การพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลเด็กปฐมวัยในการใช้ TEDA4I ต่อพัฒนาการด้านภาษา ตำบลพานพร้าว อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย

ผู้แต่ง

  • เนตรนภา แสงฟ้าม่วง โรงพยาบาลศรีเชียงใหม่

คำสำคัญ:

การพัฒนาศักยภาพผู้ดูแล, TEDA4I, พัฒนาการด้านภาษา, เด็กปฐมวัย, พัฒนาการสงสัยล่าช้า

บทคัดย่อ

             การวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลัง (One-group pretest-posttest design) นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาศักยภาพด้านความรู้และทักษะของผู้ดูแลเด็กปฐมวัยในการใช้เครื่องมือประเมินเพื่อช่วยเหลือเด็กปฐมวัยที่มีปัญหาพัฒนาการ (TEDA4I) และ 2) ศึกษาประสิทธิผลของการพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลที่มีต่อพัฒนาการด้านภาษาของเด็กปฐมวัย กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยเด็กปฐมวัยที่มีพัฒนาการสงสัยล่าช้าด้านภาษาและผู้ดูแลหลัก ในตำบลพานพร้าว อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย จำนวน 40 คู่ ที่ได้จากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองคือ โปรแกรมพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลในการใช้ TEDA4I ซึ่งประกอบด้วยการอบรมเชิงปฏิบัติการ การฝึกทักษะ และการติดตามเยี่ยมบ้าน ระยะเวลาดำเนินการ 12 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา, Paired t-test, Wilcoxon signed-rank test และ McNemar test

            ผลการวิจัยพบว่า 1) ภายหลังการทดลอง ผู้ดูแลมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เพิ่มขึ้นจาก 7.95 เป็น 10.58 คะแนน (p<.001) และคะแนนเฉลี่ยทักษะเพิ่มขึ้นจาก 23.27 เป็น 34.52 คะแนน (p<.001) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 2) เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการด้านภาษาตามเกณฑ์ TEDA4I ดีขึ้นกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001) ในทุกด้าน ได้แก่ ด้านการเข้าใจภาษา ด้านการแสดงออกทางภาษา และด้านการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร โดยค่ามัธยฐานของระดับพัฒนาการเพิ่มขึ้นจากระดับ 1 (ต้องช่วยเหลือทุกขั้นตอน) เป็นระดับ 3 (ทำได้ด้วยตนเอง) นอกจากนี้ ผลการติดตามความก้าวหน้าพบว่าค่าเฉลี่ยระดับพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 1.40 ในสัปดาห์แรก เป็น 2.64 ในสัปดาห์สุดท้าย และสัดส่วนเด็กที่ผ่านเกณฑ์การคัดกรอง DSPM เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 62.5 ผู้ดูแลมีความพึงพอใจต่อโปรแกรมในระดับมาก (Mean=4.26)  ข้อค้นพบยืนยันว่าการพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลให้สามารถใช้ TEDA4I ในบริบทครอบครัว เป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิผลในการส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษาของเด็กปฐมวัยในชุมชน

เอกสารอ้างอิง

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2563). คู่มือประเมินเพื่อช่วยเหลือเด็กปฐมวัยที่มีปัญหาพัฒนาการ (Thai Early Developmental Assessment for Intervention: TEDA4I) (พิมพ์ครั้งที่ 6). https://dmh-elibrary.org/items/show/262

จีระวรรณ ศรีจันทร์ไชย, กานต์รวี โบราณมูล, สิทธิพงศ์ ปาปะกัง, และเกศนีย์ เรียนพิศ. (2566). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษาต่อพัฒนาการด้านภาษาของเด็กปฐมวัย. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 20(3), 207–219.

ฤดีมน สกุลคู. (2565). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการด้านภาษาไม่สมวัยในเด็กอายุ 2–5 ปี อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 31(5), 788–796.

โรงพยาบาลศรีเชียงใหม่. (2565). รายงานการคัดกรองและติดตามพัฒนาการเด็กปฐมวัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565. โรงพยาบาลศรีเชียงใหม่.

วนิดา ชะเอม. (2567). การพัฒนารูปแบบการให้ความรู้ผู้ดูแลเด็กร่วมกับการใช้โปรแกรม TEDA4I ในเด็กอายุ 18–60 เดือน ที่มีพัฒนาการสงสัยล่าช้าทางภาษา ตำบลพรรณา อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 9(4), 52–60.

สถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2563). คู่มือประเมินเพื่อช่วยเหลือเด็กปฐมวัยที่มีปัญหาพัฒนาการ (TEDA4I): เกี่ยวกับคู่มือ TEDA4I. https://teda4i.rajanukul.go.th/about

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย. (2565). รายงานการคัดกรองและติดตามพัฒนาการเด็กปฐมวัย. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย.

Best, J. W., & Kahn, J. V. (2006). Research in education (10th ed.). Pearson Education.

Bloom, B. S., Hastings, J. T., & Madaus, G. F. (1971). Handbook on formative and summative evaluation of student learning. McGraw-Hill.

Knowles, M. S., Holton III, E. F., & Swanson, R. A. (2015). The adult learner: The definitive classic in adult education and human resource development (8th ed.). Routledge.

Park, J. H. (2025). When to screen for developmental language disorder. Frontiers in Pediatrics. https://doi.org/10.3389/fped.2025.1646686

Pillinger, C., & Vardy, E. J. (2022). The story so far: A systematic review of the dialogic reading literature. Journal of Research in Reading, 45(4), 533–548. https://doi.org/10.1111/1467-9817.12407

Quinn, E. D., Kaiser, A. P., & Ledford, J. (2021). Hybrid telepractice delivery of enhanced milieu teaching: Effects on caregiver implementation and child communication. Journal of Speech, Language, and Hearing Research, 64(8), 3074–3099. https://doi.org/10.1044/2021_JSLHR-20-00430

Rithipukdee, N., & Kusol, K. (2022). Factors associated with the suspected delay in the language development of early childhood in Southern Thailand. Children, 9(5), 662. https://doi.org/10.3390/children9050662

Rupert, J. (2023). Speech and language delay in children. American Family Physician. https://www.aafp.org/pubs/afp/issues/2023/0800/speech-language-delay-children.html

Suttora, C., et al. (2021). The effects of a parent-implemented language intervention on late-talkers’ expressive skills: The mediational role of parental speech contingency and dialogic reading abilities. Frontiers in Psychology, 12, 723366. https://doi.org/10.3389/fpsyg.2021.723366

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-02-03

รูปแบบการอ้างอิง

แสงฟ้าม่วง เ. . (2026). การพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลเด็กปฐมวัยในการใช้ TEDA4I ต่อพัฒนาการด้านภาษา ตำบลพานพร้าว อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย. วารสารวิชาการเพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิและสาธารณสุข, 4(1), 1–11. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/AJHSD/article/view/5301

ฉบับ

ประเภทบทความ

Research artricle