ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดอาการกำเริบเฉียบพลันของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลระนอง
คำสำคัญ:
ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง, การพยาบาล, โรงพยาบาลระนองบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงพรรณนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดอาการกำเริบเฉียบพลันของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ณ โรงพยาบาลระนอง กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยหลักเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มีภาวะกำเริบเฉียบพลันตามรหัส ICD-10 จำนวน 294 คน เลือกแบบเฉพาะเจาะจง เก็บข้อมูลระหว่างเดือนตุลาคมถึงธันวาคม พ.ศ. 2567 เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามแบบมีโครงสร้าง แบ่งเป็นส่วนข้อมูลทั่วไป ความรู้ และการปฏิบัติ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (IOC 0.67–1.00) และมีค่าความเชื่อมั่นอยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้ (KR-20 = 0.617 และ Alpha = 0.752) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติไคสแควร์
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 52.72) อายุเฉลี่ย 65.04 ปี ป่วยมาแล้ว 5–10 ปี (ร้อยละ 69.39) และมีความรุนแรงของโรคระดับปานกลาง (ร้อยละ 80.27) ด้านระดับความรู้พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยู่ในระดับสูง (ร้อยละ 97.28) แต่ระดับการปฏิบัติส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 94.90) สำหรับปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดอาการกำเริบเฉียบพลันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) ประกอบด้วย ปัจจัยด้านประชากร ได้แก่ อายุ 60 ปีขึ้นไป การไม่ได้ทำงาน และรายได้ไม่เพียงพอ ปัจจัยทางคลินิก ได้แก่ ประวัติการเจ็บป่วยด้วยโรคปอดอักเสบ และประวัติการพ่นยาที่ห้องฉุกเฉินในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา รวมถึงปัจจัยพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ พฤติกรรมการสูบบุหรี่ และการมีสมาชิกในครอบครัวสูบบุหรี่ ในขณะที่ปัจจัยด้านเพศ ระดับการศึกษา โรคร่วม และมลพิษจากการเผาขยะหรือการจุดธูป ไม่พบความสัมพันธ์กับการกำเริบของโรคในการศึกษานี้
ข้อเสนอแนะจากการวิจัย พยาบาลและทีมสหสาขาวิชาชีพควรให้ความสำคัญกับการประเมินและดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม โดยมุ่งเน้นการจัดการปัจจัยกระตุ้นและการจัดการกลุ่มอาการทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ควรจัดตั้งโปรแกรมฟื้นฟูสมรรถภาพปอดเพื่อชะลอความเสื่อมของสมรรถภาพปอด รวมถึงการให้ความรู้แก่สมาชิกในครอบครัวเพื่อลดการสัมผัสควันบุหรี่มือสอง อันจะช่วยลดอัตราการเกิดอาการกำเริบเฉียบพลันและเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ป่วยอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค กองโรคไม่ติดต่อ. (2566). รายงานประจำปี 2566. https://ddc.moph.go.th/uploads/
files/4155620240314033823.pdf
กนกวรรณ อนุศักดิ์, รัตนนุช มาธนะสารวุฒิ, โภคิน ศักรินทร์กุล, และ วิชุดา จิรพรเจริญ. (2564). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการเกิดอาการกำเริบเฉียบพลันในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มารับบริการรักษาที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลลำพูน. วารสารกรมการแพทย์, 46(4), 67–73.
ครูรุ่นใหม่. (2564). ทฤษฎีการเรียนรู้ของบลูม. https://www.krumaiiam.com/?p=1212
ชมขวัญ แก้วพลงาม, ณัฐวดี อินทแสน, ภานุพงษ์ อุ่นเรือนงาม, และ ปาริชาติ นิยมทอง. (2565). ปัจจัยพยากรณ์ที่มีความสัมพันธ์ต่อการเกิดภาวะกำเริบเฉียบพลันในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสารโรงพยาบาลแพร่, 30(1), 99–111.
