ผลของโปรแกรมการดูแลสุขภาพของตนเองของหญิงตั้งครรภ์โดยใช้สื่อออนไลน์ต่อความรู้และการปฏิบัติของหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์โรงพยาบาลนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช

ผู้แต่ง

  • อรอนงค์ บุญทรง โรงพยาบาลนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช

คำสำคัญ:

หญิงตั้งครรภ์, การดูแลสุขภาพของตนเอง, สื่อออนไลน์, การปฏิบัติ

บทคัดย่อ

การวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการดูแลสุขภาพของตนเองของหญิงตั้งครรภ์โดยใช้สื่อออนไลน์ต่อความรู้และการปฏิบัติของหญิงตั้งครรภ์ที่
มาฝากครรภ์โรงพยาบาลนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มตัวอย่างจำนวน 40 ราย แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 20 ราย และกลุ่มควบคุม 20 ราย กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ ประกอบด้วยการให้ความรู้ผ่านสื่อวีดิทัศน์ การสาธิตและฝึกปฏิบัติ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการติดตามผ่านแอปพลิเคชัน LINE ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามระบบฝากครรภ์ตามปกติ เครื่องมือเก็บข้อมูลประกอบด้วยแบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบทดสอบความรู้ 25 ข้อ และแบบสอบถามการปฏิบัติ 25 ข้อ แบบทดสอบความรู้มีค่าความเชื่อมั่น KR-20 เท่ากับ 0.84 และแบบสอบถามการปฏิบัติมีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ 0.88 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา Paired samples t-test และ Independent samples t-test

          ผลการวิจัยพบว่า ก่อนการทดลองคะแนนความรู้และการปฏิบัติของทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนความรู้เพิ่มจาก 16.95 ± 1.61 เป็น 19.95 ± 3.10 คะแนน และคะแนนการปฏิบัติเพิ่มจาก 70.70 ± 6.06 เป็น 80.90 ± 7.89 คะแนน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) ขณะที่กลุ่มควบคุมไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบคะแนนการเปลี่ยนแปลงระหว่างกลุ่ม พบว่ากลุ่มทดลองมีคะแนนความรู้เพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มควบคุม 2.70 คะแนน และคะแนนการปฏิบัติเพิ่มขึ้นมากกว่า 8.85 คะแนน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) แสดงว่าโปรแกรมการดูแลสุขภาพของตนเองโดยใช้สื่อออนไลน์สามารถส่งเสริมความรู้และการปฏิบัติในการดูแลสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ได้

เอกสารอ้างอิง

ธิติพร สุวรรณอำภา, และ ทัศนีย์วรรณ พฤกษาเมธานันท์. (2566). ผลของโปรแกรมการให้ความรู้โดยใช้โมบายแอปพลิเคชันต่อความรอบรู้ด้านสุขภาพของสตรีตั้งครรภ์. วารสารสภาการพยาบาล, 38(1), 98–111. https://doi.org/10.60099/jtnmc.v38i01.260306

ละออง บุตรศาสตร์. (2567). ประสิทธิผลของโปรแกรมการให้สุขศึกษาต่อความรู้และการปฏิบัติตัวเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ในหญิงตั้งครรภ์ครั้งแรก โรงพยาบาลหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ, 5(3), 368–379. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jrhi/article/view/275638

สมาพร สุรเตมีย์กุล, และ เกศินี สราญฤทธิชัย. (2564). ผลของโปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมต่อการปฏิบัติตัวและระดับฮีมาโตคริตของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ, 44(4), 41–54. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/nah/article/view/250652

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2568). เครื่องชี้ภาวะสังคม พ.ศ. 2568. https://www.nso.go.th/public/e-book/Indicators-Social/Social-Indicators-2025/

อภิญญา สารภักดิ์. (2568). ผลของโปรแกรมให้ความรู้โรงเรียนพ่อแม่ผ่านสื่อออนไลน์ในหญิงตั้งครรภ์ โรงพยาบาลบรบือ จังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 18(2), 135–147. https://doi.org/10.64962/rdhsj.v18i2.2025.274164

อมราวดี แสงมณี, และ ทัศณีย์ หนูนารถ. (2568). ผลของโปรแกรมการให้ความรู้ผ่านสื่อแอปพลิเคชันต่อพฤติกรรมการป้องกันภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดในสตรีตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยง. วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา, 5(1), e271889. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/tjphe/article/view/271889

อรอุมา เชื้อหมอเฒ่า. (2566). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับน้ำหนักแรกคลอดของทารกเกิดมีชีพในโรงพยาบาลนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิชาการเพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิและสาธารณสุข, 1(3), 43–58. https://he03.tci-thaijo.org/index.php/AJHSD/article/view/2180

Nintao, N., Manonai, J., Wattanayingcharoenchai, R., Bumrungphuet, S., Hansahiranwadee, W., Dulyaphat, W., Somchit, W., Wattanasirichaigoon, D., Prakobpanich, M., & Tangshewinsirikul, C. (2023). Effects of an animated educational video on knowledge of cell-free DNA screening among Thai pregnant women: A randomized control trial. BMC Pregnancy and Childbirth, 23, Article 853. https://doi.org/10.1186/s12884-023-06170-8

Schnitman, G., Wang, T., Kundu, S., Turkdogan, S., Gotlieb, R., How, J., & Gotlieb, W. (2022). The role of digital patient education in maternal health: A systematic review. Patient Education and Counseling, 105(3), 586–593. https://doi.org/10.1016/j.pec.2021.06.019

World Health Organization. (2016). WHO recommendations on antenatal care for a positive pregnancy experience. https://www.who.int/publications/i/item/9789241549912

World Health Organization. (2025). Trends in maternal mortality 2000 to 2023: Estimates by WHO, UNICEF, UNFPA, World Bank Group and UNDESA/Population Division. https://www.who.int/publications/i/item/9789240108462

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-25

รูปแบบการอ้างอิง

บุญทรง อ. (2026). ผลของโปรแกรมการดูแลสุขภาพของตนเองของหญิงตั้งครรภ์โดยใช้สื่อออนไลน์ต่อความรู้และการปฏิบัติของหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์โรงพยาบาลนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิชาการเพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิและสาธารณสุข, 4(3), 482–498. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/AJHSD/article/view/6276

ฉบับ

ประเภทบทความ

Research artricle