ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคในกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
คำสำคัญ:
กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง, แรงสนับสนุนทางสังคม, พฤติกรรมการป้องกันโรคความดันโลหิตสูงบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับแรงจูงใจ แรงสนับสนุนทางสังคม และพฤติกรรมการป้องกันโรคความดันโลหิตสูง รวมทั้งวิเคราะห์อิทธิพลของแรงจูงใจและแรงสนับสนุนทางสังคมต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มตัวอย่างจำนวน 214 คน คัดเลือกด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่ายจากประชากรกลุ่มเสี่ยง 474 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม 4 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคล แรงจูงใจในการป้องกันโรค แรงสนับสนุนทางสังคม และพฤติกรรมการป้องกันโรคความดันโลหิตสูง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการถดถอยเชิงเส้นพหุคูณแบบ Enter กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 88.79 อายุเฉลี่ย 53.27 ปี ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ร้อยละ 74.77 และมีญาติสายตรงป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 54.21 แรงจูงใจในการป้องกันโรคอยู่ในระดับมาก ร้อยละ 89.25 มีคะแนนเฉลี่ย 4.19 คะแนน แรงสนับสนุนทางสังคมอยู่ในระดับมาก ร้อยละ 81.78 มีคะแนนเฉลี่ย 4.19 คะแนน และพฤติกรรมการป้องกันโรคอยู่ในระดับมาก ร้อยละ 50.93 มีคะแนนเฉลี่ย 3.05 คะแนน ผลการวิเคราะห์ถดถอยพบว่าแรงจูงใจและแรงสนับสนุนทางสังคมสามารถร่วมกันพยากรณ์พฤติกรรมการป้องกันโรคได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 24.10 (R² = 0.241, p < 0.001) แรงสนับสนุนทางสังคมมีน้ำหนักในการพยากรณ์สูงที่สุด (Beta = 0.344, p < 0.001) รองลงมาคือแรงจูงใจ (Beta = 0.231, p = 0.001) ผลการศึกษาสะท้อนว่าควรส่งเสริมแรงจูงใจควบคู่กับการสนับสนุนจากครอบครัว อสม. และบุคลากรสุขภาพ เพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมการป้องกันโรคของกลุ่มเสี่ยงให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค. (2568). วัดความดันอย่างไร สูงเกินไปคุมให้ดี ช่วยยืดชีวีให้ยืนยาว: 17 พฤษภาคม วันความดันโลหิตสูงโลก. กระทรวงสาธารณสุข. https://ddc.moph.go.th/odpc9/news.php?deptcode=odpc9&news=52659
เกสราวรรณ ประดับพจน์, และศิริลักษณ์ แก่นอินทร์. (2564). ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 3 Self ต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และเส้นรอบเอวของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 8(5), 148–161.
จุฑามาศ แก้วจันดี, พัชราภรณ์ ไกรนรา, วีระชน หวังสวัสดิ์, และนิชชนันท์ บุญสุข. (2566). ผลของโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคความดันโลหิตสูงในกลุ่มเสี่ยง. วารสารสาธารณสุขล้านนา, 19(1), 11–25.
ธนญญ์นภสสร์ ไชยมงคล, และสรวิศ บุญญฐี. (2567). ประสิทธิผลของโปรแกรมประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจในการป้องกันโรคต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและค่าความดันโลหิตของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ตำบลดงเจน อำเภอภู
กามยาว จังหวัดพะเยา. วารสารสาธารณสุขล้านนา, 20(2), 74–87.
ปาณิสรา ส่งวัฒนายุทธ, ภคพร กลิ่นหอม, และจินต์ทิพา ศิริกุลวิวัฒน์. (2566). การพัฒนารูปแบบความรอบรู้ด้านสุขภาพและแรงสนับสนุนของครอบครัวเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและควบคุมระดับความดันโลหิตของกลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูง จังหวัดเพชรบุรี. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 31(4),
–106.
พรทิพย์ ลยานันท์, จิตรพรรณ ภูษาภักดีภพ, และอติวิชญ์ เข็มทอง. (2566). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคความดันโลหิตสูงตามหลัก 3อ.2ส. ของประชาชนกลุ่มเสี่ยงในตำบลแห่งหนึ่ง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี. วารสารสาธารณสุข มหาวิทยาลัยบูรพา, 18(2), 45–59.
ภัทราวดี จิตรวิบูลย์. (2568). การศึกษาพฤติกรรมการดูแลตนเองของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงในเขตพื้นที่รับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพเฉลิมพระเกียรติวัดสวนขัน อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารการศึกษาและวิจัยการสาธารณสุข, 3(1), 60–76.
แรมจันทร์ ทรงทอง, วาริณี เอี่ยมสวัสดิกุล, และชื่นจิตร โพธิศัพท์สุข. (2566). ผลของโปรแกรมพัฒนาพฤติกรรมรับประทานอาหารของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารการพยาบาลและการศึกษา, 16(2), 69–85.
สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. (2567). แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2567. ทริค ธิงค์. https://fakthahospital.moph.go.th/images/PDF/PCT/Guideline%20HT%202024.pdf
สุรชัย ชัยสิทธิ์. (2568). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคความดันโลหิตสูงของประชาชนที่มีความเสี่ยง อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารบัณฑิตศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต, 2(2), 49–65.
Boonyathee, S., Seangpraw, K., Ong-Artborirak, P., Auttama, N., Tonchoy, P., Kantow, S., Bootsikeaw, S., Choowanthanapakorn, M., Panta, P., & Dokpuang, D. (2021). Effects of a social support family caregiver training program on changing blood pressure and lipid levels among elderly at risk of hypertension in a northern Thai community. PLOS ONE, 16(11), e0259697. https://doi.org/
1371/journal.pone.0259697
Harding, B. N., Hawley, C. N., Kalinowski, J., Sims, M., Muntner, P., Young, B. A., Heckbert, S. R., & Floyd, J. S. (2022). Relationship between social support and incident hypertension in the Jackson Heart Study: A cohort study. BMJ Open, 12(3), e054812. https://doi.org/10.1136/bmjopen-2021-054812
House, J. S. (1981). Work stress and social support. Addison-Wesley.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308
Phuchongchai, T., Glangkarn, S., & Namyota, C. (2024). Factors affecting stroke prevention behavior in elderly people with high blood pressure. Journal of Education and Health Promotion, 13, 431. https://doi.org/10.4103/jehp.jehp_1925_23
Rogers, R. W. (1983). Cognitive and physiological processes in fear appeals and attitude change: A revised theory of protection motivation. In J. T. Cacioppo & R. E. Petty (Eds.), Social psychophysiology: A sourcebook (pp. 153–176). Guilford Press.
Tan, P. P. S., Sandhu, R. S., Zain, S. M., Hall, D., Tan, N. C., Lim, H. M., Daud, F., & Pung, Y.-F. (2022). Health motivations and perceived barriers are determinants of self-care behaviour for the prevention of hypertension in a Malaysian community. PLOS ONE, 17(12), e0278761. https://doi.org
/10.1371/journal.pone.0278761
Thuy, L. Q., Thanh, N. H., Trung, L. H., Tan, P. H., Nam, H. T. P., Diep, P. T., An, T. T. H., San, B. V., Ngoc, T. N., & Toan, N. V. (2021). Blood pressure control and associations with social support among hypertensive outpatients in a developing country. BioMed Research International, 2021, 7420985. https://doi.org/10.1155/2021/7420985
World Health Organization. (2025). Global report on hypertension 2025: High stakes: Turning evidence into action. https://www.who.int/publications/i/item/9789240115569
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.