อุบัติการณ์ของการสูญเสียการได้ยินในทารกแรกเกิด จากการตรวจคัดกรองด้วยเครื่องตรวจวัดเสียงสะท้อนจากหูชั้นใน โรงพยาบาลอรัญประเทศ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การตรวจคัดกรองการได้ยินในทารกแรกเกิดช่วยค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอุบัติการณ์ของภาวะสูญเสียการได้ยินที่ยืนยันด้วยการตรวจการได้ยินระดับก้านสมอง (Auditory Brainstem Response; ABR) ผลการตรวจคัดกรองด้วยเครื่องตรวจวัดเสียงสะท้อนจากหูชั้นใน (Otoacoustic Emissions; OAE) และปัจจัยที่สัมพันธ์กับผล OAE ผิดปกติในทารกแรกเกิด โรงพยาบาลอรัญประเทศ เป็นการศึกษาเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวางโดยใช้ข้อมูลย้อนหลังจากทารกแรกเกิดมีชีพทุกรายที่คลอดระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2566 ถึง 31 พฤษภาคม 2567 จำนวน 1,294 ราย วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ p < 0.05
ผลการศึกษาพบว่า การตรวจคัดกรองการได้ยินด้วยเครื่อง OAE ครั้งที่ 1 มีจำนวนทารกที่ต้องได้รับการตรวจซ้ำหลังการคัดกรองครั้งแรก จำนวน 185 ราย คิดเป็น recall rate ร้อยละ 14.3 หลังการตรวจซ้ำมีทารกส่งต่อเพื่อตรวจ ABR ลดลงเหลือ 35 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.7 รวมทั้ง มีทารกเข้ารับการตรวจติดตามผล ABR จำนวน 31 ราย พบภาวะสูญเสียการได้ยินจำนวน 2 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.15 หรือ 1.55 ต่อทารกเกิดมีชีพ 1,000 ราย ส่วนของทารกมีผล OAE ปกติ 1,258 ราย และผล OAE ผิดปกติ 36 ราย ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อย ได้แก่ น้ำหนักแรกเกิดน้อย คลอดก่อนกำหนด การติดเชื้อในครรภ์ และได้รับยา aminoglycoside นานกว่า 5 วัน ความผิดปกติแต่กำเนิดของโครงสร้างใบหน้าและกะโหลกศีรษะสัมพันธ์กับผล OAE ผิดปกติในการวิเคราะห์แบบตัวแปรเดียว (p = 0.028) แต่การวิเคราะห์แบบพหุตัวแปรไม่พบปัจจัยสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้งนี้ผลการวิเคราะห์ปัจจัยสัมพันธ์ควรตีความด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากจำนวนผล OAE ผิดปกติและจำนวนผู้ที่ยืนยันภาวะสูญเสียการได้ยินมีน้อย
Article Details
เนื้อหาและข้อมูล (เขียนข้อกำหนด)
เอกสารอ้างอิง
จุฑารัตน์ ทั่งทอง. (2565). ความชุกและปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะการได้ยินบกพร่องในทารกแรกเกิดโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกระนวน. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น, 4(2), 147–158.
ชัยรัตน์ เสรีรัตน์, และวิภาดา เสรีรัตน์. (2564). การตรวจคัดกรองการได้ยินในทารกแรกเกิดกลุ่มเสี่ยงในหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิดโรงพยาบาลร้อยเอ็ด. ศรีนครินทร์เวชสาร, 36(1), 39–47.
ฐิติมา แสนพล, และมานพ ชาญณรงค์. (2565). อุบัติการณ์และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดความผิดปกติทางการได้ยินของทารกแรกเกิดในโรงพยาบาลสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 36(1), 11–21.
ดนัย ชินคำ, นิธิเจน กิตติรัชกูล, วิลาวรรณ ล้วนคงสมจิตร, ชนิดา เอกอัครรุ่งโรจน์, ณชวิศ กิตติบวรดิฐ, ศรีเพ็ญ ตันติเวสส, พิทยาพล ปิตธวัชชัย, ขวัญชนก ยิ้มแต, และปิยชรพร กิ่งแก้ว. (2565). การศึกษาการขยายบริการตรวจคัดกรองการได้ยินในทารกแรกเกิดในประเทศไทย: ความเป็นไปได้ ต้นทุน และความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์. คลังข้อมูลและความรู้ระบบสุขภาพ.
ธรณิศ ลิมปกรณ์กุล. (2567). ผลการดำเนินงานโครงการตรวจคัดกรองการได้ยินในทารกแรกเกิด โรงพยาบาลกระบี่. วารสารการแพทย์และสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 7(2), 87–96.
รุ่งกานต์ เพชรล้วน. (2564). อุบัติการณ์ของการสูญเสียการได้ยินในทารกตรวจคัดกรองด้วยเครื่องตรวจวัดเสียงสะท้อนจากหูชั้นใน โรงพยาบาลตะกั่วป่า. วารสารการแพทย์กระบี่, 3(1), 1–8.
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. (2569). คำแนะนำการคัดกรองการได้ยินในทารกแรกเกิดของประเทศไทย (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1). สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ.
British Society of Audiology. (2018). Pure-tone air-conduction and bone-conduction threshold audiometry with and without masking: Recommended procedure. British Society of Audiology. https://www.thebsa.org.uk
Ching, T. Y. C., Dillon, H., Button, L., Seeto, M., Van Buynder, P., Marnane, V., Cupples, L., Leigh, G., Martin, L., Flynn, C., & Young, A. (2017). Age at intervention for permanent hearing loss and 5-year lan-guage outcomes. Ear and Hearing, 38(1 Suppl), 1S–18S.
Chouyboonchu, T., Tiravanichakul, R., Mongkalanatakul, N., & Premkraisorn, V. (2015). Newborn hearing screening in Ramathibodi Hospital. Ramathibodi Medical Journal, 38, 197–208.
GBD 2019 Hearing Loss Collaborators. (2021). Hearing loss prevalence and years lived with disability, 1990–2019: Findings from the Global Burden of Disease Study 2019. The Lancet, 397(10278), 996–1009.
Joint Committee on Infant Hearing. (2019). Year 2019 position statement: Principles and guidelines for early hearing detection and intervention programs. Journal of Early Hearing Detection and Intervention, 4(2), 1–44. https://doi.org/10.15142/fptk-b748
Liang, W. H. K., Gn, L. W. E., Tan, Y. C. D., & Tan, G. H. (2023). Speech and language delay in children: A practical framework for primary care physicians. Singapore Medical Journal, 64(12), 745–750.
Polit, D. F., Beck, C. T., & Owen, S. V. (2007). Is the CVI an acceptable indicator of content validity? Apprais-al and recommendations. Research in Nursing & Health, 30(4), 459–467.
Wen, C., Zhao, X., Li, Y., Yu, Y., Cheng, X., Li, X., et al. (2022). A systematic review of newborn and child-hood hearing screening around the world: Comparison and quality assessment of guidelines. BMC Pediatrics, 22(1), Article 160.
White, K. R., Vohr, B. R., & Behrens, T. R. (1993). Universal newborn hearing screening using transient evoked otoacoustic emission: Results of the Rhode Island Hearing Assessment Project. Seminars in Hearing, 14(2), 18–29.
World Health Organization. (2021). World report on hearing. World Health Organization.