การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างชนิดของเชื้อ HPV และความรุนแรงของรอยโรคปากมดลูก จากการตรวจด้วยคอลโปสโคปในสตรีจังหวัดระนอง
คำสำคัญ:
ชนิดของเชื้อ HPV, ความรุนแรงของรอยโรคที่ปากมดลูก, การตรวจคอลโปสโคปบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบย้อนหลัง เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างชนิดของเชื้อ Human Papillomavirus (HPV) และความรุนแรงของรอยโรคที่ปากมดลูกจากการตรวจด้วยคอลโปสโคปในสตรีจังหวัดระนอง โดยรวบรวมข้อมูลจากเวชระเบียนของสตรีที่เข้ารับบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก จำนวน 6,328 ราย ในช่วงปี พ.ศ. 2565–2567 ข้อมูลที่นำมาศึกษาประกอบด้วยแบบบันทึกข้อมูลทั่วไป ผลการตรวจ HPV DNA test ผลการตรวจเซลล์วิทยาด้วยวิธี Liquid-based cytology (LBC) และผลการตรวจทางพยาธิวิทยาจากการตรวจด้วยคอลโปสโคป วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และทดสอบความสัมพันธ์โดยใช้สถิติไคสแควร์
ผลการศึกษาพบว่า ความชุกของการติดเชื้อ HPV ในสตรีจังหวัดระนองคิดเป็นร้อยละ 7.61 โดยพบสายพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่ 16/18 (non-16/18) มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 78.17 รองลงมาคือสายพันธุ์ 16 ร้อยละ 13.51 และสายพันธุ์ 18 ร้อยละ 6.03 ผลการตรวจเซลล์วิทยาพบความผิดปกติร้อยละ 12.50 โดยชนิดที่พบมากที่สุดคือ ASC-US ร้อยละ 2.66 ส่วนผลการตรวจพยาธิวิทยาในกลุ่มที่ได้รับการตรวจด้วยคอลโปสโคปพบรอยโรคระดับสูง (HSIL) มากที่สุด ร้อยละ 46.55 การวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่า ชนิดของเชื้อ HPV มีความสัมพันธ์กับความรุนแรงของรอยโรคที่ปากมดลูกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) โดยสตรีที่ติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 หรือ 18 มีโอกาสเกิดรอยโรคระดับสูงและมะเร็งปากมดลูกมากกว่ากลุ่ม non-16/18 เท่ากับ 4.64 เท่า (OR = 4.64, 95% CI: 2.03–10.63) ผลการวิจัยสรุปได้ว่า แม้ว่าการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่ 16/18 (non-16/18) จะพบได้บ่อยกว่าในพื้นที่ศึกษา แต่การติดเชื้อสายพันธุ์ 16 และ 18 มีความสัมพันธ์กับการเกิดรอยโรคระดับสูงอย่างชัดเจน ผลการศึกษานี้สนับสนุนความสำคัญของการตรวจแยกสายพันธุ์ HPV เพื่อคัดแยกกลุ่มเสี่ยงสูงและส่งต่อเพื่อรับการตรวจยืนยันด้วยคอลโปสโคปอย่างทันท่วงที ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันมะเร็งปากมดลูกทั้งในระดับปฐมภูมิและทุติยภูมิในจังหวัดระนองได้อย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข. (2565). สถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2565. https://spd.moph.go.th/wp-content/uploads/
/11/Hstatistic65.pdf
ดุจดาว บุญยอด, บัณฑิต พรหมรักษา, และชวิศา เพ็ชรอำไพ. (2567). ความสัมพันธ์ของการติดเชื้อ Human Papillomavirus จีโนไทป์เสี่ยงสูงชนิด non-16/18 ด้วยวิธี HPV DNA test กับรูปแบบความผิดปกติทางเซลล์วิทยา ในอำเภอพรหมพิราม วังทอง และนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ปี 2567. https://hpc2appcenter.anamai.
moph.go.th/academic/web/files/2568/r2r/MA2568-006-02-0000001455-0000002251.pdf
ธิดารัตน์ มละสาร. (2565). ความชุกและการกระจายตัวของการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนแปปปิโลมาของสตรีในพื้นที่อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 7(4), 114–121.
