การพัฒนาโปรแกรมสร้างความรอบรู้ในการปฏิบัติงานในสถานีสุขภาพบ้านเวาะ สำหรับ อสม. (หมอคนที่ 1) ตำบลเหล่ากวาง อำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในการปฏิบัติงานสำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หมอคนที่ 1 โดยประยุกต์ใช้กรอบแนวคิดของ Borg and Gall (1983) ดำเนินการ 4 ระยะ กลุ่มตัวอย่างในระยะที่ 1 คือ อสม. จำนวน 103 คน ระยะที่ 2 คือ ผู้เชี่ยวชาญ 5 คน และระยะที่ 3 คือ อสม. หมอคนที่ 1 ที่ปฏิบัติงานในสถานีสุขภาพบ้านเวาะทั้งหมด จำนวน 29 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและ Paired t-test
ผลการวิจัย พบว่า ระยะที่ 1 เมื่อประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพตามกรอบแนวคิดของ Sorensen et al. (2012) ครบทั้ง 4 มิติ ได้แก่ การเข้าถึง การเข้าใจ การประเมิน และการประยุกต์ใช้ข้อมูลสุขภาพ พบว่า อสม. มีความรอบรู้ด้านสุขภาพในภาพรวมระดับปานกลาง (𝑥̅ = 3.09) โดยมิติการประยุกต์ใช้ข้อมูลสุขภาพมีคะแนนต่ำสุด (𝑥̅ = 2.68) และมีความต้องการพัฒนาระดับมาก (𝑥̅ = 4.24) โดยด้านที่ต้องการพัฒนามากที่สุด คือ การใช้ระบบ Telemedicine ระยะที่ 2 โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 8 หน่วยการเรียนรู้ รวม 40 ชั่วโมง ครอบคลุมความรอบรู้ด้านสุขภาพทั้ง 4 มิติ ผู้เชี่ยวชาญประเมินความเหมาะสมในภาพรวมระดับมากที่สุด (𝑥̅ = 4.56, IOC = 0.91) ระยะที่ 3 อสม. มีคะแนนความรู้ ทักษะ OSCE และความมั่นใจในการปฏิบัติงานหลังเข้าร่วมโปรแกรมสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (t = 15.62, 19.86 และ 14.89 ตามลำดับ) โดย อสม. ทุกคนมีความรู้อยู่ในระดับดีมากและผ่านเกณฑ์การประเมิน OSCE ครบทุกคนหลังการอบรม มีความพึงพอใจต่อโปรแกรมในภาพรวมระดับมากที่สุด (𝑥̅ = 4.73) ผลการติดตาม 3 เดือน พบว่า จำนวนผู้รับบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 53.17 ระยะที่ 4 คู่มือโปรแกรมได้รับการประเมินความเหมาะสมระดับมากที่สุด (𝑥̅ = 4.69) โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิผลในการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพของ อสม. ครบทั้ง 4 มิติ และมีศักยภาพในการนำไปขยายผลในพื้นที่อื่นที่มีบริบทใกล้เคียงกัน
Article Details
เนื้อหาและข้อมูล (เขียนข้อกำหนด)
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข. (2563). นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2563–2580. โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.
กระทรวงสาธารณสุข. (2566). รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ประเทศไทย พ.ศ. 2566. สำนักโรคไม่ติดต่อ
กรมควบคุมโรค.
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. (2562). คู่มือการดำเนินงานสถานีสุขภาพชุมชน (หมอคนที่ 1).
โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. (2565). แนวทางการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในระบบสุขภาพปฐมภูมิ. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สถานีสุขภาพบ้านเวาะ. (2566). รายงานประจำปี พ.ศ. 2566. สถานีสุขภาพบ้านเวาะ ตำบลเหล่ากวาง อำเภอโนนคูณ.
สถานีอนามัยตำบลเหล่ากวาง. (2566). รายงานข้อมูลสุขภาพชุมชน ตำบลเหล่ากวาง ปี พ.ศ. 2566. สถานีอนามัยตำบลเหล่ากวาง.
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข. (2564). รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2562–2563. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ. (2566). รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จังหวัดศรีสะเกษ พ.ศ. 2566. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ.
สำนักงานสาธารณสุขอำเภอโนนคูณ. (2566). รายงานสถานการณ์สุขภาพอำเภอโนนคูณ พ.ศ. 2566. สำนักงานสาธารณสุขอำเภอโนนคูณ.
Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. W.H. Freeman and Company.
Borg, W. R., & Gall, M. D. (1983). Educational research: An introduction (4th ed.). Longman.
Bowen, D. J., Kreuter, M., Spring, B., Cofta-Woerpel, L., Linnan, L., Weiner, D., Bakken, S., Kaplan, C. P., Squiers, L., Fabrizio, C., & Fernandez, M. (2009). How we design feasibility studies. American Journal of Preventive Medicine, 36(5), 452–457. https://doi.org/10.1016/j.amepre.2009.02.002
Brownstein, J. N., Chowdhury, F. M., Norris, S. L., Horsley, T., Jack, L., Zhang, X., & Satterfield, D. (2011). Effectiveness of community health workers in the care of people with hypertension. American Journal of Preventive Medicine, 32(5), 435–447. https://doi.org/10.1016/j.amepre.2007.01.011
Greenwood, D. J., & Levin, M. (2007). Introduction to action research: Social research for social change (2nd ed.). SAGE Publications.
Kirkpatrick, D. L. (1994). Evaluating training programs: The four levels. Berrett-Koehler Publishers.
Knowles, M. S. (1984). The adult learner: A neglected species (3rd ed.). Gulf Publishing Company.
Krueger, R. A., & Casey, M. A. (2015). Focus groups: A practical guide for applied research (5th ed.). SAGE Publications.
McCleary-Jones, V. (2016). Health literacy and its association with diabetes knowledge, self-efficacy and disease self-management among African Americans with diabetes mellitus. Association of Black Nursing Faculty Journal, 27(2), 41–48.
Miller, G. E. (1990). The assessment of clinical skills/competence/performance. Academic Medicine, 65(9), S63–S67. https://doi.org/10.1097/00001888-199009000-00045
Nutbeam, D. (2000). Health literacy as a public health goal: A challenge for contemporary health education and communication strategies into the 21st century. Health Promotion International, 15(3), 259–267. https://doi.org/10.1093/heapro/15.3.259
Paek, H. J., Lim, S., & Oh, H. J. (2014). Comparing the effects of mass media and community health worker approaches for improving health literacy of community residents in a rural area. Journal of Rural Health, 30(1), 12–24. https://doi.org/10.1111/jrh.12031
Patton, M. Q. (2008). Utilization-focused evaluation (4th ed.). SAGE Publications.
Pender, N. J., Murdaugh, C. L., & Parsons, M. A. (2011). Health promotion in nursing practice (6th ed.). Pearson Education.
Sørensen, K., Van den Broucke, S., Fullam, J., Doyle, G., Pelikan, J., Slonska, Z., & Brand, H. (2012). Health literacy and public health: A systematic review and integration of definitions and models. BMC Public Health, 12(1), 80. https://doi.org/10.1186/1471-2458-12-80
Taro Yamane. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). Harper and Row.
World Health Organization. (2013). Health literacy: The solid facts. WHO Regional Office for Europe.
World Health Organization. (2023). Noncommunicable diseases: Progress monitor 2023. World Health Organization. https://www.who.int/publications/i/item/9789240082793