ประสิทธิผลของโปรแกรมการป้องกันการเกิดแผลกดทับในผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะวิกฤต ขณะนอนรักษาในโรงพยาบาลระนอง
คำสำคัญ:
โปรแกรมการป้องกันแผลกดทับ, ผู้ป่วยภาวะวิกฤต, ความพึงพอใจบทคัดย่อ
การวิจัยแบบปฏิบัติการ โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการป้องกันการเกิดแผลกดทับในผู้ป่วยที่มีภาวะวิกฤตขณะนอนรักษาในโรงพยาบาลระนอง และประเมินความพึงพอใจต่อการใช้โปรแกรมของพยาบาลวิชาชีพและญาติผู้ป่วย ดำเนินการระหว่างเดือนธันวาคม 2567 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยเพศหญิงที่มีภาวะวิกฤต ใช้เครื่องควบคุมการให้ออกซิเจนอัตราการไหลสูงหรือใช้เครื่องช่วยหายใจ ขณะนอนรักษาตัวที่ตึกอายุรกรรมหญิง โรงพยาบาลระนอง จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยสำหรับพยาบาลวิชาชีพ ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบสอบถามความพึงพอใจต่อรูปแบบการป้องกันการเกิดแผลกดทับ และแบบประเมินการป้องกันการเกิดแผลกดทับ ส่วนเครื่องมือสำหรับญาติ ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปและแบบสอบถามความพึงพอใจต่อรูปแบบการป้องกันการเกิดแผลกดทับ เครื่องมือผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอนุมาน
ผลการศึกษาพบว่า ความพึงพอใจของพยาบาลวิชาชีพต่อรูปแบบการป้องกันการเกิดแผลกดทับอยู่ในระดับมาก (M = 4.78) มีการประเมิน Braden scale แรกรับของผู้ป่วยทุกราย และมีการประเมินการเกิดแผลกดทับตามคะแนน Braden scale ร้อยละ 100 ส่วนความพึงพอใจของญาติต่อรูปแบบการป้องกันการเกิดแผลกดทับอยู่ในระดับปานกลาง (M = 2.90) ข้อเสนอแนะจากการวิจัย คือ ควรนำแนวทางปฏิบัติการป้องกันการเกิดแผลกดทับในผู้ป่วยที่มีภาวะวิกฤตไปใช้ในตึกอายุรกรรมหญิง โรงพยาบาลระนองอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมให้พยาบาลวิชาชีพได้รับการอบรมเพิ่มเติมด้านการดูแลแผลกดทับ
เอกสารอ้างอิง
ขวัญฤทัย ธรรมกิจไพโรจน์. (2550). การพัฒนาแนวทางการพยาบาลเพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับในหอผู้ป่วยหนักผู้ใหญ่ โรงพยาบาลนครพนม: การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม [การศึกษาอิสระปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยขอนแก่น].
คู่ขวัญ มาลีวงษ์. (2564). การพัฒนาและประเมินผลของการใช้แนวปฏิบัติทางการพยาบาลเพื่อการป้องกันการเกิดแผลกดทับสำหรับผู้ป่วยอายุรกรรม โรงพยาบาลวชิรพยาบาล. วชิรสารการพยาบาล, 23(1), 15–30.
จารุวรรณ์ เวชพันธ, เทพนารี กว้างเงิน, และวรรณิภา อำนาจวิชญกุล. (2561). การป้องกันการเกิดแผลกดทับ. ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช.
นลินี แข็งสาริกิจ. (2565). การดูแลแผลกดทับ (Pressure injury). โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์.
ฟองคำ ติลกสกุลชัย. (2549). การปฏิบัติการพยาบาลตามหลักฐานเชิงประจักษ์: หลักการและวิธีปฏิบัติ. คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
อรนุช มกราภิรมย์, และอันธิกา คะระวานิช. (2563). การพัฒนาแนวปฏิบัติทางการพยาบาลสำหรับป้องกันการเกิดแผลกดทับในโรงพยาบาลตราด. วารสารกองการพยาบาล, 47, 139–152.
Bergstrom, N., Braden, B. J., Laguzza, A., & Holman, V. (1987). The Braden Scale for Predicting Pressure Sore Risk. Nursing Research, 36(4), 205–210. https://doi.org/10.1097/00006199-198707000-00002
Elliott, R., McKinley, S., & Fox, V. (2008). Quality improvement program to reduce the prevalence of pressure ulcers in an intensive care unit. American Journal of Critical Care, 17(4), 328–334.
European Pressure Ulcer Advisory Panel, National Pressure Injury Advisory Panel, & Pan Pacific Pressure Injury Alliance. (2019). Prevention and treatment of pressure ulcers/injuries: Clinical practice guideline: The international guideline (E. Haesler, Ed.). EPUAP/NPIAP/PPPIA.
Jaul, E. (2010). Assessment and management of pressure ulcers in the elderly: Current strategies. Drugs & Aging, 27(4), 311–325. https://doi.org/10.2165/11318340-000000000-00000
Jaul, E., Barron, J., Rosenzweig, J. P., & Menczel, J. (2018). An overview of co-morbidities and the development of pressure ulcers among older adults. BMC Geriatrics, 18, Article 305. https://doi.org/10.1186/s12877-018-0997-7
Schoonhoven, L., Defloor, T., van der Tweel, I., Buskens, E., & Grypdonck, M. H. F. (2002). Risk indicators for pressure ulcers during surgery. Applied Nursing Research, 15(3), 163–173. https://doi.org/10.1053/apnr.2002.34145
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.