การประเมินความเหมาะสมของการใช้ยาปฏิชีวนะในผู้ป่วยเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปีที่ป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันตามแนวทางเวชปฏิบัติ โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์

Main Article Content

วีวิกา บุญวงษ์

บทคัดย่อ

การวิจัยแบบผสมผสานเชิงอธิบายเป็นลำดับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการสั่งใช้และความเหมาะสมของยาปฏิชีวนะ รวมทั้งบริบทที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจสั่งใช้ยาในผู้ป่วยเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปีที่มีโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน ระยะเชิงปริมาณเป็นการทบทวนเวชระเบียนย้อนหลังจำนวน 400 ราย ระหว่าง พ.ศ. 2564–2568 โดยสุ่มอย่างเป็นระบบตามสัดส่วนรายปี และประเมินความเหมาะสมด้านข้อบ่งชี้ ชนิดยา ขนาดยา และระยะเวลารักษาในผู้ได้รับยาปฏิชีวนะ ระยะเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์กึ่งมีโครงสร้างกับแพทย์ 12 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ และการวิเคราะห์เนื้อหา ก่อนบูรณาการผลด้วยตารางแสดงผลแบบบูรณาการ การวิจัยดำเนินการระหว่างวันที่ 16 มิถุนายนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569


ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วย 104 จากผู้ป่วยทั้งหมด 400 ราย ได้รับยาปฏิชีวนะ ร้อยละ 26.00 และ ผู้ป่วยนอก 67 จากผู้ป่วยนอกทั้งหมด 278 ราย ได้รับยาปฏิชีวนะ ร้อยละ 24.10  โดย ceftriaxone เป็นยาที่ใช้บ่อยที่สุด ในผู้ได้รับยาปฏิชีวนะพบการใช้ยาเหมาะสมครบทุกองค์ประกอบ 54 ราย (ร้อยละ 51.92) และไม่เหมาะสมอย่างน้อยหนึ่งองค์ประกอบ 50 ราย (ร้อยละ 48.08) จากผู้ได้รับยาปฏิชีวนะทั้งหมด 104 ราย  โดยพบความไม่เหมาะสมด้านข้อบ่งชี้มากที่สุด จำนวน 36 ราย (ร้อยละ 34.62)  รวมทั้ง การรับบริการแบบผู้ป่วยนอก (OR = 2.73; 95% CI: 1.18–6.33; p = 0.024) และการไม่ส่งตรวจอุจจาระ (OR = 4.91; 95% CI: 1.88–12.87; p = 0.001) มีความสัมพันธ์กับการใช้ยาปฏิชีวนะไม่เหมาะสมในการวิเคราะห์ตัวแปรเดียว ผลการสัมภาษณ์ชี้ว่า ความไม่แน่นอนทางคลินิก ภาระงาน ความคาดหวังของผู้ปกครอง และข้อจำกัดของระบบสนับสนุนการตัดสินใจเกี่ยวข้องกับรูปแบบการสั่งใช้ยา สรุปได้ว่า ผู้ได้รับยาปฏิชีวนะเกือบครึ่งหนึ่งมีการใช้ยาไม่เหมาะสมอย่างน้อยหนึ่งองค์ประกอบ โดยพบความไม่เหมาะสมด้านข้อบ่งชี้มากที่สุด ผลการศึกษาสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการพัฒนามาตรการส่งเสริมการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุผล จึงควรส่งเสริมการใช้แนวทางเวชปฏิบัติ การทบทวนการสั่งยา และการพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิก

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
บุญวงษ์ ว. (2026). การประเมินความเหมาะสมของการใช้ยาปฏิชีวนะในผู้ป่วยเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปีที่ป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันตามแนวทางเวชปฏิบัติ โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์. วารสารวิจัยและพัฒนาสุขภาพศรีสะเกษ, 5(3), p. 26–40. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/SJRH/article/view/6113
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค. (2568). รายงานผลการเฝ้าระวังเชื้อไวรัสก่อโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน

ประจำเดือนธันวาคม 2568. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.

คณะอนุกรรมการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล. (2558). การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างรับผิดชอบในผู้ป่วย

นอกโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน. ใน คู่มือการดำเนินงานโครงการโรงพยาบาลส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (น. 89–90). สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข.

ชมชนัท ทับเจริญ. (2567). โรคท้องร่วงเฉียบพลัน. ใน From guidelines to real-world practice in pediatrics

(น. 270–279). ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ปวีณา ปานท้วม, และดารณี เชี่ยวชาญธนกิจ. (2568ก). การประเมินความเหมาะสมของการใช้ยาปฏิชีวนะในโรค

อุจจาระร่วงเฉียบพลันของโรงพยาบาลในจังหวัดตาก. วารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล, 35(2), 119–132. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TJHP/article/view/271325

ปวีณา ปานท้วม, และดารณี เชี่ยวชาญธนกิจ. (2568ข). ผลการสำรวจความคิดเห็นของแพทย์ผู้สั่งใช้ยาปฏิชีวนะใน

โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันของโรงพยาบาลรัฐในจังหวัดตาก. วารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล, 35(2), 133–146. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TJHP/article/view/271327

สมาคมกุมารเวชศาสตร์ทางเดินอาหารและตับแห่งประเทศไทย. (2562). แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลรักษาโรค

ท้องร่วงเฉียบพลันในเด็ก พ.ศ. 2562. https://www.pthaigastro.org/Document/hz0tpx1bdldozf11z5minfimCPG_Blue.pdf

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2566). แผนปฏิบัติการด้านการดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566-2570.

กระทรวงสาธารณสุข.

Cochran, W. G. (1977). Sampling techniques (3rd ed.). John Wiley & Sons.

Creswell, J. W., & Creswell, J. D. (2018). Research design: Qualitative, quantitative, and mixed methods

approaches (5th ed.). SAGE Publications.

Das, S., Neupane, R., Beard, J., Solomon, H., Das, M., Errickson, N., Simon, J. L., Nisar, Y. B., MacLeod, W. B., &

Hamer, D. H. (2024). Aetiology of diarrhoea in children aged zero to nine years in low- and middle-

income countries: A systematic review. Journal of Global Health, 14, 04168. https://doi.org/10.7189/jogh.14.04168

Dillen, H., Wouters, J., Snijders, D., Wynants, L., & Verbakel, J. Y. (2024). Factors associated with

inappropriateness of antibiotic prescriptions for acutely ill children presenting to ambulatory care in high-income countries: A systematic review and meta-analysis. Journal of Antimicrobial Chemotherapy, 79(3), 498–511. https://doi.org/10.1093/jac/dkad383

Sánchez, X., Calderón, N., Solis, O. L., & Jimbo-Sotomayor, R. (2023). Antibiotic prescription

patterns in children under 5 years of age with acute diarrhea in Quito-Ecuador. Journal of Primary Care & Community Health, 14, 21501319231196110. https://doi.org/10.1177/21501319231196110

Waleekhachonloet, O., Rattanachotphanit, T., Limwattananon, C., Thammatacharee, N., &

Limwattananon, S. (2021). Effects of a national policy advocating rational drug use on decreases in outpatient antibiotic prescribing rates in Thailand. Pharmacy Practice, 19(1), 2201. https://doi.org/10.18549/PharmPract.2021.1.2201