ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการควบคุมความดันโลหิตของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในพื้นที่รับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในเตา จังหวัดตรัง
คำสำคัญ:
แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ, การควบคุมความดันโลหิต, ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง, การรับรู้อุปสรรคบทคัดย่อ
การวิจัยแบบตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการควบคุมความดันโลหิตของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในเตา จังหวัดตรัง กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยที่ขึ้นทะเบียนรักษาจำนวน 200 คน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบสอบถามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ (Cronbach's alpha = 0.86) และแบบบันทึกระดับความดันโลหิต วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการถดถอยโลจิสติก (Logistic Regression)
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 76.50) มีอายุเฉลี่ย 60.37 ปี ประกอบอาชีพเกษตรกรรม (ร้อยละ 78.50) และร้อยละ 67.00 ไม่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ ด้านแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับสูง (Mean = 3.85, S.D. = 0.51) โดยการรับรู้โอกาสเสี่ยงมีค่าเฉลี่ยสูงสุด (Mean = 4.31) ส่วนการรับรู้อุปสรรคมีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด (Mean = 3.27) ผลการวิเคราะห์พหุตัวแปรพบปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการควบคุมความดันโลหิตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 2 ปัจจัย ได้แก่ 1) การรับรู้ความรุนแรงของโรคระดับสูง (Adjusted OR = 10.66, 95% CI: 7.15-22.03, p < 0.001) และ 2) การรับรู้อุปสรรคของการปฏิบัติพฤติกรรมระดับปานกลางและระดับสูง (Adjusted OR = 5.17 และ 6.66 ตามลำดับ, p < 0.001) ข้อค้นพบนี้สะท้อนว่าความสำเร็จในการควบคุมโรคไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรู้เพียงอย่างเดียว แต่สัมพันธ์โดยตรงกับความตระหนักถึงความรุนแรงและอุปสรรคในการปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน ข้อเสนอแนะจากการวิจัยคือ รพ.สต. ควรปรับรูปแบบการให้สุขศึกษาที่เน้นให้เห็นภาพภาวะแทรกซ้อนที่ชัดเจนเพื่อสร้างความตระหนัก พร้อมทั้งจัดบริการให้คำปรึกษาแบบรายบุคคลเพื่อร่วมค้นหาแนวทางลดอุปสรรคที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้ป่วย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการควบคุมโรคอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2566). รายงานสถานการณ์โรค NCDs เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. 2566. กรมควบคุมโรค.
เกวรินทร์ สีสด, จินตนา แวัชรสินธุ์, และ ปิยะมาศ กล่ำเอม. (2567). ผลของโปรแกรมแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมความคุมความดันโลหิต ในผู้ป่วยสูงอายุโรคความดันโลหิตสูง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9: วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 18(3), 882–895.
จุฬาศิกาญจน์ ใหม่แย้ม, ธวัลรัตน์ ศิริธรรม, จรินทร์ทิพย์ บุญชด, และ อรชนก ชูเอียด. (2566). การประยุกต์ทฤษฎีแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ในกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางสาธารณสุข, 1(3), 16–27.
ชื่นกมล สิทธิยอดยิ่ง. (2565). แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเอง เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยที่ไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตได้ โรงพยาบาลนภาลัย จังหวัดสมุทรสงคราม. วารสารศาสตร์สุขภาพและการศึกษา, 2(2), 46–60.
นันทยา นนเลาพล. (2567). ประสิทธิผลของโปรแกรมการประยุกต์แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมสุขภาพและระดับความดันโลหิตของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลโพนสวรรค์. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขภาพชุมชน, 9(4), 575–584.
มงคล การุณงามพรรณ, อัชฌา ชื่นบุญ, และ ศรัญญู พงศ์ประเสริฐสิน. (2565). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมป้องกันความดันโลหิตสูงตามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ ของนักศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันอุดมศึกษาคาทอลิกในประเทศไทย. วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ, 8(1), 104–120.
Becker, M. H. (1974). The health belief model and personal health behavior. Health Education Monographs, 2(4), 324–473.
Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed.). Prentice Hall.
Khammathit, A., Duangpaeng, S., & Kotnara, I. (2021). Factors predicting self-care behaviors among patients with uncontrolled essential hypertension in rural areas of Northeast Thailand. Journal of The Royal Thai Army Nurses, 22(3), 393–402.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.
Simkhada, R., Acharya, B., & Shrestha, B. (2020). Health belief model and medication adherence in hypertension: A systematic review of literature. Journal of Advanced Nursing, 76(10), 2530–2545.
World Health Organization. (2023). Global report on hypertension: The race against a silent killer. World Health Organization.
Yue, P., Hu, C., Wang, Y., & Wu, Y. (2021). Health belief model-based evaluation of the factors associated with hypertension control behaviors in community residents. Annals of Palliative Medicine, 10(2), 1696–1704.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.