ผลของรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินในระยะก่อนถึงโรงพยาบาลของพนักงานฉุกเฉินการแพทย์และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อำเภอศรีบุญเรือง

ผู้แต่ง

  • ราชวัช ทวีคูณ โรงพยาบาลศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู
  • สมจินตนา สมณะ โรงพยาบาลศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู
  • สมจิตร ศรีดาหลง โรงพยาบาลศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู
  • เบญจวรรณ สง่าลี โรงพยาบาลศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู
  • ยุพา สิมจันทึก โรงพยาบาลศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู
  • กนกพร จำปานิล โรงพยาบาลศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู
  • เฉลิมพล สิกขารภา โรงพยาบาลศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู
  • คนัมพร พลเขต โรงพยาบาลศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู

คำสำคัญ:

พนักงานฉุกเฉินการแพทย์, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน, การดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินในระยะก่อนถึงโรงพยาบาล

บทคัดย่อ

การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อศึกษาผลของรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินในระยะก่อนถึงโรงพยาบาลของพนักงานฉุกเฉินการแพทย์และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อำเภอศรีบุญเรือง โดยใช้กระบวนการ PAOR ตามแนวคิดของ Kemmis S and McTaggart กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 66 คน เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง แบ่งเป็นพนักงานฉุกเฉินการแพทย์ 33 คนและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน 33 คน ดำเนินการระหว่างเดือนตุลาคม 2567 ถึงเตือนมีนาคม 2568 มี 4 ขั้นตอน ได้แก่ (1) ขั้นวางแผน (2) ขั้นปฏิบัติตามแผน (3) ขั้นสังเกตการณ์และ (4) ขั้นสะท้อนผล เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แบบบันทึกข้อมูลทั่วไป แบบทดสอบความรู้และแบบประเมินทักษะการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินในระยะก่อนถึงโรงพยาบาล ตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ได้ค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหาเท่ากับ 1.0 ดำเนินการโดยอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาความรู้และกิจกรรม EMS rally เพื่อพัฒนาสมรรถนะ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และ paired t- test ผลการศึกษา พบว่า คะแนนความรู้เฉลี่ยของพนักงานฉุกเฉินการแพทย์และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หลังเข้าร่วมกิจกรรมสูงกว่าก่อนเข้าร่วมกิจกรรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) คะแนนเฉลี่ยทักษะการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินในระยะก่อนถึงโรงพยาบาลของพนักงานฉุกเฉินการแพทย์ด้านที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ การดูแลผู้บาดเจ็บฉุกเฉิน (Mean=8.2, SD=0.9) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านด้านที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ การวัดสัญญาณชีพและการใช้ยาในผู้ป่วยโรคฉุกเฉิน (Mean=7.8, SD=1.1) ข้อเสนอแนะ ควรมีการขยายผลการพัฒนาสมรรถนะการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินในระยะก่อนถึงโรงพยาบาลของพนักงานฉุกเฉินการแพทย์และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ไปยังพื้นที่อำเภอหรือจังหวัดอื่นที่มีความใกล้เคียงกัน

เอกสารอ้างอิง

World Road Association (PIARC). 1.2 The impact on public health - PIARC road safety manual [Internet]. 2025 [cited 2025 Jul 15]. Available from: https://roadsafety.piarc.org/en/ strategic-global-perspective/scope-road-safety-problem/impact-public-health

กัญญา วังศรี. การบริการการแพทย์ฉุกเฉินในประเทศไทย.โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2556;28(4):69-73.

Delaney PG, Eisner ZJ, Geduld H. The emergency burden in low and middle-income countries. Surgery [Internet]. 2024 [cited 2024 May 25];175(6):e247-e253. Available from: doi:10.1016/j.surg.2024.03.031

เมษญา ชาติกุล. ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเสียชีวิตของผู้ประสบอุบัติเหตุที่นำส่งด้วยหน่วยปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินขั้นสูงในประเทศไทย. วารสารศูนย์การศึกษาแพทยศาสตร์คลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า 2557;31(4):311-26.

Mills E, Aasbjerg K, Hansen SM, Ringgren KB, Dahl M, Rasmussen BS, et al. Prehospital time and mortalityin patients requiring a highest priority emergency medical response: a Danish registry-based cohort study. BMJ Open 2019;9(11):e030230.

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานและการใช้เครื่อง AED [อินเทอร์เน็ต]. 2563 [สืบค้น เมื่อ 25 พ.ค. 25671; แหล่งข้อมูล: https://www.niems.go.th/1/Ebook/Detail/9340?group=115

พรทิพย์ วชิรดิลก. ปัจจัยทำนายความสามารถในการยืนหยัดเผชิญวิกฤตของนักศึกษาพยาบาลมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต 2557;28(2):17-31.

