ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วย โรคความดันโลหิตสูง เขตตำบลบานา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
คำสำคัญ:
โรคหลอดเลือดสมอง, พฤติกรรมการป้องกันโรค, ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงบทคัดย่อ
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงพรรณนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เขตตำบลบานา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ประชากรคือ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ขึ้นทะเบียนและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบานา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี พ.ศ.2568 และอาศัยอยู่ในพื้นที่จริงอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป จำนวน 459 คน โดยใช้สูตรการคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างของ Danielเท่ากับ 233 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ ประกอบด้วย 4 ส่วนได้แก่ คุณลักษณะส่วนบุคคล การรับรู้ด้านสุขภาพ แรงสนับสนุนทางสังคม แบบสัมภาษณ์ผ่านการตรวจสอบความตรงของเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน และนำไปทดลองใช้เพื่อวิเคราะห์ค่าความเชื่อมั่นโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟ่าครอนบาค เท่ากับ 0.887 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า การรับรู้ของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับสูง (73.80%) ( =2.738, S.D.=0.440) พฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับสูง (83.70%) ( =2.832, S.D.=0.493) ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่า การรับรู้ด้านสุขภาพ มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r=0.198, P-value<0.002)
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
เขมิกา สมบัติโยธา, วิทยา อยู่สุข, นิรุวรรณ เทิรนโบล์. (2560). พฤติกรรมสุขภาพกับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ
อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม,
(1), 47-59.
ชุติมา สร้อยนาค, จริยา ทรัพย์เรือง, อัจฉรา เดชขุน, กันยา สุวรรณคีรีขันธ์. (2567). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับ
พฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความ
ดันโลหิตไม่ได้. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 8(3), 130-139.
ณิชากานต์ งามพรนพคุณ. (2568). ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ในผู้ป่วยโรค
ความดันโลหิตสูง เขตพื้นที่ตำบลบางน้ำจืด อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร. วารสารสาธารณสุขมูลฐาน
(ภาคกลาง), 27-37.
ลติพร อุดมสุข, วชิรญา มุ้ยเผือก, ปิยนุช งามสาย, พงษ์ศักดิ์ คำนาโฮม, รัฐพล ผิวจันทร์. (2567). ปัจจัยที่มี
ความสัมพันธ์กับพฤติกรรมดูแลตนเองในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองของชุมชน
บ้านบ้งมั่ง จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารสาธารณสุข มหาวิทยาลัยบูรพา, 19(2), 13-26.
ศิริพันธ์ หอมแก่นจันทร์, ลภัสรดา หนุ่มคำ. (2566). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอด
เลือดสมองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ศูนย์บริการสาธารณสุขบ้านกล้วยม่วง เทศบาลเมืองเขลางค์
นคร จังหวัดลำปาง. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางสาธารณสุข, 1(2), 14-24.
สุชาดา ไชยขาว, เกษม ชูรัตน์. (2567). การศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือด
สมองในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโคกยาง ตำบลโคกยาง
อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่. วารสารสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 7(3), 1-16.
Bandura, A. (1977). Self-efficacy: Toward a unifying theory of behavioral change.
Psychological Review, 84 (2), 191–215.https://doi.org/10.1037/0033295X.84.2.191
Cohen, S., & Wills, T. A. (1985). Stress, social support, and the buffering hypothesis.
Psychological Bulletin, 98 (2), 310–357.https://doi.org/10.1037/0033-2909.98.2.310
Daniel W. W. Biostatistics : Basic Concepts and Methodology for the Health Sciences.
(9thed). New York : John Wiley & Sons ; 2010.
Nutbeam D. (2008). The evolving concept of health literacy. Social Science and
Medicine, 67(12), 2072-2078.
Best, J. W. (1977). Research in Education (3rd ed.). New Jersey: Prentice Hall.
Rosenstock, I. M. (1974). Historical Origins of the Health Belief Model. Health Education
Monographs, 2(4), 328-335.
World Health Organization. (2023). Global report on hypertension: The race against a silent killer.
Geneva: World Health Organization.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
