การพัฒนานวัตกรรมแอนิเมชันตามแนวคิดปิงปอง 7 สี เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพช่องปาก สำหรับผู้สูงอายุ
คำสำคัญ:
ผู้สูงอายุ, , สุขภาพช่องปาก, , แอนิเมชัน, , นวัตกรรมการสื่อสารสุขภาพ, , ปิงปอง 7 สีบทคัดย่อ
บทนำ: ภาวะสังคมสูงวัยทำให้ปัญหาสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุมีความสำคัญเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต ขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุมีการเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น ทำให้มีความเสี่ยงต่อการได้รับข้อมูลสุขภาพที่ไม่ถูกต้อง การศึกษานี้จึงพัฒนานวัตกรรมแอนิเมชันเพื่อเป็นเครื่องมือสื่อสารความรู้ที่น่าเชื่อถือและเข้าใจง่าย
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาสภาพปัญหาสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุ, พัฒนากระบวนการสร้างนวัตกรรมแอนิเมชันตามแนวคิด “ปิงปอง 7 สี” ซึ่งเป็นเกณฑ์การจำแนกข้อมูลสภาพปัญหาสุขภาพช่องปาก 7 ระดับ, และประเมินความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายต่อนวัตกรรมที่สร้างขึ้น
วิธีการศึกษา: เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพที่เน้นกระบวนการพัฒนาและประเมินผล กลุ่มตัวอย่างคือผู้สูงอายุในจังหวัดชลบุรี อายุ 60-75 ปี ที่มีปัญหาสุขภาพช่องปาก จำนวน 10 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง กระบวนการพัฒนานวัตกรรมใช้เครื่องมือดิจิทัล ได้แก่ Animaker, Canva, และ Capcut และประเมินผลโดยใช้แบบสอบถามความพึงพอใจ
ผลการศึกษา: กลุ่มตัวอย่างมีปัญหาการสูญเสียฟันเป็นปัญหาหลักจำนวน 5 คน (ร้อยละ 50) และรับข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางหลัก (ร้อยละ 25.73 จำนวนครั้งที่ตอบทั้งหมด) กระบวนการสร้างแอนิเมชันสำเร็จลุล่วงอย่างเป็นระบบ ผลการประเมินความพึงพอใจพบว่านวัตกรรมได้รับการตอบรับในเชิงบวกอย่างสูง โดยสื่อสามารถสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของสุขภาพช่องปาก และกระตุ้นให้เกิดความต้องการปรับปรุงพฤติกรรมการดูแลตนเอง
สรุปและอภิปรายผลการศึกษา: นวัตกรรมแอนิเมชันตามแนวคิดปิงปอง 7 สี เป็นเครื่องมือสื่อสารสุขภาพที่มีประสิทธิภาพและสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้สูงอายุ นวัตกรรมนี้สามารถตอบสนองต่อความท้าทายในการให้ข้อมูลสุขภาพยุคดิจิทัล โดยนำเสนอเนื้อหาที่ซับซ้อนให้น่าสนใจและเข้าใจง่าย ซึ่งมีศักยภาพในการเพิ่มความรอบรู้และขับเคลื่อนพฤติกรรมสุขภาพช่องปากในกลุ่มผู้สูงอายุได้ ทั้งนี้ นวัตกรรมดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์ใช้จริงได้ในคลินิกทันตกรรม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และชมรมผู้สูงอายุ เพื่อเป็นสื่อเสริมในการให้สุขศึกษา หรือเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อขยายการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพในวงกว้าง
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2567). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2566. บริษัท พี.เอ.ลีฟวิ่ง จำกัด.
ชัยชนะ สุทธิพงษ์. (2565). การออกแบบและพัฒนาสื่อแอนิเมชัน 3 มิติส่งเสริมการรับรู้การเดินเพื่อป้องกันการหกล้มในที่พักอาศัยของผู้สูงอายุ. วารสารวิชาการนวัตกรรมสื่อสารสังคม, 10(2), 15–28.
พูลพฤกษ์ โสภารัตน์. (2563). เตรียมฟันดีก่อน 60 ปี ได้คุณภาพชีวิตที่ดียามสูงวัย. สำนักทันตสาธารณสุข กรมควบคุมโรค.
รวีวรรณ สุรเศรณีวงศ์. (2561). สุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุ. วารสารสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ, 4(1), 1–10.
วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง. (2565). ปิงปอง 7 สี กับ “โรคฟันผุ” [เอกสารประชาสัมพันธ์]. วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง.
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข. (2567). รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 9 ประเทศไทย พ.ศ. 2566. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, & สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย. (2561). รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 8 ประเทศไทย พ.ศ. 2560. กระทรวงสาธารณสุข.
Bandura, A. (1977). Social learning theory. Prentice Hall.
Boonnual, C., Saithanu, S., & Panyasong, S. (2021). Digital health literacy and its determinants among the elderly in Southern Thailand. Journal of Health Science and Medical Research, 39(5), 379–390. https://doi.org/10.31584/jhsmr.202184
Chai-Aroon, T., Ramaboot, S., Panyapinijnugoon, C., & Riewthong, K. (2021). Internet literacy among the elderly in Thailand. Journal of Health Research, 35(5), 633–643. https://doi.org/10.1108/JHR-09-2020-0426
Meppelink, C. S., van Weert, J. C. M., Haven, C. J., & Smit, E. G. (2015). The effectiveness of health animations in audiences with different health literacy levels. Journal of Medical Internet Research, 17(1), e11. https://doi.org/10.2196/jmir.3979
Prochaska, J. O., & DiClemente, C. C. (1983). Stages and processes of self-change of smoking: Toward an integrative model of change. Journal of Consulting and Clinical Psychology, 51(3), 390–395. https://doi.org/10.1037/0022-006X.51.3.390
Ramos-Gomez, F. J., et al. (2021). Effectiveness of an oral health educational video compared to a pamphlet for caregivers of children with special health care needs. UCLA School of Dentistry.
Rosenstock, I. M. (1974). Historical origins of the health belief model. Health Education Monographs, 2(4), 328–335. https://doi.org/10.1177/109019817400200403
Ueno, M., Ohara, S., Inoue, M., Tsugane, S., & Kawaguchi, Y. (2012). Relationship between oral health literacy and oral health behaviors and clinical status in Japanese adults. Journal of Dental Research, 91(7), 69–74. https://doi.org/10.1177/0022034512440306
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและสาธารณสุข วชิระภูเก็ต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.


