ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันโรคเบาหวานของกลุ่มเสี่ยงที่มีภาวะก่อนเป็นโรคเบาหวาน อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด

ผู้แต่ง

  • ปิยะนุช ศรีปัดถา โรงพยาบาลศรีสมเด็จ

คำสำคัญ:

พฤติกรรมการป้องกันโรคเบาหวาน, แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ, ภาวะก่อนเป็นโรคเบาหวาน, กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวางครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้ แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ พฤติกรรมการป้องกันโรคเบาหวาน ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้และแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการป้องกันโรคเบาหวาน และปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันโรคเบาหวานของกลุ่มเสี่ยงที่มีภาวะก่อนเป็นโรคเบาหวาน กลุ่มตัวอย่างคือประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ได้รับการคัดกรองและจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่มีภาวะก่อนเป็นโรคเบาหวานในอำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 163 ราย คัดเลือกโดยการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิตามสัดส่วน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน

          ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 63.80 การรับรู้โอกาสเสี่ยง การรับรู้ความรุนแรง การรับรู้ประโยชน์ และการรับรู้อุปสรรคต่อการป้องกันโรคเบาหวานอยู่ในระดับสูง ขณะที่การรับรู้ความสามารถของตนเองอยู่ในระดับปานกลาง และพฤติกรรมการป้องกันโรคเบาหวานโดยรวมอยู่ในระดับพอใช้ ร้อยละ 99.39 ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน การรับรู้โอกาสเสี่ยง การรับรู้ความรุนแรง การรับรู้ประโยชน์ การรับรู้อุปสรรค และการรับรู้ความสามารถของตนเองมีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการป้องกันโรคเบาหวานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) โดยความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน การรับรู้โอกาสเสี่ยง และการรับรู้ความรุนแรงของโรคเบาหวานสามารถร่วมกันทำนายพฤติกรรมการป้องกันโรคเบาหวานได้ร้อยละ 32.90 (R² = .329, p < .05) ดังนั้น หน่วยงานสาธารณสุขควรพัฒนากิจกรรมส่งเสริมความรู้ การรับรู้ความเสี่ยงและความรุนแรงของโรค ควบคู่กับการเสริมสร้างความสามารถในการดูแลสุขภาพตนเอง เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันโรคเบาหวานในกลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่องและเหมาะสมกับบริบทพื้นที่

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงสาธารณสุข. (2568a). ร้อยละผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่จากกลุ่ม Pre-DM (ภาวะก่อนเบาหวาน) ปีที่ผ่านมา 2569. สืบค้นเมื่อ 27 มกราคม 2568, จาก https://hdc.moph.go.th/center/public/standard-report- detail/d3aad6d7729c370287f43d1f094b3dd1

กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. (2566). รายงานประจำปี 2566. สืบค้นเมื่อ 27 มกราคม 2568, จาก https://www.ddc.moph.go.th/uploads/files/4155620240314033823.pdf

กุลธิดา กุลประฑีปัญญา, เพชรมณี วิริยะสืบพงศ์, รุ้งรังษี วิบูลย์ชัย, และฐิติมา โกศัลวิตร. (2560). การวิเคราะห์ สถานการณ์พฤติกรรมการดูแลตนเองของกลุ่มเสี่ยงเบาหวานในเขตพื้นที่อีสานใต้ ประเทศไทย. วารสาร เครือข่าย วิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 4(ฉบับพิเศษ), S19–S33.

เกษร ศรีธรรมมา. (2563). ผลการใช้กิจกรรมกลุ่มและแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพที่มีต่อพฤติกรรมการดูแลตนเอง ของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานในจังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ, 1(3), 177– 189.

เขมารดี มาสิงบุญ, สายฝน ม่วงคุ้ม, และสุวรรณี มหากายนันท์. (2560). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกัน การเกิดโรคเบาหวานในกลุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 27(2), 214–227.

