แพทย์เพื่อสังคมในศตวรรษใหม่: สมรรถนะที่พึงประสงค์ของบัณฑิตแพทย์ เพื่อระบบสุขภาพไทย

ผู้แต่ง

  • บุญเรือง ขาวนวล คณะวิทยาการสุขภาพและการกีฬา มหาวิทยาลัยทักษิณ จังหวัดพัทลุง
  • สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ ศูนย์แพทย์แบบองค์รวม มหาวิทยาลัยทักษิณ จังหวัดพัทลุง
  • สุรัตน์ ตันติทวีวรกุล โรงพยาบาลกระบี่ จังหวัดกระบี่
  • ลิลฎา ขันติ โรงพยาบาลกระบี่ จังหวัดกระบี่

คำสำคัญ:

แพทย์เพื่อสังคม , สมรรถนะบัณฑิตแพทย์ , ระบบสุขภาพปฐมภูมิ , การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

บทคัดย่อ

การเปลี่ยนผ่านของระบบสุขภาพไทยในศตวรรษที่ 21 อันเป็นผลจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย ภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ และการปฏิรูประบบสุขภาพปฐมภูมิและการกระจายอำนาจด้านสุขภาพ ทำให้บทบาทของบัณฑิตแพทย์จำเป็นต้องขยายจากการมุ่งเน้นการรักษาเชิงรายบุคคล ไปสู่การเป็น “แพทย์เพื่อสังคม” ที่สามารถทำงานเชิงระบบและเชิงพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสมรรถนะที่พึงประสงค์ของบัณฑิตแพทย์เพื่อขับเคลื่อนระบบสุขภาพไทยในอนาคต และเพื่อสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการผลิตและพัฒนากำลังคนวิชาชีพแพทย์ การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่มจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายภาคส่วน ได้แก่ ผู้บริหารมหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านแพทยศาสตร์ศึกษา อาจารย์และนิสิตสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ผู้เรียนในอนาคต ผู้ใช้บัณฑิต ผู้กำหนดนโยบายด้านสุขภาพ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยบริการสุขภาพทุกระดับ องค์กรวิชาชีพ และภาคประชาชน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาและการวิเคราะห์เชิงธีม

          ผลการศึกษา พบว่า สมรรถนะที่พึงประสงค์ของบัณฑิตแพทย์ประกอบด้วย 6 ด้าน ได้แก่ (1) ความเข้าใจระบบสุขภาพและบทบาทเวชศาสตร์ครอบครัว (2) ความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการดูแลทางคลินิกแบบองค์รวม (3) การคิดเชิงระบบด้านสาธารณสุขและการสร้างเสริมสุขภาพ (4) คุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม (5) สมรรถนะด้านการแพทย์เชิงบูรณาการ และ (6) สมรรถนะด้านดิจิทัลสุขภาพ นวัตกรรม และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผลการศึกษานี้สามารถใช้เป็นฐานเชิงประจักษ์ในการพัฒนาหลักสูตรแพทยศาสตร์และนโยบายกำลังคนแพทย์ เพื่อหนุนเสริมความเข้มแข็งและความยั่งยืนของระบบสุขภาพไทยในอนาคต

เอกสารอ้างอิง

Boelen, C., & Woollard, R. (2011). Social accountability and accreditation: A new frontier for educational institutions. Medical Education, 45(1), 23–30. https://doi.org/10.1111/j.1365-2923.2010.03713.x

Frenk, J., Chen, L., Bhutta, Z. A., Cohen, J., Crisp, N., Evans, T., Fineberg, H., Garcia, P., Ke, Y., Kelley, P., Kistnasamy, B., Meleis, A., Naylor, D., Pablos-Mendez, A., Reddy, S., Scrimshaw, S., Sepulveda, J., Serwadda, D., & Zurayk, H. (2010). Health professionals for a new century: Transforming education to strengthen health systems in an interdependent world. The Lancet, 376(9756), 1923–1958. https://doi.org/10.1016/S0140-6736(10)61854-5

Lindgren, S., & Karle, H. (2011). Social accountability of medical education: Aspects on global accreditation. Medical Teacher, 33(8), 667–672. https://doi.org/10.3109/0142159X.2011.590245

Noree, T., Phathammavong, O., & Jitapunkul, S. (2023). Effect of doctor allocation policies on the equitable distribution of doctors in Thailand. International Journal for Equity in Health, 22, Article 187. https://doi.org/10.1186/s12939-023-01956-1

Royal College of Physicians and Surgeons of Canada. (2015). CanMEDS 2015 physician competency framework. https://www.royalcollege.ca/rcsite/canmeds/canmeds-framework-e

Thoma, B., Caretta-Weyer, H., Schumacher, D. J., Borman-Shoap, E., & Chan, T. M. (2023). Becoming a CanMEDS scholar: A contemporary framework for medical education. Academic Medicine, 98(2), 181–187. https://doi.org/10.1097/ACM.0000000000005011

World Federation for Medical Education. (2020). WFME global standards for quality improvement: Basic medical education. WFME. https://wfme.org/standards/bme/

World Health Organization. (2018). A vision for primary health care in the 21st century: Towards universal health coverage and the Sustainable Development Goals (WHO/HIS/SDS/2018.15). World Health Organization. https://www.who.int/publications/i/item/WHO-HIS-SDS-2018.15

World Health Organization. (2021). Global strategy on digital health 2020–2025. World Health Organization. https://www.who.int/publications/i/item/9789240020924

World Health Organization. (2024). Thailand: Human resources for health country profile. World Health Organization Regional Office for South-East Asia. https://www.who.int/publications

World Health Organization, & UNICEF. (2018). Declaration of Astana. World Health Organization. https://www.who.int/publications/i/item/WHO-HIS-SDS-2018.61

กระทรวงสาธารณสุข. (2566). รายงานการถอดบทเรียนการถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปสู่องค์การบริหารส่วนจังหวัด. กระทรวงสาธารณสุข.

ราชกิจจานุเบกษา. (2562). พระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี.

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข. (2565). การกระจายอำนาจด้านสุขภาพและการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2566). รายงานสุขภาพคนไทย 2566. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.

อ้วนศรี, ส. (2567). การถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: นัยต่อการกำกับดูแลระบบสุขภาพปฐมภูมิ. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 18(1), 45–60.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-27

รูปแบบการอ้างอิง

ขาวนวล บ. ., วิริยพงษ์สุกิจ ส. ., ตันติทวีวรกุล ส. ., & ขันติ ล. (2025). แพทย์เพื่อสังคมในศตวรรษใหม่: สมรรถนะที่พึงประสงค์ของบัณฑิตแพทย์ เพื่อระบบสุขภาพไทย. วารสารวิชาการเพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิและสาธารณสุข, 3(3), 744–756. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/AJHSD/article/view/5200

ฉบับ

ประเภทบทความ

Research artricle