai@gmail.com)