ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิผลโปรแกรมการสร้างความรอบรู้ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพื่อดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ตำบลหนองงูเหลือม อำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

Main Article Content

ไตรภพ ขยันการนาวี

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิผลโปรแกรมการสร้างความรู้ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพื่อดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ตำบลหนองงูเหลือม อำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ  มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิผลของโปรแกรมสร้างความรอบรู้ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ในการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน การวิจัยนี้เป็นการศึกษาวิจัยแบบผสมผสาน(Mixed Methods Research) ใช้รูปแบบ Sequential Explanatory Design แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ 1) การวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อสำรวจบริบทและพัฒนาโปรแกรม 2) การวิจัยเชิงปริมาณแบบ One-Group Pretest-Posttest Design กับ อสม. จำนวน 70 คน และผู้ป่วยเบาหวาน 171 คน และ 3) การวิจัยเชิงปฏิบัติการ เพื่อติดตามผลการนำความรู้ไปใช้ เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์เชิงลึก และแบบสังเกต วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและอนุมาน (t-test, correlation, regression) กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05


ผลการศึกษา พบว่า ประสิทธิผลโปรแกรมโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจาก 65.42 เป็น 82.68 คะแนน (t = 15.84, p < 0.001)  ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิผลโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เรียงตามลำดับความสำคัญ ได้แก่ ปัจจัยด้านการออกแบบโปรแกรม  ปัจจัยส่วนบุคคลของ อสม. ปัจจัยด้านองค์การและสิ่งแวดล้อม และปัจจัยด้านชุมชน โมเดลสามารถอธิบายความแปรปรวนของประสิทธิผลได้ร้อยละ 79.60 (F(14,55) = 16.85, p < 0.001) การวิเคราะห์ Stepwise พบว่าตัวแปร 7 ตัวที่สำคัญที่สุด คือ คุณภาพเนื้อหา แรงจูงใจภายใน การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ วิธีการสอน การมีส่วนร่วมชุมชน ความมั่นใจตนเอง และระบบนิเทศติดตาม สามารถอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 75.80 ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบประสิทธิผลพบว่า ความรอบรู้ด้านสุขภาพของ อสม. เพิ่มขึ้นร้อยละ 49.5 การปฏิบัติงานของ อสม. อยู่ในระดับดีมาก(Mean = 4.23, SD = 0.54) ผู้ป่วยที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 42.3 เป็นร้อยละ 68.5 และความพึงพอใจของผู้ป่วยต่อการดูแลจาก อสม. อยู่ในระดับมาก (Mean = 4.35, SD = 0.58) สรุปได้ว่าประสิทธิผลของโปรแกรมสร้างความรอบรู้ของ อสม. ขึ้นอยู่กับการบูรณาการปัจจัยทั้ง 4 ด้านอย่างสมดุล โดยปัจจัยด้านการออกแบบโปรแกรมมีอิทธิพลสูงสุด การพัฒนาโปรแกรมที่มีประสิทธิผลควรเน้นคุณภาพเนื้อหาที่สอดคล้องกับบริบท ใช้วิธีการสอนแบบมีส่วนร่วม พัฒนาแรงจูงใจและความมั่นใจของ อสม. สร้างระบบสนับสนุนที่เข้มแข็ง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน ผลการศึกษานี้เป็นแนวทางสำหรับการพัฒนานโยบายและโปรแกรมการพัฒนา อสม. ที่เหมาะสมกับบริบทชุมชนชนบท เพื่อยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยเบาหวานในระดับปฐมภูมิอย่างยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ขยันการนาวี ไ. (2025). ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิผลโปรแกรมการสร้างความรอบรู้ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพื่อดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ตำบลหนองงูเหลือม อำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารวิจัยและพัฒนาสุขภาพศรีสะเกษ, 4(3), p. 43–58. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/SJRH/article/view/4753
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กิตติรัตน์ สุนีย์, ประภาส วิไลวรรณ, และสมชาย นงเยาว์. (2564). บทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขไทยในยุค 4.0. วารสารสาธารณสุขชุมชน, 15(2), 45-62.

กองทุนสุขภาพตำบล. (2560). คู่มือการพัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ.

ขวัญเมือง แก้วดำเกิง และ นฤมล ตรีเพชรศรีอุไร. (2554). ความรอบรู้ด้านสุขภาพ: แนวคิดและการประยุกต์ใช้. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 5(3), 375-387.

จักรไชย สุรีย์พร, วิไลวรรณ ปราณี, และมาลี สุนีย์. (2560). ปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในทีมหมอครอบครัว. วารสารการแพทย์ป้องกันสังคม, 7(2), 23-35.

เตชาติวัฒน์ วิไลวรรณ และ กิจธีระวุฒิวงษ์ สมชาย. (2557). ประสิทธิผลของโปรแกรมการฝึกอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้บริบทเป็นฐานในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในชุมชน. วารสารการพยาบาลและการศึกษา, 7(3), 78-95.