ทวีป สมัครการไถ, และอำนาจ ค้ายาดี. (2568). รูปแบบการเสริมสร้างความรอบรู้สุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมไม่ได้โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในจังหวัดอุทัยธานี. วารสารวิชาการกรมสนับสนุนบริการ สุขภาพ, 35(1), 86–101.

ณฐา เมธาบุษยาธร, และดุษณี บุญพิทักษ์สกุล. (2568). การสนับสนุนทางสังคม ความเชื่อด้านสุขภาพและการป้องกัน โรคเบาหวานของประชาชน อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม. วารสารศวท: ศิลปศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี, 2(2), 1–11.

ภาณุมาศ ไกรสัย, และวลัยนารี พรมลา. (2560). การรับรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวาน. วารสาร บัณฑิตศาส์น มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 15(2), 101–110.

แรกขวัญ สระวาสี, และสงกรานต์ สมบุญ. (2567). ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคมที่กำหนดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังซึ่งเป็น เครื่องชี้วัดคุณภาพชีวิตภาวะสังคมไทยด้านสุขภาพของประชาชน. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 33(3), 404– 416.

วันเพ็ญ บุญรัตน์. (2568). แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพที่มีอิทธิพลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดสะสมของ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ตำบลโมคลาน อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิชาการเพื่อการพัฒนา ระบบสุขภาพปฐมภูมิและสาธารณสุข, 3(1), 107–124.

วีรชัย ศรีวณิชชากร, และเพชร รอดอารีย์. (2565). การป้องกันโรคเบาหวานในสภาพการณ์ของประเทศไทย. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 13(2), 363–375.

อรุณี สมพันธ์, แสงทอง ธีระทองคำ, นพวรรณ เปียซื่อ, และสมนึก สกุลหงส์โสภณ. (2558). ปัจจัยทำนายพฤติกรรม การป้องกันโรคเบาหวานในผู้ที่เสี่ยงต่อเบาหวาน. รามาธิบดีพยาบาลสาร, 21(1), 96–109.

อุมากร ใจยั่งยืน, สุภาภรณ์ วรอรุณ, และสาวิตรี ศิริผลวุฒิชัย. (2565). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกัน โรคเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลินในกลุ่มเสี่ยง. วารสารกองการพยาบาล, 49(1), 1–13.

Becker, M. H. (1974). The health belief model and personal health behavior. Health Education Monographs, 2(4), 324–508.

Best, J. W. (1981). Research in education (2nd ed.). Prentice Hall.

Duncan, B. B., Magliano, D. J., & Boyko, E. J. (2026). IDF Diabetes Atlas 11th edition 2025: Global prevalence and projections for 2050. Nephrology Dialysis Transplantation, 41(1), 7–9. https://doi.org/10.1093/ndt/gfaf177

Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 140, 1–55.

Terathongkum, S., Wangpitipanit, S., Kraithaworn, P., & Vallibhakara, S. A. (2018). A community-based lifestyle modification for prevention diabetes in pre-diabetes: A quasi- experimental study. Journal of the Medical Association of Thailand, 101, 297–304.

Washirasaksiri, C., Srivanichakorn, W., Borrisut, N., Sitasuwan, T., Tinmanee, R., Kositamongkol, C., Ariyakunaphan, P., Auesomwang, C., Sayabovorn, N., Chaisathaphol, T., & Phisalprapa, P. (2022). Fasting plasma glucose and HbA1c levels predict the risk of type 2 diabetes and diabetic retinopathy in a Thai high-risk population with prediabetes. Frontiers in Pharmacology, 13, Article 950225. https://doi.org/10.3389/fphar.2022.950225

World Health Organization. (2018). Global status report on noncommunicable diseases 2018. World Health Organization. https://www.who.int/docs/default-source/ncds/9789241514620-eng.pdf

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-05

รูปแบบการอ้างอิง

ศรีปัดถา ป. . (2026). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันโรคเบาหวานของกลุ่มเสี่ยงที่มีภาวะก่อนเป็นโรคเบาหวาน อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิชาการเพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิและสาธารณสุข, 4(2), 219–230. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/AJHSD/article/view/5769

ฉบับ

ประเภทบทความ

Research artricle