การพัฒนาโปรแกรมให้ความรู้การบริโภคอาหารเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลทองแสนขัน
คำสำคัญ:
เบาหวานชนิดที่ 2, การนับคาร์โบไฮเดรต, การรับรู้ความสามารถของตนเองบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-experimental research) ชนิดสองกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เน้นการนับคาร์โบไฮเดรตร่วมกับทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเอง ที่มีต่อการรับรู้ความสามารถของตนเอง พฤติกรรมการบริโภคอาหาร และระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เข้ารับบริการ ณ โรงพยาบาลทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 60 คน คัดเลือกแบบเจาะจงและจัดเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ กลุ่มละ 30 คน ดำเนินการทดลองโดยกลุ่มทดลองเข้าร่วมโปรแกรมที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นตามแนวคิดของ Bandura ซึ่งประกอบด้วยการฝึกทักษะการนับคาร์โบไฮเดรต การเรียนรู้ผ่านตัวแบบ และการติดตามสนับสนุนทางโทรศัพท์ เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ ในขณะที่กลุ่มเปรียบเทียบได้รับการพยาบาลตามปกติ วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปด้วยสถิติเชิงพรรณนา และเปรียบเทียบความแตกต่างของตัวแปรด้วยสถิติ Paired t-test และ Independent t-test
ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังสิ้นสุดการทดลองสัปดาห์ที่ 12 กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยการรับรู้ความสามารถของตนเองและพฤติกรรมการบริโภคอาหารสูงกว่าก่อนการทดลองและสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) อีกทั้งยังมีระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) ลดลงจากร้อยละ 8.42 เป็นร้อยละ 7.18 ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนการทดลอง (p = .001) และต่ำกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แสดงให้เห็นว่าโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เน้นการนับคาร์โบไฮเดรตร่วมกับการสร้างการรับรู้ความสามารถของตนเอง มีประสิทธิผลในการเสริมสร้างความมั่นใจ ปรับปรุงพฤติกรรมการบริโภคอาหาร และลดระดับน้ำตาลสะสมในเลือดได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงควรส่งเสริมให้นำรูปแบบการนับคาร์โบไฮเดรตไปประยุกต์ใช้ในการให้สุขศึกษาแก่ผู้ป่วยเบาหวานเพื่อนำไปสู่การควบคุมโรคที่ยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
บุญใจ ศรีสถิตยนรากูร. (2553). การวิจัยทางการพยาบาล: ศาสตร์และศิลป์แห่งการวิจัย. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุธินีย์ เขียวดี และบำเน็จ แสงรัตน์. (2563). พฤติกรรมการบริโภคอาหารและการควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารสาธารณสุขชุมชน, 16(2), 45–58.
Bandura, A. (1977). Self-efficacy: Toward a unifying theory of behavioral change. Psychological Review, 84(2), 191–215.
Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. W.H. Freeman.
Dyson, P. A. (2015). Low-carbohydrate diets and type 2 diabetes: What is the latest evidence? Diabetes Therapy, 6(4), 411–424.
Gannon, M. C., & Nuttall, F. Q. (2004). Effect of a high-protein, low-carbohydrate diet on blood glucose control in people with type 2 diabetes. Metabolism, 53(6), 749–754.
International Diabetes Federation. (2021). IDF diabetes atlas (10th ed.). International Diabetes Federation.
Pantaewan, P. (2017). Self-efficacy and health behavior modification. Journal of Nursing Science, 35(3), 15–27.
Sargrad, K. R., Homko, C., Mozzoli, M., & Boden, G. (2005). Effect of a low-carbohydrate diet on insulin resistance in obese patients with type 2 diabetes. The Journal of Clinical Endocrinology & Metabolism, 90(6), 3566–3572.
Tay, J., Luscombe-Marsh, N. D., Thompson, C. H., Noakes, M., Buckley, J. D., Wittert, G. A., & Brinkworth, G. D. (2015). Comparison of low- and high-carbohydrate diets for type 2 diabetes management. Diabetes Care, 38(5), 820–828.
Wang, L. L., Wang, Q., Hong, Y., Ojo, O., Jiang, Q., Hou, Y., ... (2018). Low-carbohydrate diet versus low-fat diet in type 2 diabetes mellitus. Nutrition & Metabolism, 15, 1–9.
Yamada, Y., Uchida, J., Izumi, H., Tsukamoto, Y., Inoue, G., Kido, Y., ... (2012). Efficacy of low-carbohydrate diet for glycemic control in patients with type 2 diabetes. Nutrition Journal, 11, 1–8.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.