การสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผ่านสื่อสร้างสรรค์: แนวทางใหม่ของการเรียนรู้ในเด็ก
คำสำคัญ:
สุขภาพช่องปาก, , เกมเพื่อการเรียนรู้, , เด็กปฐมวัย,, นวัตกรรมด้านสุขศึกษา, , สื่อสร้างสรรค์บทคัดย่อ
บทนำ: สุขภาพช่องปากในเด็กปฐมวัยและวัยประถมต้นมีความสำคัญต่อสุขภาวะองค์รวม แต่ปัญหาโรคฟันผุยังคงมีความชุกสูงจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม สื่อเกมสร้างสรรค์ตามแนวคิดการเรียนรู้ผ่านการเล่น จึงเป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพในการเพิ่มความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพช่องปากของเด็กอย่างยั่งยืน
วัตถุประสงค์: วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาด้านสุขภาพช่องปากในเด็กอายุ 5–8 ปี และพัฒนา “สื่อสร้างสรรค์ในรูปแบบเกม” เพื่อส่งเสริมความรู้และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของเด็ก
วิธีการศึกษา: ใช้การวิจัยเชิงพัฒนา (Developmental Research) กลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กอายุ 5–8 ปี จำนวน 20 คน จากตำบลบ้านสวน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ซึ่งคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) จากกลุ่มที่มีพฤติกรรมด้านสุขภาพช่องปากไม่เหมาะสม เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยแบบสอบถาม และสื่อเกมที่ออกแบบตามหลักจิตวิทยาพัฒนาการของเด็ก ผ่านแอปพลิเคชัน Canva โดยเน้นการเรียนรู้เชิงรุกและการมีส่วนร่วม
ผลการศึกษา: แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ (1) สภาพปัจจุบันพบว่าปัญหาฟันผุในเด็กยังคงมีความชุกสูง โดยมีสาเหตุจากพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสมและการขาดความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการดูแลช่องปาก (2) การพัฒนาเกมมีลักษณะน่าสนใจ เข้าใจง่าย และเหมาะสมกับวัยเด็ก ส่งเสริมความสนใจและการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมโต้ตอบ เช่น การแปรงฟันจำลอง การเลือกอาหาร และการรับรางวัลจากความสำเร็จในเกม (3) หลังการใช้สื่อเกม พบว่าเด็กมีความรู้และพฤติกรรมที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน สามารถจำแนกอาหารที่เหมาะสมต่อฟัน และแปรงฟันได้ครบตามเกณฑ์ มีแรงจูงใจในการดูแลสุขภาพช่องปากเพิ่มขึ้น
สรุปผลการศึกษา: สื่อเกมสร้างสรรค์ที่พัฒนาขึ้นสามารถเป็นนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อแนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งในครอบครัว โรงเรียน และชุมชนเพื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปากของเด็กในระยะยาว นอกจากนี้ ในเชิงนโยบาย สื่อเกมดังกล่าวมีศักยภาพในการบูรณาการ สู่สถานศึกษาและหน่วยงานสาธารณสุข เพื่อส่งเสริมกิจกรรมสุขภาพเชิงรุกในโรงเรียน และขยายผลอย่างเป็นระบบ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงสื่อสุขภาพของเด็ก
เอกสารอ้างอิง
กรมอนามัย. (2565). รายงานสถานการณ์ทันตสุขภาพเด็กไทย พ.ศ. 2565. กระทรวงสาธารณสุข.
กองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ กรมอนามัย. (2561). แนวทางการส่งเสริมสุขภาพช่องปากในเด็กปฐมวัย. กระทรวงสาธารณสุข.
จิราภรณ์ อิงคภัทรางกูร. (2565). การใช้เกมเพื่อการเรียนรู้ด้านสุขศึกษาในเด็กวัยเรียน. วารสารศึกษาศาสตร์, 42(3), 99–113.
จิราภรณ์ อิงคภัทรางกูร. (2565). ผลของเกมเพื่อการเรียนรู้ต่อพฤติกรรมสุขภาพของเด็กวัยเรียน. วารสารสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์, 44(3), 87–100.
จิรารัตน์ เอมแย้ม. (2565). ผลของโปรแกรมทันตสุขศึกษาโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเองร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคฟันผุและโรคเหงือกอักเสบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–6 ตำบลมหาโพธิ อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร).
ธิโสภิญ ทองไทย, สุพัตรา บุญเจียม, ปิยะ ปุริโส, จริยา อินทรรัศมี, ศริญทิพย์ ชาลีเครือ, & นิตยา ศรีมานนท์. (2565). การพัฒนาหลักสูตรออนไลน์เพื่อสร้างความรู้ในการประเมินสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยตามมาตรฐานชาติด้านสุขภาพ (4D) สำหรับผู้ดูแลเด็ก เขตสุขภาพที่ 7. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 45(3), 15–28.
นิสิตา ศรีมานนท์. (2566). เกมสร้างสรรค์กับการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพในเด็ก: การศึกษารูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสม. วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้, 9(2), 51–66.
พรพิมล ชื่นตา, & นิยม จันทร์นวล. (2565). ผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้สุขภาพช่องปากและพฤติกรรมป้องกันโรคฟันผุของนักเรียน: กรณีศึกษานักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–6 โรงเรียนบ้านหนองยางห้วยสะแบก จังหวัดยโสธร. วิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.
สมาคม ควอท. (2567). การพัฒนาและประเมินผลสื่อดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย. วารสารเทคโนโลยีการศึกษาและสุขภาพ, 12(1), 11–28.
อารยา ศิริวิทยากุล. (2566). การพัฒนาเกมเพื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปากในเด็กปฐมวัย. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 16(1), 45–58.
Shankargouda Patil, Frank W Licari, Shilpa Bhandi, Kamran H Awan, Marco Di Blasio, Gaetano Isola, Marco Cicciù, Giuseppe Minervini. Effect of game-based teaching on the oral health of children: a systematic review of randomised control trials. Journal of Clinical Pediatric Dentistry. 2024. 48(4);26-37.
Gordon, N. A., Brijlal, P., Rayner, C. A., Abdullah, M., & Funa, M. (2024). Enabling educator oral health literacy: An impetus for oral health promotion in early childhood development. International Journal of Dental Hygiene, 22(3), 639–646. https://doi.org/10.1111/idh.12736
Jai Jirakasem. (2023). การใช้เกมเพื่อสุขภาพในการส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลตนเองของเด็กวัยเรียน [The use of health games in promoting self-care behaviors among school children]. วารสารการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสุขภาพ, 5(2), 22–35.
Professional and Organizational Development Network of Thailand Higher Education. (2024). Game-based learning การเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นพื้นฐาน. สมาคมเครือข่ายการพัฒนาวิชาชีพอาจารย์และองค์กรระดับอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย.
Srisiri, S., & Mootin, S. (2021). Investigating the online game-based and group-based flipped online learning of drug abuse prevention on learning achievement among grade 10 students in Bangkok, Thailand. ACPES Journal of Physical Education, Sport, and Health, 1(2). https://doi.org/10.15294/ajpesh.v1i2.48083
World Health Organization. (1986). Ottawa charter for health promotion. https://www.who.int/publications/i/item/ottawa-charter-for-health-promotion
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและสาธารณสุข วชิระภูเก็ต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.


