การวิเคราะห์เนื้อหาสารและการมีส่วนร่วมบนเพจเฟซบุ๊กของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
คำสำคัญ:
การวิเคราะห์เนื้อหา, การมีส่วนร่วม, เฟซบุ๊ก, การแพทย์ฉุกเฉิน, โซเชียลมีเดียบทคัดย่อ
การสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและสร้างความตระหนักรู้ด้านการแพทย์ฉุกเฉิน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ลักษณะเนื้อหาและระดับการมีส่วนร่วมของผู้ติดตามเพจเฟซบุ๊กของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ในปีงบประมาณ 2567 ระหว่างเดือนตุลาคม 2566 ถึงกันยายน 2567 โดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis) และตัวชี้วัดการมีส่วนร่วม ได้แก่ การกดถูกใจ การแสดงความคิดเห็น และการแชร์ ผลการวิจัยพบว่า เพจเฟซบุ๊กของสถาบันมีจำนวนโพสต์ 698 โพสต์ มียอดเข้าถึง 7,182,173 คน รวมจำนวนการมีส่วนร่วม 279,708 ครั้ง และการแชร์ 14,427 ครั้ง เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลและการป้องกันอุบัติเหตุ รองลงมาคือ ข่าวสารกิจกรรมของสถาบัน และการสื่อสารนโยบายหรือข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเนื้อหาที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือเนื้อหาที่นำเสนอข้อมูลเชิงปฏิบัติและเป็นประโยชน์ต่อการตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินของประชาชนและบุคลากรในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ผลการวิจัยสรุปได้ว่าการสื่อสารผ่านเฟชบุ๊กเป็นเครื่องมือสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร สร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนและบุคลากรในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน พร้อมเสนอแนะให้สถาบันพัฒนาเนื้อหาให้มีความน่าสนใจและสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารและการ มีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง
เอกสารอ้างอิง
Wilson L, Garcia A, Miller T. The role of social media in enhancing public awareness and engagement in emergency medical services. Journal of Health Communication 2023;28(5):398-412.
Chen J, Wang, Y, Khoo E. Social media as a tool for emergency medical communication: A systematic review. Journal of Medical Internet Research 2023;25(4):e42891.
วิทวัส เพชรเจริญ, สุรพงษ์ โสธนะเสถียร, พัชราภรณ์ เกษะประกร. การใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการสื่อสารด้านสุขภาพของหน่วยงานภาครัฐ: กรณีศึกษากระทรวงสาธารณสุข. วารสารนิเทศศาสตร์ธุรกิจบัณฑิตย์ 2565;16(1):85-112.
Smith A, Brown K, Thompson R. Effective health communication strategies on social media during emergency situations. International Jounal of Emergency Management 2024;16(3):234-51.
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. แผนหลักการแพทย์ฉุกเฉิน ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2566-2570 (ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพมหานคร: สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ; 2567
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. รายงานประจำปี 2566.กรุงเทพมหานคร: สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ; 2567
Kim S, Lee J, Park H. Factors influencing public engagement with health-related social media content: a mixed-methods analysis. Health Communication 2023;38(12):1475-89.
Smith A, Brown K, Thompson R. Effective health communication strategies on social media during emergency situations. International Journal of Emergency Management 2024;16(3):234-51.
กิตติพงษ์ พุ่มพวง, วิลาสินี อดุลยานนท์, ธีรพงศ์ เสรีสำราญ.การวิเคราะห์เนื้อหาและการมีส่วนร่วมบนเฟซบุ๊กเพจของโรงพยาบาลรัฐในประเทศไทย. วารสารนิเทศศาสตร์และนวัตกรรม นิด้า 2564;8(1):83-102.
นันทวัฒน์ เนตรไพบูลย์. การใช้ภาพประกอบในการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์: กรณีศึกษาการสื่อสารด้านสุขภาพ.วารสารนิเทศศาสตร์ 2566;41(2):65-89.
พรจันทร์ โพธินาค. ปัจจัยที่มีผลต่อการแชร์เนื้อหาด้านสุขภาพบนสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย. วารสารวิชาการนวัตกรรมสื่อสารสังคม 2565;10(1):73-84.
ธนพร เจริญสุข, นันทวัฒน์ เนตรไพบูลย์, วรรณพร พุทธภูมิพิทักษ์. กลยุทธ์การสื่อสารบนสื่อสังคมออนไลน์ของหน่วยงานภาครัฐไทย: กรณีศึกษาเฟซบุ๊กเพจกรมควบคุมโรค. วารสารนิเทศศาสตร์ธุรกิจบัณฑิตย์ 2564;15(2):281-314.
สุทธิชัย หล่อตระกูล. สื่อสังคมออนไลน์กับการสร้างความไว้วางใจระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชนในประเด็นด้านสุขภาพและความปลอดภัย. วารสารการสื่อสารและการจัดการ นิต้า 2566;9(2):42-61.
วรางคณา ผลประเสริฐ, กฤษณพงศ์ สุขโพธารมณ์, วรางคณา กีรติวิบูลย์. การแพร่กระจายของข้อมูลที่ไม่ถูกต้องด้านสุขภาพบนสื่อสังคมออนไลน์: ผลกระทบและแนวทางแก้ไข. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2565;31(4):743-58.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการแพทย์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.