ประสิทธิผลของโปรแกรมการเสริมสร้างพลังของประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง ตำบลเหนือคลอง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังการทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการเสริมสร้างพลังของประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง กลุ่มตัวอย่าง คือ กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลเหนือคลอง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ที่ได้จากการสุ่มอย่างง่ายจำนวน 67 คน โดยให้โปรแกรมการเสริมสร้างพลังของประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง 7 กิจกรรม เป็นระยะเวลา 21 สัปดาห์ เก็บรวบรวมข้อมูลก่อนและหลังให้โปรแกรมโดยใช้แบบสอบถาม ประกอบด้วย 1) ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง 2) การรับรู้ความสามารถของตนเองในการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง 3) พฤติกรรมป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง และ 4) พฤติกรรมการดูแลสุขภาพเบื้องต้น โดยมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม เท่ากับ 0.90, 0.95, 0.90 และ 0.95 ตามลำดับ รวมทั้งวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนาและเปรียบเทียบความแตกต่างด้วย Paired t -test
ผลการวิจัย พบว่าภายหลังเข้าร่วมโปรแกรมการเสริมสร้างพลังของประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง มีระดับคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนี้ (1) ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง มีระดับคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.88 [95% CI: (0.202, 0.706), (p<0.001)] (2) การรับรู้ความสามารถของตนเองในการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.36 [95% CI: (0.420, 0.661), (p<0.001)] (3) พฤติกรรมป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเท่ากับ 0.82 [95% CI: (0.480, 1.099), (p<0.001)] (4) พฤติกรรมการดูแลสุขภาพเบื้องต้น ได้แก่ 1) พฤติกรรมด้านการบริโภคอาหารและเครื่องดื่ม มีระดับคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.78 [95% CI: (0.526, 0.889), (p<0.001)] 2) พฤติกรรมด้านการออกกำลังกาย มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.15 [95% CI: (0.433, 0.963), (p<0.001)] 3) พฤติกรรมด้านอารมณ์ มีระดับคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.09 [95% CI: (0.536, 0.901), (p<0.001)] สรุปได้ว่าโปรแกรมการเสริมสร้างพลังฯ สามารถเพิ่มความรู้ การรับรู้ความสามารถของตนเอง และพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้อย่างมีประสิทธิผลในระดับชุมชน อย่างไรก็ตาม เพื่อยืนยันความเข้มแข็งเชิงสาเหตุและผลลัพธ์ทางคลินิก จำเป็นต้องพัฒนาการออกแบบงานวิจัยในอนาคต ในลักษณะของการกำหนดโปรแกรมเสริมพลังฯ ที่สอดคล้องกับปัญหาสุขภาพในพื้นที่อย่างเหมาะสม
Article Details
เนื้อหาและข้อมูล (เขียนข้อกำหนด)
เอกสารอ้างอิง
กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข. (2561). คู่มือแนวทางการพัฒนาสถานที่ทำงานสถานประกอบการและชุมชนรอบรู้ด้าน
สุขภาพ. กรุงเทพฯ.
กองทุนสนับสนุนบริการสุขภาพ. (2556). แนวทางการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อ
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3อ. 2ส. 2. ม.ม.พ.
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค (2564). กรมควบคุมโรครณรงค์วันเบาหวานโลกปี 2564 ตระหนักถึงการดูแล
รักษาโรคเบาหวานให้ได้รับการรักษาอย่างทั่วถึง. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก https://ddc.moph.go.th/
brc/news. (วันที่สืบคนขอมูล 21 กุมภาพันธ์ 2564).
จิริสุดา ธานีรัตน์. (2565). ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ 3อ 2ส ในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานของบุคลากร
โรงพยาบาลปทุมธานี. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร, 25(1): 56-70.
ฉัตรลดา ดีพร้อม และนิวัฒน์ วงศ์ใหญ่. (2562). ผลของโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง
ตำบลชุมพร อำเภอเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด. J Sci Technol MSU, 38(4): 15-30.
ณัฏฐิรา ประสาทแก้ว, แสงทอง ธีระทองคำ และวันทนา มณีศรีวงศ์กูล. (2557). ผลของโปรแกรมการเยี่ยมบ้านร่วมกับ
การติดตามทางโทรศัพท์ต่อพฤติกรรม สุขภาพ และภาวะสุขภาพของผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูงที่ควบคุม
ไม่ได้. วารสารสาธารณสุขศาสตร์, 42(3): 19-31.
ปรีชา สุวรรณทอง, อมรรัตน์ถิ่นซื่อตรง และสิรินภา เตียวศิริ. (2567). ประสิทธิผลของโปรแกรมการเสริมสร้างพลัง
อำนาจต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ใน
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสวน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ,
(1): 127 – 141.
วิภาดา อาสนะ. (2566). การพัฒนารูปแบบการเยี่ยมบ้านแบบบูรณาการผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรงพยาบาล
ห้วยเกิ้ง จังหวัดอุดรธานี. ชัยภูมิเวชสาร, 43(2): 96-106.
ศูนย์จัดการความรู้และพัฒนาวิชาการเวชศาสตร์วิถีชีวิต. (2567). หลักสูตรนักบริหารระดับสูงด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิต
ในเอกสารประกอบการประชุมเชิงปฏิบัติการระยะสั้นรุ่นที่ 8 ประจำปี 2567 วันที่ 14-มีนาคม – 18 พฤษภาคม
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2568). [ออนไลน].
https://ict.moph.go.th/th (วันที่สืบคนขอมูล 21 กุมภาพันธ์ 2568).
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. (2566).
แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน. ศรีเมืองการพิมพ์.
สมาคมความดัันโลหิิตสููงแห่่งประเทศไทย. (2567). แนวทางการรัักษาโรคความดัันโลหิิตสููงในเวชปฏิิบััติิทั่่วไป. โรงพิิมพ์์
ทริิคธิิงค์์.
สุพัตรา ศรีวณิชชากร. (2564). การจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในประเทศไทย และความท้าทายของหน่วยบริการปฐมภูมิ.
วารสารระบบบริการปฐมภูมิและเวชศาสตร์ครอบครัว, 4(2): 4-7.
เสาวณีย์ ปิลวาสน์. (2568). การพัฒนาแนวทางการสงตรวจและการรายงานผลตรวจวิเคราะหของหองปฏิบัติการทางการ
แพทยในเครือขายบริการสุขภาพอําเภอลําทับ จังหวัดกระบี่. วารสารวิจัยและพัฒนาสุขภาพศรีสะเกษ, 4(2):
-22.
Koul (1984) Methodology of Educational Research. New Delhi: Vani Education Book.
Wallerstein, N., & Bernstein, E. (1988). Empowerment education Freire’s ideas adapted to health
education. Health Education Q, 15(4), 379-394.
World Health Organization. (2025). Noncommunicable diseases: risk factors and prevention. WHO.
Retrieved from https://www.who.int/data/gho/data/themes/topics/topic-details/gho/ncd-risk-
factors. (วันที่สืบคนขอมูล 21 กุมภาพันธ์ 2568).