ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการบริหารความเสี่ยงทางคลินิกของพยาบาลวิชาชีพ ในโรงพยาบาลระนอง
คำสำคัญ:
การบริหารความเสี่ยงทางคลินิก, พยาบาลวิชาชีพ, ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงพรรณนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการบริหารความเสี่ยงทางคลินิกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลระนอง กลุ่มตัวอย่างคือพยาบาลวิชาชีพจำนวน 90 คน ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบแทนที่ เครื่องมือวิจัยคือแบบสอบถาม 4 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลทั่วไป ความรู้ เจตคติ และการปฏิบัติการบริหารความเสี่ยง ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาและทดสอบความเชื่อมั่น (Cronbach's Alpha) ได้ค่า 0.64 และ 0.65 เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ระหว่างวันที่ 22 ธันวาคม 2567 ถึง 22 กุมภาพันธ์ 2568 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนาและสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดมีความรู้และเจตคติที่มีความสัมพันธ์ทางบวกกับการบริหารความเสี่ยงในระดับมาก โดยปัจจัยด้านความรู้และเจตคติมีความสัมพันธ์กับการบริหารความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนปัจจัยด้านอายุ เพศ ประสบการณ์การทำงาน โรคประจำตัว สถานภาพ ตำแหน่ง ภูมิลำเนา ประวัติการเป็นคณะกรรมการ และการอบรม ไม่มีความสัมพันธ์กับการบริหารความเสี่ยง ข้อเสนอแนะจากการศึกษา หัวหน้าพยาบาลควรกำหนดนโยบายให้บุคลากรเข้ารับการอบรมการบริหารความเสี่ยงเป็นประจำทุกปีเพื่อส่งเสริมความรู้และเจตคติ ผู้บริหารควรสนับสนุนการมีส่วนร่วมในกระบวนการค้นหาความเสี่ยงเชิงรุก นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงควรกำหนดแผนทบทวนการดูแลผู้ป่วยทุกไตรมาสร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์และแก้ไขเชิงระบบ ลดโอกาสการเกิดอุบัติการณ์ซ้ำ และสร้างมาตรฐานความปลอดภัยให้แก่ผู้รับบริการ บุคลากร และโรงพยาบาลอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง โรงพยาบาลระนอง. (2566). คู่มือการบริหารความเสี่ยง โรงพยาบาลระนอง. โรงพยาบาลระนอง.
ปริญญาภรณ์ ธนะบุญปวง. (2564). ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการบริหารความเสี่ยงทางคลินิกของพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลสามร้อยยอด ประจวบคีรีขันธ์. วารสารการวิจัยเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต, 1(1). https://he02.tcithaijo.org/index.php/RHQJ/article/view/250169
ภัทราพรรณ อาษานาม และสมปรารถนา ดาผา. (2565). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการบริหารความเสี่ยงทางคลินิกของพยาบาลวิชาชีพห้องผ่าตัดโรงพยาบาลศูนย์ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร, 25(3). https://thaidj.org/index.php/jsnh/article/view/13109
ศิริลักษณ์ ฤทธไธสง. (2560). การบริหารความเสี่ยงของโรงพยาบาล ในบริบทของพยาบาลวิชาชีพ. วารสารกฎหมายสุขภาพและสาธารณสุข, 3(1). https://phad.ph.mahidol.ac.th/journal_law/3-1/11-Sirilak%20Ritthaisong.pdf
สุปราณี ใจตา และเดชา ทำดี. (2567). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการบริหารความเสี่ยงทางคลินิกของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลสารภี จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิชาการสุขภาพภาคเหนือ, 8(1). https://he01.tcithaijo.org/index.php/johss/article/view/247058
สุมลรัตน์ พงษ์ขวัญ. (2560). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการบริหารความเสี่ยงของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ, 33(1). https://he01.tcithaijo.org/index.php/bcnbangkok/article/view/99544
อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล และคณะ. (2543). ระบบบริหารความเสี่ยงในโรงพยาบาล. สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (สรพ.).
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.