ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมสุขภาพตามแนวเวชศาสตร์วิถีชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในตำบลศีรษะกระบือ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก
คำสำคัญ:
ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2, พฤติกรรมสุขภาพ, เวชศาสตร์วิถีชีวิตบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ ปัจจัยเสริม ที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมสุขภาพตามแนวเวชศาสตร์วิถีชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในตำบลศีรษะกระบือ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เป็นการวิจัยแบบสำรวจ โดยมีกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำนวน 234 คน ด้วยการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ ปัจจัยเสริม การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย การนอนหลับที่มีคุณภาพ การจัดการความเครียด การหลีกเลี่ยงสารเสพติด และการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม โดยมีค่ามีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.95, 0.97, 0.95, 0.84, 0.83, 0.86, 0.86, 0.86 และ 0.88 ตามลำดับ แล้วนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากแบบสอบถามมาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติอนุมาน ประกอบด้วย ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ไคสแควร์ การวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ
ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยนำด้านความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ และด้านทัศนคติต่อการดูแลสุขภาพ โดยรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ปัจจัยเอื้อด้านความรู้เรื่องนโยบายด้านการดูแลสุขภาพ และด้านการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้านการดูแลสุขภาพ โดยรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ปัจจัยเสริมด้านการสนับสนุนของครอบครัว และด้านการสนับสนุนของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข โดยรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก และพฤติกรรมสุขภาพตามแนวเวชศาสตร์วิถีชีวิตผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โดยภาพรวมมีการปฏิบัติบ่อยครั้ง โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย ได้แก่ ด้านการควบคุมอาหาร ด้านการนอนหลับที่มีคุณภาพ ด้านการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม ด้านการจัดการความเครียด ด้านการออกกำลังกาย และด้านการหลีกเลี่ยงสารเสพติด จากผลทดสอบสมมติฐานพบว่า ตัวแปรการศึกษา ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ ทัศนคติต่อการดูแลสุขภาพ ความรู้เรื่องนโยบายด้านการดูแลสุขภาพ และการสนับสนุนของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมสุขภาพตามแนวเวชศาสตร์วิถีชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในตำบลศีรษะกระบือ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยตัวแปรการศึกษา ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ และทัศนคติต่อการดูแลสุขภาพ ร่วมกันทำนายพฤติกรรมสุขภาพตามแนวเวชศาสตร์วิถีชีวิต ได้ร้อยละ 36 ส่วนตัวแปรความรู้เรื่องนโยบายด้านการดูแลสุขภาพ และการสนับสนุนของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ร่วมกันทำนายพฤติกรรมสุขภาพตามแนวเวชศาสตร์วิถีชีวิต ได้ร้อยละ 37 และร้อยละ 49 ตามลำดับ
เอกสารอ้างอิง
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.). รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรังและผลการดำเนินงานเวชศาสตร์วิถีชีวิต เขตสุขภาพที่ 4. นนทบุรี: สวรส.; 2568.
World Health Organization. Noncommunicable diseases fact sheet. Geneva: WHO; 2023.
วสันต์ จันทราทิตย์. สุขภาวะแบบองค์รวมกับการปฏิรูประบบสุขภาพไทย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สุขภาพ; 2567.
กระทรวงสาธารณสุข. ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC). นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2568.
Kelly JT, Karlsen MC, Lianov L. Establishing the lifestyle medicine core competencies. Am J Lifestyle Med. 2019;13(4):346-50.
Trilk JL, Nelson AG, Briggs A, Muscato D. Including lifestyle medicine in undergraduate medical curricula. Am J Lifestyle Med. 2019;13(4):358-61.
ศูนย์จัดการความรู้และพัฒนาวิชาการเวชศาสตร์วิถีชีวิต. รายงานการพัฒนาหลักสูตรเวชศาสตร์วิถีชีวิตในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: ศูนย์จัดการความรู้ฯ; 2567.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครนายก. ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC): จำนวนผู้ป่วยเบาหวานที่ขึ้นทะเบียนในเขตรับผิดชอบเขตสุขภาพที่ 4 ตำบลศีรษะกระบือ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก [Internet]. 2568 [cited 2026 Feb 17]. Available from: https://hdc.moph.go.th/center/public/standard-report-detail/0f23318497737af76b19e98304dbcec7
Yamane T. Statistics: An introductory analysis. 2nd ed. New York: Harper and Row; 1973.
Likert R. A technique for the measurement of attitudes. Arch Psychol. 1932;140:1-55.
Rovinelli RJ, Hambleton RK. On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Tijdschrift voor Onderwijsresearch. 1977;2:49-60.
Pearson K. Notes on regression and inheritance in the case of two parents. Proc R Soc Lond. 1895;58:240-242.
Cronbach LJ. Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika. 1951;16(3):297-334.
Chawla SPS, Kaur S, Bharti A, Garg R, Kaur M, Soin D, et al. Impact of health education on knowledge, attitude, practices and glycemic control in type 2 diabetes mellitus. J Family Med Prim Care. 2019;8(1):261–5.
นเรศ ขำเจริญ, สุดารัตน์ สุดเขียว, อภิญญา ผันอักษร, วชากร นพนรินทร์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ. 2568;15(2):45–58.
Orozco-Beltrán D, et al. Digital health interventions and multidisciplinary care in type 2 diabetes management. Int J Environ Res Public Health. 2021;18(8):1-14.
ดวงใจ พรหมพยัคฆ์, จิตรวรรณ แสนยศ, หทัยรัตน์ มากร, ยุวณีย์ จันทร์ส่ง. การเข้าถึงข้อมูลสุขภาพกับพฤติกรรมควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารสาธารณสุขชุมชน. 2567;20(2):45-60.
ชัยยุทธ คลื่นแก้ว. บทบาทครอบครัวและเครือข่ายชุมชนต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารวิจัยระบบสุขภาพ. 2566;17(3):112-126.
จงกล สุกิจจารักษ์. แรงสนับสนุนทางสังคมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารการพยาบาลสาธารณสุข. 2567;38(1):77-89.
เกษม เวชสุทธานนท์. เวชศาสตร์วิถีชีวิตกับการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง. วารสารการแพทย์ชุมชน. 2566;14(2):1-15.
กรกนก นาเครือ. ความรอบรู้สุขภาพกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามแนวเวชศาสตร์วิถีชีวิต. วารสารสุขศึกษา. 2567;47(1):23-38.
ปิยนาฏ แซ่ก๋ง. ความรอบรู้สุขภาพกับการควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2567;33(2):145-158.
ทวีป สมัครการไถ, อำนาจ ค้ายาดี. ผลของโปรแกรมเสริมสร้างความรอบรู้สุขภาพต่อระดับ HbA1c ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารพยาบาลศาสตร์. 2568;41(1):59-72.
Gidudu J, et al. Health education and lifestyle modification among patients with type 2 diabetes mellitus. BMC Public Health. 2025; 25: 1-12.
หทัย ธาตุทำเล. ผลของกิจกรรมเวชศาสตร์วิถีชีวิตต่อดัชนีชี้วัดสุขภาพในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารส่งเสริมสุขภาพ. 2568;12(1):33-48.
กฤษฎา ศิริชัยสิทธิ์, ธนิสา อนุญาหงษ์. การประยุกต์เวชศาสตร์วิถีชีวิตในระบบบริการปฐมภูมิ. วารสารการแพทย์และสาธารณสุข. 2567;29(3):201-215.
มยุรี คนยัง. บทบาทภาคีเครือข่ายต่อการดูแลผู้ป่วยเบาหวานในชุมชน. วารสารสุขภาพภาคประชาชน. 2567;19(2):88-102.

