ผลการใช้โปรแกรมการจัดการความเสี่ยงทางคลินิกด้วยแนวคิดความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อทัศนคติและการรับรู้ความสามารถของตนเองในการจัดการความเสี่ยงของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช

ผู้แต่ง

  • แพรพิไล ช่วงแก้ว พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช

คำสำคัญ:

การจัดการความเสี่ยงความรอบรู้ด้านสุขภาพทัศนคติ, การรับรู้ความสามารถของตนเอง, พยาบาลวิชาชีพ

บทคัดย่อ

      การวิจัยกึ่งทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1.ผลการใช้โปรแกรมการจัดการความเสี่ยงทางคลินิกด้วยแนวคิดความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อทัศนคติและการรับรู้ความสามารถของตนเองในการจัดการความเสี่ยงของพยาบาล 2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของพยาบาลที่เข้าร่วมโปรแกรมการจัดการความเสี่ยงทางคลินิกด้วยความรอบรู้ด้านสุขภาพ ประชากรคือ พยาบาลวิชาชีพ ทั้งหมด 450 คน กลุ่มตัวอย่างนำมาคำนวณสูตรของ Krejcie & Morgan จำนวน 208 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ดังนี้ 1.โปรแกรมการจัดการความเสี่ยงทางคลินิกด้วยแนวคิดความรอบรู้ด้านสุขภาพของนัทบีม 2.เครื่องมีอที่ใช้ในการเก็บรวบรวม แบ่งออกเป็น 4 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคล ตอนที่ 2 แบบสอบถามทัศนคติ ตอนที่ 3 แบบสอบถามการรับรู้ความสามารถในตนเอง และตอนที่ 4 แบบสอบถามความพืงพอใจต่อโปรแกรมการจัดการความเสี่ยงทางคลินิก การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติวิเคราะห์ ได้แก่ pair t- test

      ผลการวิจัยพบว่า พยาบาลวิชาชีพที่เข้าร่วมโปรแกรมการจัดการความเสี่ยงทางคลินิกด้วยแนวคิดความรอบรู้ด้านสุขภาพมีคะแนนเฉลี่ยทัศนคติสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม ฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีีคะแนนเฉลี่ยการรับรู้ความสามารถของตนเองในการจัดการความเสี่ยงของพยาบาลวิชาชีพสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม ฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ความพึงพอใจภาพรวมมีีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด        

เอกสารอ้างอิง

ธัญรดี อาทิตย์ นิภา เชื้อทอง และอัญญา ปลดเปลื้อง. ผลการใช้โปรแกรมการจัดการความเสี่ยงทางคลินิกด้วยแนวคิดความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อทัศนคติและการรับรู้ความสามารถของตนเองในการจัดการความเสี่ยงของพยาบาลโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19. วารสารวิชาการและการพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จักรรัช, 2665; 2(2): 70-88.

Nutbeam, D. Health literacy as a public health goal: A challenge for Contemporary health education and communication strategies into the 21st century. Health Promotion International, 2000; 15(3): 259-67.

ขวัญเมือง แก้วดำเกิง. ความรอบรู้ด้านสุขภาพ : เข้าถึง เข้าใจ และการนำไปใช้. 2561. บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน).

ประการ เข้มแข็ง, นันทยา อ่อนคง, มณีรัตน์ วงศ์พุ่ม. การศึกษาเปรียบเทียบความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ.2ส. ในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงในเขตเมืองและเขตชนบท จังหวัดอุตรดิตถ์. วารสารวิชาการป้องกันควบคุมโรค สคร.2 พิษณุโลก, 2559; 4(1): 27- 44..

วันวิสา ยะเกี๋ยงงา, ณิชารีย์ ใจคำวัง และ พงษ์ศักดิ์ อ้นมอย. ความรอบรู้และพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ตำบลทุ่งกระเชาะ อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์, 2563; 15(2): 97-116.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-31

รูปแบบการอ้างอิง

ช่วงแก้ว แ. . (2025). ผลการใช้โปรแกรมการจัดการความเสี่ยงทางคลินิกด้วยแนวคิดความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อทัศนคติและการรับรู้ความสามารถของตนเองในการจัดการความเสี่ยงของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 10(6), 209–213. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/ech/article/view/5176