เนตรชนก ไวโสภา. (2564). ความชุกการเกิดมะเร็งปากมดลูกในโรงพยาบาลขอนแก่น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558–2562. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ, 2(1), 113–122.
พรรณชณัฐ มหรรทัศพงฐ์. (2567). สัดส่วนระหว่างการวินิจฉัยมะเร็งด้วยวิธีเซลล์วิทยากับการวินิจฉัยด้วยวิธีเซลล์บล็อกร่วมกับวิธีเซลล์วิทยาของน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์, 31(1), 237–248.
วราภรณ์ จันทร์รัตน์. (2567). ความชุกและปัจจัยเสี่ยงที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อ Human papillomavirus ของสตรีในพื้นที่อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 9(2), 631–639.
วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ. (2567). เจาะลึกระบบสุขภาพ “หมอจุฬาฯ” เผยหญิงไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกวันละ 13 ราย. Hfocus. https://www.hfocus.org/content/2024/01/29462
ศิริญญา เพชรพิชัย, ณัฐพร คล้ายคลัง, อมรรัตน์ โพธิ์ตา, อนุกูล บุญคง, และปาริชาติ กัญญาบุญ. (2564). ความชุกของการติดเชื้อ Human papillomavirus สายพันธุ์เสี่ยงสูงของสตรีไทยในพื้นที่จังหวัดพิจิตร อุทัยธานี ชัยนาท และกำแพงเพชร. วารสารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, 63(4), 766–786.
ศิริญญา เพชรพิชัย, ณัฐพร คล้ายคลัง, และอมรรัตน์ โพธิ์ตา. (2567). ความชุกของสายพันธุ์เอชพีวีจากการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA test ชนิด 14 สายพันธุ์เสี่ยงสูงในเขตสุขภาพที่ 3. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 33(1), 63–73.
สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย. (2568). แนวทางการป้องกันและรักษามะเร็งปากมดลูก ฉบับใหม่ ปี 2568. https://tgcs.or.th/
course-library/แนวทางการดูแลรักษาโรคม-2/
โรงพยาบาลระนอง. (2567). ผลการดำเนินงานคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในสตรีจังหวัดระนอง [เอกสารอัดสำเนา].
อรัญญา โยธาทูล, รุ่งทิพย์ พรหมรักษา, และชวิศา เพ็ชรอำไพ. (2567). การศึกษาความสัมพันธ์ของผลการตรวจ HPV DNA test กับผลการตรวจทางพยาธิวิทยาในโรงพยาบาลบางละมุง. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนอร์ทเทิร์น, 5(2), 33–46.
Chaopotong, P., Laiwejpithya, S., & Areeswate, C. (2024). Prevalence of high-risk HPV detection and HPV vaccination in cervical cancer screening during the HPV vaccination era at Siriraj Hospital: Thailand’s largest national tertiary referral center. Asian Pacific Journal of Cancer Prevention, 25(4), 1241–1245. https://doi.org/10.31557/APJCP.2024.25.4.1241
Luo, X., Chen, Y., He, L., Liu, S., Zhang, F., Liu, B., Zhang, H., & Qi, F. (2025). HPV genotype distribution and cervical lesion severity in HPV-positive women: A study from the Guizhou Province cervical cancer screening program. Virology Journal, 23, Article 10. https://doi.org/10.1186/s12985-025-03041-w
World Health Organization. (2020). Global strategy to accelerate the elimination of cervical cancer as a public health problem. https://www.who.int/initiatives/cervical-cancer-elimination-initiative
World Health Organization. (2022). Cervical cancer. https://www.who.int/health-topics/cervical-cancer
Zhang, J., Wang, H., Liu, Y., Li, Z., Feng, X., Luo, X., Chen, W., Zhang, S., Yang, H., & Qiao, Y. (2026). HPV testing with 16/18 genotyping for risk stratification among women with normal cytology: A multicenter prospective cohort study from China. Journal of Clinical Microbiology, 64(3), 1–12. https://journals.asm.org/doi/10.1128/jcm.01289-25
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.