นุชนารถ ปราณี, สมเกียรติ มาลี, และวิไลวรรณ สุนีย์. (2561). การพัฒนาสมรรถนะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในจังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา, 13(2), 67-82.

นุชนารถ สุนีย์, มาลี ประภาส, และ สมชาย วิไลวรรณ. (2566). ปัจจัยที่มีผลต่อสมรรถนะในการดูแลผู้สูงอายุของอาสาสมัครสาธารณสุข. วารสารพยาบาลศาสตร์, 41(3), 89-102.

ปริญญา แก้วสงค์ และคณะ. (2567). ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพ พฤติกرรมการดูแลตนเอง และการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารพยาบาลเกื้อการุณ, 31(2), 45-62.

รัฐบาลไทย. (2568). รายงานสถานการณ์โรคเบาหวานในประเทศไทย พ.ศ. 2568. กระทรวงสาธารณสุข.

โรงพยาบาลบางปะกอก 3. (2567). การจัดการโรคเบาหวานแบบองค์รวม. วารสารโรงพยาบาลบางปะกอก, 15(1), 23-35.

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองงูเหลือม. (2567). รายงานประจำปี 2567. สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเบญจลักษ์.

ศิรประภา สิทธาพานิช และคณะ. (2565). ประสิทธิผลของการพัฒนาศักยภาพ อสม. ในการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน ในคลินิกหมอครอบครัวย่อ. ยโสธรเวชสาร, 24(2), 36-48.

ศิริพันธุ์ สุรีย์พร, นงเยาว์ มาลี, และประภาส วิไลวรรณ. (2563). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 4.0 ภาคเหนือ. วารสารการพัฒนาชุมชน, 8(2), 156-172.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ. (2567). รายงานสถานการณ์โรคเบาหวาน จังหวัดศรีสะเกษ. กระทรวงสาธารณสุข.

สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเบญจลักษ์. (2567). สถิติผู้ป่วยโรคเบาหวาน ปี 2565-2567. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ.

สุขสุทธิ์ ประภาส. (2550). อาสาสมัครสาธารณสุขไทยในบริบทสังคมที่เปลี่ยนไป. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

หงส์วะชิน นงเยาว์, สมเกียรติ สุรีย์พร, และอินทร์จันทร์ ศิริรัตน์. (2556). การพัฒนาสมรรถนะของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการดำเนินงานสุขภาพจิตในชุมชน. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย, 21(3), 156-167.

ห้องสมุดรัฐสภา. (2568). บทบาทอาสาสมัครสาธารณสุขในระบบสุขภาพไทย. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.

Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. W.H. Freeman.

Deci, E. L., & Ryan, R. M. (1985). Intrinsic motivation and self-determination in human behavior. Plenum Press.

Dunst, C. J., & Trivette, C. M. (2012). Moderators of the effectiveness of adult learning method practices. Journal of Social Sciences, 8(2), 143-148.

Frontiers in Medicine. (2024). Community participation in healthcare interventions: A systematic review. Frontiers Media.

Gagné, R. M. (1985). The conditions of learning and theory of instruction (4th ed.). Holt, Rinehart & Winston.

Gender Studies. (2025). Participatory learning approaches in adult education. Academic Press.

Government Data Catalog. (2567). ข้อมูลอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน. สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล. สืบค้นเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2567 https://data.go.th/dataset/?q=%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A1.&sort=score+desc%2C+ metadata_modified+desc.

Hfocus.org. (2562). ความรอบรู้ด้านสุขภาพกับผลลัพธ์สุขภาพ. เข้าถึงได้จาก https://www.hfocus.org

Jeet, G., Thakur, J. S., Prinja, S., & Singh, M. (2017). Community health workers for non-communicable diseases prevention and control in developing countries: Evidence and implications. PLoS ONE, 12(7), e0180640.

Knowles, M. S. (1984). The adult learner: A neglected species (3rd ed.). Gulf Publishing.

Merriam, S. B. (2012). Qualitative research and case study applications in education (2nd ed.). Jossey-Bass.

Petersen, I., Fairall, L., Bhana, A., Kathree, T., Selohilwe, O., Brooke-Sumner, C., ... & Patel, V. (2014). Integrating mental health into chronic care in South Africa: The development of a district mental healthcare plan. British Journal of Psychiatry, 204(5), 365-370.

Rubenson, K. (1987). Participation in recurrent education: A research review. In The adult learner (pp. 39-67). Palmer Press.

Satterfield, D. W., Volansky, M., Caspersen, C. J., Engelgau, M. M., Bowman, B. A., Gregg, E. W., ... & Vinicor, F. (2002). Community-based lifestyle interventions to prevent type 2 diabetes. Diabetes Care, 26(9), 2643-2652.