ประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่
คำสำคัญ:
ประสิทธิผลโปรแกรมสุขศึกษา, พฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ, โรคความดันโลหิตสูงบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ จำนวน 30 คน วัดก่อนและหลังการทดลอง ระยะเวลา 12 สัปดาห์ เลือกสุมตัวอย่างแบบเจาะจง คือ ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือค่าความดันโลหิต Systolic มากกว่าหรือเท่ากับ 140 มิลลิเมตรปรอท ค่าความดันโลหิต Diastolic มากกว่าหรือเท่ากับ 90 มิลลิเมตรปรอท เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ (1) โปรแกรมสุขศึกษาในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ ความรู้ เจตคติ และการปฏิบัติเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ผลการเก็บข้อมูลการทดลอง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติ paired t-test
ผลการศึกษา พบว่า ภายหลังการให้โปรแกรมสุขศึกษาในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง คะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูงหลังการทดลอง (M=14.10, SD= .89) สูงกว่าก่อนการทดลอง (M= 11.43, SD =1.33) คะแนนเฉลี่ยเจตคติเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง (M=29.66, SD= .2.24) สูงกว่าก่อนการทดลอง (M= 26.83, SD =2.70) และคะแนนเฉลี่ยการปฏิบัติของผู้สูงอายุในโรคความดันโลหิตสูง (M=39.10, SD= 3.12) สูงกว่าก่อนการทดลอง (M=36.63, SD= 3.87) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ค่าเฉลี่ยความดันซิสโตลิคก่อนเข้าร่วมโปรแกรมฯ เท่ากับ 146.00 มิลลิเมตรปรอท (SD=3.95) หลังเข้าร่วมโปรแกรมฯ ลดลง เท่ากับ 143.46 (SD=3.82) และค่าเฉลี่ยความดันไดแอสโตลิเท่ากับ 95.33 (SD= 3.899) หลังเข้าร่วมโปรแกรมลดลง เท่ากับ 94.90 (SD=4.10) ค่าเฉลี่ยความดันซิสโตลิคและค่าเฉลี่ยความดันไดแอสโตลิคภายหลังจากเข้าร่วมโปรแกรมมีค่าลดลงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p< 0.05)
เอกสารอ้างอิง
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2557). แผนยุทธศาสตร์ สุขภาพกระทรวงสาธารณสุขด้านส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ปี งบประมาณ พ.ศ. 2557. Retrieved from
http://www.anamai.moph.go.th/download/download/
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2561). สังคมสูงอายุ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์สามลดา.
ฉัตรลดา ดีพร้อม และนิวัฒน์ วงศ์ใหญ่. (2562). ผลของโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ตำบลชุมพร อำเภอ เมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด. J Sci Tecnol MSU.;38:451-461.
ดารณี อนันตศรัณย์. (2559). ผลการจัดโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและระดับความดันโลหิตในผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้เขตเทศบาลเมืองหลังสวน อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร.วารสารวิชาการแพทย์ เขต11. 30(4); 299-311.
ณัฏฐินี เสือโต, แอนน์ จิระพงษ์สุวรรณ, ทัศนีย์ รวิวรกุล, และมธุรส ทิพยมงคลกุล. (2561). ผลของโปรแกรมส่งเสริม พฤติกรรมการควบคุมความดันโลหิตในกลุ่มอายุ 35-59 ปี ที่ควบคุมความดันโลหิตสูงไม่ได้. วารสารพยาบาล สาธารณสุข, 32(2), 95-115.
พรภัทรา แสนเหลา, เพ็ญผกา กาญจโนภาส, และทรัพย์ทวี หิรัญเกิด. (2564). ประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุในโรคความดันโลหิตสูง ตำบลนาฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร, 23(1), 98 107.
วรวุฒิ ชมภูพาน, ฐากูร เกชิต, วรางคณา ชมภูพาน, เสาวลักษณ์ ศรีดาเกษ, จรียา ยมศรีเคน และอัจฉรา ชนะบุญ. (2564). ผลของโปรแกรมการปรับวิถีชีวิตต่อความดันโลหิตในผู้สูงอายุเพศหญิงที่มีภาวะความดันโลหิตสูงในระยะเริ่มต้น. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 31(1), 45-55.
สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย, (2562). แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2562. บริษัท ทริค ธิงค์.
สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, 6(1); 27-35.
สุพัตรา เปลื้องรัตน์ และกศิมา สง่ารัตนพิมาน (2565) ศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อระดับความดันโลหิตและความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว. วารสารวิจัยเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต. 3(3), 37-48.
สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. (2556).ข้อมูลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง. เข้าถึงได้จาก http:/thaincd.com/informationstatistic/non-communicable-disease-data.
Cohen J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum Associates, Publishers.
World Health Organization. (2008). Retrieved February 19, 2020 from http://apps.who.int/iris/handle/10665/43790
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.