นวัตกรรม E-book: คู่มือฉบับสมบูรณ์เรื่องการจัดฟันสำหรับคนรุ่นใหม่
คำสำคัญ:
E-Book, , ทันตกรรมจัดฟัน, , การวิจัยแบบผสมผสาน, , การสื่อสารสุขภาพ, , ความรู้ด้านทันตสุขภาพบทคัดย่อ
บทนำ: สภาวะทันตสุขภาพในกลุ่มวัยรุ่นไทยเป็นปัญหาที่สำคัญ โดยพบความต้องการบริการทันตกรรมจัดฟันในระดับสูง. อย่างไรก็ตาม วัยรุ่นส่วนใหญ่มักพึ่งพาข้อมูลเกี่ยวกับการจัดฟันจากอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ นำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และอาจส่งผลให้เลือกรับบริการที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น การจัดฟันแฟชั่น ปัญหาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างของข้อมูล ระหว่างความต้องการของวัยรุ่นกับแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้
วัตถุประสงค์: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาการใช้สื่อเพื่อสืบค้นข้อมูลด้านการจัดฟันของคนรุ่นใหม่ 2) ศึกษากระบวนการสร้างและพัฒนานวัตกรรม E-Book ที่ให้ความรู้ครอบคลุมทุกแง่มุม และ 3) ประเมินผลความพึงพอใจและความเข้าใจของกลุ่มตัวอย่างภายหลังการใช้นวัตกรรม E-book
วิธีการศึกษา: เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) แบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 การวิจัยเชิงคุณภาพ ดำเนินการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) กับกลุ่มตัวอย่างวัยรุ่นอายุ 13-19 ปี จำนวน 20 คน ซึ่งคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling). ระยะที่ 2 การวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Phase) ในรูปแบบกลุ่มเดียววัดผลหลังการทดลอง (One-Group Posttest-Only Design) เพื่อประเมินความพึงพอใจต่อนวัตกรรม E-book ด้วยแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ
ผลการศึกษา: ผลการวิจัยเชิงคุณภาพพบว่าวัยรุ่นแสวงหาข้อมูลการจัดฟันจากอินเทอร์เน็ตเป็นอันดับแรก (50%) รองลงมาคือเพื่อนหรือผู้มีประสบการณ์ (40%) และปรึกษาทันตแพทย์เป็นอันดับสุดท้าย (10%) ผลการประเมินนวัตกรรม E-book พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจในภาพรวมระดับสูง โดยด้านประสิทธิผลได้รับคะแนนความพึงพอใจสูงสุด (100%) รองลงมาคือด้านการจัดรูปแบบ (95%) และด้านรูปภาพ ตัวอักษร และภาษา (90%) รวมถึงกระบวนการสร้างและพัฒนา E-Book ที่มีการวางแผน สร้างเนื้อหา ออกแบบ จัดรูปแบบ ตรวจสอบ และเผยแพร่อย่างเป็นระบบ
สรุปและอภิปรายผลการศึกษา: นวัตกรรม E-Book ที่พัฒนาขึ้นโดยใช้กระบวนการออกแบบที่มุ่งผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง สามารถตอบสนองต่อความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสะท้อนจากผลความพึงพอใจในระดับสูง. E-Book นี้จึงมีศักยภาพในการเป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อลดช่องว่างของข้อมูล, แก้ปัญหาการเข้าถึงข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ และส่งเสริมความรอบรู้ด้านทันตสุขภาพ (Dental Health Literacy) เกี่ยวกับการจัดฟันในกลุ่มวัยรุ่น
เอกสารอ้างอิง
จารุวรรณ จุบรรจง. (2560). กระบวนการผลิตวิดิทัศน์ดิจิทัลระบบดิจิตอลของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปวส. 1/36. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
ณัฐินี โกษาคาร. (2564). ดูแลอย่างไร เมื่อต้องจัดฟัน?. โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์.
ธีรพงศ์ มุทาไร, จักกฤษ กมลรัมย์, ธนัฏฐา สงแพง, ฌัชชา ทับเที่ยงทวี, & วราภรณ์ สุริยะวงศ์. (2565). ผลของการให้โปรแกรมทันตสุขศึกษาต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทันตสุขภาพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร. วารสารโรงพยาบาลนครพนม, 9(2), 41–59.
รพีภรณ์ พิพัฒน์ศาสตร์. (2562). The effectiveness of an oral health care program on self-efficacy, dental knowledge and dental caries preventive behaviors among secondary school students (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร
รอซีกีน สาเร๊ะ, คันธมาทน์ กาญจนภูมิ, & กัลยา ตันสกุล. (2564). ความรอบรู้ด้านทันตสุขภาพกับการดูแลสุขภาพช่องปากของวัยรุ่นตอนต้นในจังหวัดยะลา. วารสารสภาสาธารณสุขชุมชน, 3(3), 27–39.
วีระศักดิ์ พุทธาศรี, & เพ็ญแข ลาภยิ่ง. (2564). การใช้บริการสุขภาพช่องปากของคนไทย 5 ปี หลังการดำเนินโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า. Journal of Health Science of Thailand, 18(4), 489–503.
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2561). รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 8 ประเทศไทย พ.ศ. 2560 (ISBN 978-616-11-3751-9). สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. https://dental.anamai.moph.go.th/web-upload/migrated/files/dental2/n2423_3e9aed89eb9e4e3978640d0a60b44be6_survey8th_2nd.pdf
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2565). ผลข้างเคียงหลังการจัดฟันที่ควรรู้. สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.
อรรถวุฒิ พฤทธิวรนันท์. (2544). ความจำเป็นและความต้องการในการรักษาทางทันตกรรมจัดฟันของเด็กนักเรียนอายุ 12–14 ปี ในอำเภอเมืองเชียงใหม่ และอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ (วิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์) บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
อังศณา ฤทธิ์อยู่, & ขวัญจิต ศศิวงศาโรจน์. (2552). การจัดฟันแฟชั่นของวัยรุ่นไทยและผลกระทบต่อสุขภาพช่องปาก. สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.).
อังศณา ฤทธิ์อยู่, & ผุสดี จันทร์บาง. (2565). ผลข้างเคียงหลังการจัดฟันที่ควรรู้. สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.
Alam, M. K., Abutayyem, H., Kanwal, B., & Al Shayeb, M. A. L. (2023). Future of orthodontics — A systematic review and meta-analysis on the emerging trends in this field. Journal of Clinical Medicine, 12(2), 532. https://doi.org/10.3390/jcm12020532
Almeida, A. B. de, Gonçalves Leite, I. C., & Alves da Silva, G. (2018). Evidence in orthodontics related to qualitative research. Dental Press Journal of Orthodontics, 23(4), 64–71. https://doi.org/10.1590/2177-6709.23.4.064-071.oar
Insee, K., Rieopisittangkit, N., Borikul, N., & Sukjariangporn, R. (2020). Self-perceived orthodontic treatment needs and self-perceptions on dental aesthetic in early adolescence. Khon Kaen Dental Journal, 23(3), 44–51.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและสาธารณสุข วชิระภูเก็ต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.