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. รายงานประจำปี สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ 2566 [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [สืบค้นเมื่อ 25 พ.ค. 2567]. แหล่งข้อมูล: https://www.niems.go.th/pdfviewer/index.html

เศรษฐพงษ์ ธนูรัตน์, พรทิพา ตันติบัณฑิต. ลักษณะของผู้ป่วยที่เสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมงแรกในการส่งต่อจากโรงพยาบาลชุมชน: กรณีวิเคราะห์ข้อมูลระดับจังหวัด. วารสารกรมการแพทย์ 2564;46(3):89-95.

ธนาภรณ์ แสงสว่าง, วีระวัฒน์ เธียรประธาน, ไชยพร ยุกเซ็น. ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จในการช่วยฟื้นคืนชีพผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นนอกโรงพยาบาล ภายในแผนกฉุกเฉิน โรงพยาบาลหนองคาย. วารสารการแพทย์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย 2565;2(1):28-36.

ชมพูนุท แสงพานิชย์. ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จในการช่วยฟื้นคืนชีพผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นนอกโรงพยาบาล ณ จุดเกิดเหตุ โดยศูนย์กู้ชีพโรงพยาบาลอุตรดิตถ์. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์ 2561;ฉบับพิเศษ:85-96.

นภาพร ลิ้มฮกไล้, โยทะกา ภคพงศ์, ปรีย์กมล รัชนกุล.ประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านต่อความรู้และทัศนคติเกี่ยวกับระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินของประชาชนในพื้นที่อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี. พยาบาลสาร 2558;42(3):106-18.

จีรนันท์ วรรณชัย. ผลของโปรแกรมการพัฒนาสมรรถนะการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุสำหรับอาสาสมัครการแพทย์ฉุกเฉินเขตอำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา 2566;8(3):208-18.

เกรียงศักดิ์ ยุทโท. การพัฒนาชุดการเรียนรู้ด้านการแพทย์ฉุกเฉินในวิชาสุขศึกษาสำหรับนักเรียนในเขตพื้นที่บนภูเขา. วารสารการพัฒนางานประจำ สู่งานวิจัย 2562;6:48-56.

วีระยุทธ ชาตะกาญจน์. การวิจัยเชิงปฏิบัติการ. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช 2553;29(1):1-7.

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. มาตรฐานและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ฉบับที่ 1 2552. [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [สืบค้นเมื่อ 25 พ.ค. 2567]. แหล่งข้อมูล: https://www.niems.go.th/1/News/Detail/232?group=4

สุฤทัย อันน้อย. ผลของโปรแกรมการพัฒนาความรู้และทักษะด้านการแพทย์ฉุกเฉินในกลุ่มอาสาฉุกเฉินชุมชนอำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์. วารสารวิชาการเพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิและสาธารณสุข 2567;2(2):225-35.

ธวัชชัย ยืนยาว, ราณี ศิริตำ, บุญโฮม บุญโต. ผลของโปรแกรมการพัฒนาความรู้และสมรรถนะการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุสำหรับอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์. วารสารการแพทย์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย 2567;4(2):170-9.

ราชวัช ทวีคูณ, สมจินตนา สมณะ, เบญจวรรณ สง่าลี. ผลของโปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อความรู้และทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อำเภอศรีบุญเรือง. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน 2568;10(1):10-21.

Fisher AR, Bouland AJ, Zemple R, Jackson KJ, Perkins J. A novel approach to community CPR and AED outreach focused on underserved leamer communities. JACEP Open [Internet]. 2024 [cited 2025 Aug 20]; 5:e13183. Available from: doi:10.1002/emp2.13183

Goldberg SA, Cash RE, Peters GA, Jiang D, O'Brien C, Hasdianda MA, et al. Evaluating video=supported layperson CPR compared to a standard training course: A randomized controlled trial. Resuse Plus [Internet]. 2024 [cited 2025 Aug 20];20:100835. Available from:doi:10.1016/j.resplu.2024.100835

Kolb DA. Experiential leaming: experience as the source of leaming and development. Englewood Cliffs (NJ): Prentice-Hall; 2005. p.38.

จารุพักตร์ กัญจนิตานนท์, สุชาตา วิภวกานต์, รัตนา พรหมบุตร. การพัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้บาดเจ็บรุนแรงหลายระบบโรงพยาบาลกระบี่. วารสารพยาบาลทหารบก 2562;20(1):339-50.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-29

รูปแบบการอ้างอิง

1.
ทวีคูณ ร, สมณะ ส, ศรีดาหลง ส, สง่าลี เ, สิมจันทึก ย, จำปานิล ก, สิกขารภา เ, พลเขต ค. ผลของรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินในระยะก่อนถึงโรงพยาบาลของพนักงานฉุกเฉินการแพทย์และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อำเภอศรีบุญเรือง. Jemst-01JHS [อินเทอร์เน็ต]. 29 ธันวาคม 2025 [อ้างถึง 11 มกราคม 2026];5(2):148-60. available at: https://he03.tci-thaijo.org/index.php/Jemst-01JHS/article/view/4169

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