ฉัตรมงคล จินตนาประวาสี. (2566). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการเกิดอาการกำเริบเฉียบพลันของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลท่าสองยาง จังหวัดตาก ปี พ.ศ. 2565. https://shorturl.asia/2wno5
ธีระภัทรา เอกผาชัยสวัสดิ์ และ ธีรภัทร กิจจารักษ์. (2565). แนวทางการพัฒนาผลงานทางวิชาการด้วยแนวคิดอนุกรมวิธานของบลูม. วารสาร Lawarath Social E-Journal, 4(1), 183–201.
นภารัตน์ อมรพุฒิสถาพร. (ม.ป.ป.). โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. https://shorturl.asia/eobaG
ปิยะวรรณ กุวลัยรัตน์, กมลพร มากภิรมย์, และ สุดฤทัย รัตนโอภาส. (2560). ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดภาวะกำเริบและมารักษาที่แผนกฉุกเฉินของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสารอายุรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 3(2), 29–41.
พัชรี วงศ์ฝั้น. (2560). คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ: การประยุกต์ใช้ทฤษฎี PRECEDE Framework. ใน มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, ศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน: รวมบทความวิจัย บทความวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ประจำปี พ.ศ. 2560 (หน้า 345–358). http://cmruir.cmru.ac.th/handle/123456789/1677
พิเชษฐ พัวพันกิจเจริญ. (2552). การเข้ารับการรักษาของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่แผนกฉุกเฉิน โรงพยาบาลนครนายก. ไทยเภสัชสาร, 3(1), 73–79.
เพิ่มพูล บุญมี, วัลภา คุณทรงเกียรติ, และ เขมาวดี มาสิงบุญ. (2559). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับกลุ่มอาการของผู้ที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 24(2), 59–69.
พรทิพย์ หนูหนอง. (2567). ปัจจัยที่เป็นสาเหตุการนอนโรงพยาบาลด้วยอาการหอบกําเริบของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Exacerbation) ในโรงพยาบาลนาบอน. วารสารวิชาการเพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิและสาธารณสุข, 2(1), 29–46.
โรงพยาบาลระนอง. (2567). ระบบฐานข้อมูลโรงพยาบาลระนอง.
ศิริพันธ์ หอมแก่นจันทร์. (2559). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลทันตสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในเขตอำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์].
สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์. (2565). แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง พ.ศ. 2565.
สมคิด ขำทอง, ปิ่นหทัย ศุภเมธาพร, และ ยุวยงค์ จันทรวิจิตร. (2562). ปัจจัยทำนายการเกิดอาการกำเริบเฉียบพลันในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. พยาบาลสาร, 46(1), 126–136.
สาธิก สุทธิวรรณ. (2566). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการจัดการตนเองของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในยุคปกติถัดไป [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร].
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระนอง. (2567). ระบบคลังข้อมูลสุขภาพ Health Data Center (HDC) ประจำปี 2564–2566. https://shorturl.asia/js9JA
อรวรรณ เกียรติกุลพงศ์. (2566). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับอาการกำเริบเฉียบพลันในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในคลินิกคนรักษ์ปอด โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเวียงสระ. https://shorturl.asia/g8H5i
อัญชนา พงศ์พันธ์, บรรณวิชญ์ สภาพทรัพย์, ภูมิพัฒน์ ทองน้อย, และ อรรถกร อ่อนคำ. (2566). การรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังตาม Gold Guidline 2023. คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.
อุษา เอี่ยมละออ, เยาวเรศ สายสว่าง, ปิยะลักษณ์ ฉายสุวรรณ, และ อารีย์ โกพัฒนกิจ. (2562). อุบัติการณ์และปัจจัยเสี่ยงต่อการกลับมารักษาซ้ำใน 28 วันของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ในโรงพยาบาลอ่างทอง. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 12(2), 240–252.
Bloom’s Taxonomy of Learning. (ม.ป.ป.). https://shorturl.asia/h5z6E
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.